[รีวิวหนังสือ] Playing With Fire
***ไม่สปอยล์ เพราะที่มาเขียนรีวิวนี่ก็เพราะอยากแนะนำให้ทุกคนได้อ่าน*** 

ชื่อภาษาไทย "เพลงฆ่าใครอย่าแตะ" by Tess Gerritsen
น้ำพุสำนักพิมพ์ 


ตั้งแต่ยังเด็ก ชื่อของนักเขียนที่เราหยิบหนังสือเขาทันทีแบบไม่เสียเวลาอ่านปกหน้าปกหลังเหมือนนักเขียนท่านอื่นๆมีแค่ Enid Blyton และ Chris Carter 

และกำลังจะมี Tess Gerritsen เป็นคนที่สาม 

ก่อนที่จะหยิบหนังสือเล่มนี้ เราอ่าน I know a secret ก่อน โดยที่ไม่ได้รู้อิโหน่อิเหน่เลยว่าเขาเป็นซีรีส์หมอไอเอิลส์กับนักสืบริสโซลี สาบานได้ว่าไม่ใช่คนที่ชอบติดตามซีรีส์เป็นเซ็ตเป็นยกอะไร ออกจะนิยมแนวๆเล่มเดียวจบด้วยซ้ำเพราะขี้เกียจตาม และเงินเก็บก็ควรจะเอาไว้กินขนมด้วย 

แต่ว่ามันไม่ได้จริงๆ นักเขียนคนนี้วางยาใส่เราแล้วเรียบร้อย ตั้งแต่ I know a secret นั่นแหละ เป็นเรื่องที่วางไม่ลงจริงๆ นิยายสืบสวนบางเล่มมีความสามารถทำให้เราหาวช่วงกลางเรื่องได้ และพาเรากลับมาใจเต้นตุบตับช่วงท้ายได้ แต่ Tess Gerritsen ไม่ใช่หนึ่งในนั้น 

"เพลงฆ่าใครอย่าแตะ" ตอนที่เลือกหยิบหนังสือเล่มนี้มาใจก็หวังว่าเรากำลังหยิบนิยายสืบสวนนะ แต่พออ่านไปประมาณ30%ของเล่มก็คิดว่าเอ๊ะ หรือว่ามันเป็นแนวสยองขวัญวะ (ปกหน้ายิ่งได้อยู่) แต่พออ่านไปเรื่อยๆ จนกระทั่งจบ ก็คิดว่าได้ว่าไม่ใช่ทั้งสองแนว

เนื้อหาของนิยายแบ่งการเล่าเรื่องผ่านสองมุมมองของนักไวโอลินในสองยุคสมัย ยุคปัจจุบันโดย 'จูเลีย' หญิงสาวนักไวโอลินชาวอเมริกัน ที่มีครอบครัวแสนน่ารัก 
จูเลียได้ซื้อโน้ตดนตรีแผ่นหนึ่งมาจากร้านค้าในประเทศอิตาลี แต่ทันใดที่เธอเอากลับมาเล่นที่บ้าน นอกจากอารมณ์ที่ท่วมท้นและอัดอั้นที่สัมผัสได้จากทุกตัวโน้ต ไม่ใช่แค่ความเศร้าและความอึดอัดที่ถูกถ่ายทอดจนท่วมหัวใจนักไวโอลินอย่างจูเลีย แต่มันยังก่อให้เกิดเรื่องเลวร้ายบางอย่างกับลูกสาวแสนน่ารักของจูเลียด้วย

เพื่อลูกสาวที่น่ารักของเธอ และเพื่อให้ครอบครัวที่เธอรักกลับมาเป็นเหมือนอย่างเก่า จูเลียปักใจเชื่ออย่างมากว่าเพราะโน้ตแผ่นนั้นมี 'บางอย่าง' ซุกซ่อน เธอพยายามหาคำตอบโดยการสืบหาต้นตอของมันจนท้ายที่สุดก็ได้รู้ว่าโน้ตแผ่นนี้ถูกเขียนขึ้นโดย 'ลอเรนโซ' หนุ่มนักไวโอลินชาวยิวที่มีชีวิตอยู่ในช่วงนาซีเรืองอำนาจ... 

สำหรับใครที่เห็นคำว่านาซี และคำว่ายิว คงพอจะเดาได้แล้วว่ากำลังจะได้สัมผัสประสบการณ์แบบไหนจากหนังสือเล่มนี้ เราเองก็ไม่ได้นิยมชมชอบความเจ็บปวดในเรื่องแนวนี้หรอก แต่โชคดีที่ Tess ดำเนินเรื่องไปอย่างรวดเร​็ว กระชับ แต่ไม่น่าหงุดหงิดแม้แต่น้อย แถมยังทิ้งอารมณ์มากมายเอาไว้ในความรู้สึกของเราอีกต่างหาก ปมทุกปมถูกเฉลยอย่างแยบยล และ(แม่งเอ๊ยโคตร)เศร้า 

หนังสือเล่มบางๆเล่มนี้เราใช้เวลาอ่านเพียงแค่สี่ชั่วโมงเท่านั้น โดยที่สามชั่วโมงหลังกับช่วงหลังของหนังสือทำเอาน้ำตาไหลไม่หยุด 
และจนอ่านจบแล้ว เราก็ยังตัดสินใจไม่ได้ว่าควรจะจัดอยู่ในหมวดนิยายสืบสวน หรือนิยายสยองขวัญกันแน่... 

ป.ล.1 หากเป็นแฟนคลับของหนังเรื่อง The Pianist (ไม่ใช่เราค่ะ เราดูตามพ่อ) ต้องชอบนิยายเรื่องนี้ไม่มากก็น้อย 
ป.ล.2 ตอนแรกที่ซื้อหนังสือเล่มนี้มา ถ่ายรูปไว้แล้วแหละว่าจะลงสตอรี่ไอจี ใส่แคปชั่น อูรีซารังงึนบุลจังนัน ซะหน่อย 
แต่พออ่านจบแล้วก็คือหมดอารมณ์เล่นมุกทั้งปวง

สปอยล์สองพยางค์ก็ได้อะ ว่าจบดี(ม้ากมาก)

SHARE
Writer
mintcullen
writing-lover
- trying to be proud of who I will become.

Comments