ดวงอาทิตย์ และ แสงสว่าง
คุณเคยเชื่อในพรหมลิขิต
หรือที่เราเรียกกันง่ายๆว่าโชคชะตากันบ้างหรือเปล่า
เพราะตอนนี้ผมเชื่อมันอย่างสุดหัวใจเรื่องราวต่อไปนี้เป็นเรื่องความรักอันแสนจะอบอุ่น 
ดั่งฤดูใบไม้ผลิที่เต็มไปด้วยดอกไม้นานาพันธุ์
แต่ก็เคล้าไปด้วยความเศร้าหมอง
น้ำตา และ ความผิดหวัง อันหลีกเลี่ยงไม่ได้
หากคุณสงสัยว่าทำไม ผมจะขอถามคุณอีกซักคำถามว่า
คุณเคยแอบรักเพื่อนตัวเองบ้างหรือเปล่า?

เพราะนี่คือสิ่งที่ตัวผู้เขียนเองกำลังเผชิญอยู่ในทุกวันนี้
จะเรียกว่าแอบรักก็คงไม่ถูกนั่นก็เพราะ
“ ผมเป็นคนที่เก็บความรู้สึกได้ไม่นานมากนัก ”
เธอแทบจะรู้ทันทีว่าผมมีความรู้สึกพิเศษต่อเธอ
นั่นคงเพราะเราสองคนเป็นเพื่อนที่ใกล้ชิดในระดับนึง
เพื่อนรัก
เ ร า ส อ ง ค น 
กำลังศึกษาอยู่ที่มหาวิทยาลัยเอกชนแห่งหนึ่ง
ที่มีกลิ่นของโรงงานกระดูกพัดโชยไปทั่วบริเวณโดยรอบ
เราเรียนคณะเดียวกัน สายเดียวกัน ห้องเดียวกัน
เมื่อถึงเวลาพักเรามักจะรับประทานอาหารด้วยกัน
ร่วมกับเพื่อนคนอื่นซึ่งเหมือนชีวิตเด็กมหาลัยฯทั่วๆไป

เ ร า ส อ ง ค น 
รู้จักกันมาร่วม 2 ปี ผมยังจำครั้งแรกที่เจอเธอได้ดี
เธอเดินมาพร้อมกระเป๋าผ้าแน่นไปด้วยหนังสือและสมุด
ผิวขาว ผมของเธอประบ่าเลยไหล่มาเล็กน้อย 
และที่เป็นเอกลักษณ์ที่สุดในตัวเธอ นั่นคงเป็น
รอยยิ้ม และ เสียงหัวเราะ   
ด้วยความสัตย์จริงผมคิดว่าผมชอบเธอตั้งแต่แรกเจอ   
แต่ผมเองไม่อยากที่จะยอมรับมันนัก
เพราะว่า ณ เวลานั้น “ผมเองก็มีแฟนอยู่แล้ว” 
เธอเองก็เช่นกันเราต่างอยู่ในสถานะที่ยังไงก็ตาม

- ก็ไม่มีวันเกิดขึ้นได้จริง - 

จนกระทั่งวันหนึ่งที่แฟนของผมได้ทิ้งผมไป

จุดเริ่มต้นแห่งความพลิกผัน     ผมห่างหายจากความรักมาระยะหนึ่ง
เพราะชอกช้ำจากแผลเก่าที่ยังรักษาไม่หายดี
จากอดีตของผู้หญิงที่ผมเคยมองว่าคือคนที่ผมรัก
( หากถ้าใช่ความรักจริงๆนะ )

