พ่อค้าผจญภัย : เลือกสินค้า...ให้ได้ประโยชน์สูงสุด
โดยทั่วไปถ้าพ่อค้าพบทำเลที่สามารถขายสินค้าได้ดี

เขาก็จะหากำไรจากที่ตรงนั้นต่อไป
ใช้ที่นั้นเปิดร้านค้าขยายกิจการให้ใหญ่โตไปเรื่อยๆ 

หวังให้ลูกค้าบอกกันปากต่อปาก ชวนคนอื่นมาที่ร้าน เที่ยวชมร้านมากขึ้นๆ

ถ้าผมอยู่ที่เมืองนี้ต่อ ผมก็สามารถหากำไรจากที่นี่ต่อไปได้

แต่คำว่า “กำไร” ของพ่อค้านั้นแตกต่างกัน แม้ส่วนใหญ่จะชอบเงินทอง 

แต่สำหรับผมพ่อค้าเร่ สิ่งที่ผมต้องการมากที่สุด นั้นคือ 
สินค้าที่สมบูรณ์แบบ
ฉะนั้นแม้ว่าที่นี่จะให้เงินทอง แต่ถ้าผมต้องการจะหากำไรของผม “หาสินค้าที่สมบูรณ์แบบ” ผมต้องเดินทางต่อ


ตอนนี้ผมยังอยู่ที่ “เมืองจะรวยพรุ่งนี้” 


ผมมีเงินมากพอที่จะขยายกิจการพ่อค้าเร่ของผมแล้ว 

วันนี้ผมวางแผนที่จะซื้ออูฐ 1 ตัว เนื่องจากระยะทางไป “เมืองตลาดสองสี” มันไกลมากหากจะเดินเท้าไปต้องใช้เวลาหลายวัน

ซึ่งผมกะไว้ว่าจะเดินทางไปให้ถึง “เมืองตลาดสองสี” โดยไม่แวะเมืองอื่นระหว่างทาง 

เพราะระหว่างทางมีเมืองที่ชื่อว่า เมืองความรัก อยู่ ผมเกลียดที่นั่นที่สุด 

ผมจะขี่อูฐเดินทางผ่านเมืองความรักไปโดยใช้ทางที่ห่างจากมันสุด เพราะผมไม่อยากแม้แต่จะเห็นภาพของเมืองนั้นเข้ามาในสายตา

วันนี้ผมเปลี่ยนบทบาทจากพ่อค้าเป็นลูกค้าบ้าง สิ่งที่พ่อค้าและลูกค้าต้องทำนั้นต่างกันแค่ตอนสุดท้าย 
ตอนสุดท้ายของพ่อค้าคือตัดสินใจขาย ส่วนตอนสุดท้ายของลูกค้าคือตัดสินใจซื้อ



ที่ว่าพ่อค้าและลูกค้าทำเหมือนกันก็เพราะ

คนขายหาจุดที่ขาย
คนซื้อก็หาที่เหมาะสมซื้อ
คนขายตั้งราคาให้เหมาะกับกำไร
คนซื้อก็หาราคาที่เหมาะกับกำลังทรัพย์
เมื่อคนขายกับคนซื้อพบกันจะมีการต่อราคา ขึ้นอยู่ที่ว่าคนขายจะยอมขาย และคนซื้อจะยอมซื้อไหม?

ผมเดินเข้าออกร้านขายอูฐอยู่หลายร้าน มองหาอูฐที่เหมาะสมกับการใช้งาน 

ร้านที่ผมเข้าไปและสะดุดตา
เป็นอูฐที่ดูหรู มันถูกประทับตราด้วยรูปดาวสามแฉก 

พนักงานขายเขาบอกว่าอูฐตัวนี้มีสัญชาติยุโรป 

เป็นอูฐที่มี เครื่องเสียงราคาแพง ติดตั้ง มีไฟหน้าตัดหมอก มีตะเกียงไฟ Daylight ที่สามารถให้แสงสว่างในเวลากลางวัน และมีกำลังแรงกว่าอูฐจากร้านอื่นๆ

ด้วยรูปร่างและส่วนเสริมต่างๆ ทำให้มันดูน่าสนใจและน่าดึงดูดมาก 


แต่เอาเข้าจริงๆก็คงไม่ได้ใช้ 
อูฐที่มาจากยุโรป...ยุโรปมีทะเลาทราย?
มันมาจากต่างแดนแน่นอนว่าถ้าเดินบนทะเลทรายที่ต่างภูมิอากาศมันก็คงจะไม่เหมาะนัก มันคงต้องกินมากกว่าอูฐในพื้นที่ 

เครื่องเสียงราคาแพงที่สามารถเปิดเสียงดังได้ ผมก็ไม่รู้ว่าจะเอามาเปิดให้ใครฟัง 

ไฟหน้าตัดหมอก...ผมอยู่ทะเลทรายมา 20 ปียังไม่เคยเจอหมอกสักครั้ง ผมจะเอามาทำไม 

ตะเกียง Daylight เขาจะติดมาเพื่ออะไรในเมื่อกลางวันที่ทะเลทรายนั้นทุกที่มีแสงพอให้มองเห็นหมด


แต่ทั้งหมดก็ต้องดูที่ราคาถ้ามันถูกเท่ากับอูฐตัวอื่นๆในตลาด 

สิ่งเสริมที่มากกว่าอยู่ในราคาที่เท่ากัน เราก็ต้องเลือกสิ่งที่ให้มากกว่าอยู่แล้ว

มันราคาเริ่มต้นที่ 23.9 เหรียญทอง !!!อูฐในตลาดราคากลางๆอยู่ที่ 5-7 เหรียญทองเท่านั้น ถ้าผมไม่เลือกอูฐตัวนี้ ผมสามารถมีอูฐสี่ตัวได้

นี้เป็นอูฐที่เกินความจะเป็น สิ่งที่ให้มาในตัวอูฐ ไม่ได้สมกับราคาที่ต้องจ่ายไปเลยสักนิด 

มันเป็นอูฐฟุ่มเฟือยไม่จำเป็นต้องเป็นต้องใช้อูฐที่ราคาแพงขนาดนี้ 


ผมจึงเดินหาอูฐตัวอื่นที่เหมาะสมกับการใช้งาน ไม่กินหญ้ามากจนเกินไป 

จนในที่สุดก็มาพบกับอูฐตัว 1 ที่เหมาะสมกับความต้องการของผม คุ้มค่า ประหยัดอาหาร (...ขอไม่พูดเรื่องตราประทับบนตัวมันแล้วกันเดี่ยวจะหาว่าขายของ) 

ผมเลือกที่จะซื้อมันมาในราคา 6 เหรียญทอง เป็นราคาที่คุ้มค่ากับการใช้งานของผม

เมื่อได้เจ้าอูฐมาแล้ว 
ผมพามันไปอาบน้ำ ทำความคุ้นเคยมัน ยิ่งมองก็ยิ่งน่ารักอาจจะเป็นแค่ความรู้สึกเห่อของใหม่ แต่ผมว่ามันเปรียบเสมือนของขวัญสำหรับความสำเร็จแรก และเป็นรองเท้าคู่แรกที่ผมจะใส่มันเพื่อใช้ในการทำงานวันต่อไป 

ผมรู้สึกรักและผูกพันกับมัน มันจะเป็นสหายที่แสนสำคัญในการเดินทางหาสินค้าที่สมบูรณ์แบบกับผม ผมตั้งชื่อให้มันว่า อูฐA-mo (ชื่อนี้อีกแล้วววววว ทำไมต้องชื่อนี้วะคิดอย่างอื่นหน่อยเหอะคนเขียน)

ผมหาซื้อกระเป๋าใส่น้ำและเสบียงเพิ่มแขวนไว้บนตัวมัน 

ผมซื้ออาหารแห้งของมันติดตัวไว้ด้วยเผื่อว่ามันหิวเราจะได้พักกินข้าวด้วยกัน

ผมเตรียมตัวที่จะเดินทางไปเมืองอื่น แต่ก่อนหน้านั้นผมต้องกลับไปที่ “เมืองไม่รอพรุ่งนี้” ก่อน