กระทั่งวันนึง...พวกเรา! ไปเที่ยวดรีมเวิร์ลกันมั้ย เรา 4 คน!!
( 4 คนนี้คือกลุ่มที่เราสนิทกัน ณ ขณะนั้นที่สุด )
แน่นอนคำตอบก็คือ “ ไป “
หลังจากนั้นทุกคนก็มีการเตรียมพร้อมและนับถอยหลัง
เพื่อรอคอยช่วงเวลาที่จะได้พักผ่อนร่วมกันกับกลุ่มเพื่อน
- คืนก่อนเดินทาง -
ห้องแชทของกลุ่มดูจะคึกคักมากเป็นพิเศษ
ในแบบที่เก็บอาการกันไม่อยู่ โดยเฉพาะเธอคนนั้น
ตื๊ดดดด ตื้ดดด ~
เสียงข้อความเด้งเข้าโทรศัพท์อย่างไม่หยุดหย่อน
อันเป็นสัญญาณว่าต้องรีบแล้ว ทุกคนกำลังรออยู่!! 
ต้องรีบซะแล้วววววว!!!! เฮ้อ..ว่าไงทุกคน เอ้ะ!!
ที่ผมต้องร้อง นั่นเป็นเพราะตัวตั้งตัวตีในทริปนี้
เกิดเบี้ยวไม่มาซะแล้วนี่สิ 
แต่อย่างไรก็ตามอะไรก็หยุดยั้งพวกเราไม่ได้อีกแล้ว

ถึงที่หมาย
เพื่อนผมที่เป็นคนขับรถยนต์เปิดประตูรถลงมา
พร้อมแฟนสาวของเขา
ควงแขนพากันไปซื้อตั๋วให้พวกเราสองคนที่เหลือ
ในใจผมก็เกิดความคิดที่ว่า
“ แบบนี้ก็เหมือนเรามากันเป็นคู่่น่ะสิ “
มันเป็นจริงอย่างที่ผมกล่าวไว้
เกือบทุกเครื่องเล่นตลอดวันนั้น 
เราสองคนไปเป็นคู่กันแทบจะทั้งหมด
ผมกลัวความสูง กลัวเครื่องเล่นผาดโผน กลัวมาตลอด
แต่น่าประหลาดใจเพราะวันนี้ “ผมไม่กลัวอีกแล้ว”

ส่วนเหตุผลว่าทำไมนั่นคงเป็นเพราะเธอ

หลังเสร็จภารกิจ 
เราต่างเหนื่อยล้ากันมากเพื่อนผมสองคนที่เป็นแฟนกัน
ต่างแยกย้ายกันกลับไปพักผ่อนด้วยความอ่อนเพลีย
เว้นเพียงเราสองคน
ที่ต่างหิวโหยเพราะตรากตรำเล่นเครื่องเล่น
ตั้งแต่เช้าจนถึงเวลาปิดทำการของสวนสนุก
คืนวันนั้นพวกเราลากสังขารกันไปยังร้านหมูกระทะ
อันกลายมาเป็นมื้อค่ำที่ผมคงไม่มีวันที่จะลืมมันได้

พอเราต่างแยกย้ายกลับที่พักของตน
ห้องแชทที่เคยนิ่งสงบระหว่างเรา
มันเริ่มมีสีสัน
เราต่างพูดคุยร่วมกันมากขึ้น
แลกเปลี่ยนความชอบรวมไปถึงเพลงที่ฟัง
เล่าเรื่องราวของแต่ละวันของแต่ละคน
จนผมอดใจที่จะรู้สึกไม่ได้อีกแล้วว่า
        
“ ผมหลงรักเธอไปแล้วจริงๆ “

ยากที่จะยอมรับ ยากที่จะทำความเข้าใจ
แต่ไม่ยากหรอกที่จะรู้สึก
ผมรู้ทันทีว่าเพื่อนคนนี้ผมรักเธอมาโดยตลอด
ที่รู้ตัวช้าคงเป็นเพราะกำแพงในใจของตัวเราเอง
รวมไปถึงความถูกต้อง
แต่ในขณะนี้ผมไม่มีใครคอยกุมหัวใจเหมือนเคยอีกแล้ว
ผมพร้อมที่จะรู้สึกและยอมรับมันอย่างหมดหัวใจ

- ผมรักเธอ -

“ ถึงแม้ว่าเธอคนที่ผมรัก จะเป็นคนมีเจ้าของอยู่ก็ตาม “
รักเพื่อน                       
             อ่านต่อ > ดวงจันทร์ และ ความมืด






















SHARE
Writer
Aujunn
Than in reality
You gotta have a bad days, So you can loves the good days more.

Comments

Naari
18 hours ago
พีคสุด ประโยคสุดท้าย T^T  
Reply