เหตุที่ผมต้องกลับไปก็เพราะว่า สินค้าที่นั้นถูก ผมมีกำไรเหลือจากการขายเครื่องเงิน ผมต้องหาสินค้าไปขายในเมืองต่อไปของที่มีต้นทุนถูกและอยู่ไม่ไกลจนเกินไป จึงเป็นทางเลือกที่ดีที่จะซื้อไว้เพื่อหากำไรในวันข้างหน้า

ผมขี่เจ้า A-mo และเดินทางกลับมาที่เมืองไม่รอพรุ่งนี้

เมื่อมาถึงก็พักเจ้า A-mo ไว้และแวะเดินหาสินค้าที่ตลาด 


ผมแบ่งเงินไว้เป็นสองส่วน
ส่วนแรกไว้ซื้อสินค้าที่ถูกในเมืองนี้ 
ไว้ขายในวันข้างหน้า

อีกส่วนเก็บไว้ เพราะไม่รู้ว่าหนทางข้างหน้าจะเป็นอย่างไร เงินเป็นค่ากลางที่สามารถแปลงเปลียนได้ตามสถานการณ์

สิ้นค้าที่ผมมาหาซื้อในวันนี้คือข้าว ข้าวที่นี่ราคาถูกและทุกคนกินข้าว

ผมคิดว่ายังไงข้าวก็ขายได้ “เมืองตลาดสองสี” ต้องมีคนซื้อข้าวแน่นอน แต่กำไรจะมากจะน้อยขึ้นอยู่กับพ่อค้า

ผมต่อรองจนสามารถหาร้านที่ยอมปล่อยข้าวราคาถูกที่สุดให้ผมได้

......................
ถ้าถามว่าผมขี้โกงไหมที่มาต่อรองราคากับคนจนทั่งที่ตนเองก็มีกำลังทรัพย์พอที่จะซื้อในราคาปกติ

ผมก็อยากจะฝากให้ผู้อ่านลองคิดดูว่า :


สมมุติว่าผู้อ่านรวย
คุณจะยอมซื้อปากกา
แท่งละสิบบาทในขณะที่คนข้างๆ
ซื้อในราคาบาทเดียวไหม 



...ในเมื่อเราก็เห็นอยู่ว่าราคาตลาดที่นี่เป็นแบบนี้ เราก็ต้องซื้อเพื่อหาผลประโยชน์ของเรา 


คนมั่งมีไม่ใช่คนโง่


คำว่าร่ำรวยไม่ได้หมายความว่า
ต้องยอมซื้อของแพงกว่าให้คนจน
ธุรกิจไม่ใช่การบริจาค
เราก็ต้องทำงานหาเงินเหมือนกัน

ในเมื่อคุณเองก็หาผลประโยชน์ให้ตัวเอง จะเรียกร้องให้คนที่มีมากกว่ายอมเสียประโยชน์ได้อย่างไร?

เมื่อผมเตรียมทุกอย่างสำหรับการเดินทางไปเมืองต่อไปเสร็จสิ้นแล้ว

ผมนำสัมภาระบางส่วนแบ่งให้เจ้า A-mo แบก 
บางส่วนผมก็แบกเอง ร่วมแชร์น้ำหนักกันเพื่อน เราทำงานเลี้ยงปากท้อง

นายพูดไม่ได้ นายไม่ได้ขายสินค้า 
ดังนั้นนายก็ขนของหนักหน่อยนะ

ไว้ฉันหาได้เมื่อไร เรามากินของอร่อยๆกัน 


ออกเดินทางไปเมืองตลาดสองสี
ปล. เลือกสินค้าให้เหมาะสมกับการใช้งานมากที่สุด อ่านรายละเอียดสินค้าให้มากที่สุด

ใช่ว่าแพงสุดจะดีสุดเสมอไป
มีประสิทธิภาพทำได้มากมาย
แต่สุดท้ายใช้แค่ขับขี่ 

SHARE
Written in this book
พ่อค้าผจญภัย
เรื่องราวการผจญภัยของพ่อค้าเร่ ที่ออกแสวงหาสินค้าที่สมบูรณ์แบบ

Comments