My Sister
#Hollist #Enjia
I will be brave for you
ฮอลลิสกำลังเดินทางกลับบ้าน..

วันนี้ก็เป็นอีกวันที่เธอเลิกเรียนช้ากว่ากำหนด ทั้งๆที่ปกติเวลานี้เธอควรจะได้กลับไปนอนตีพุงเล่นเกมส์อยู่ที่บ้านแล้วแท้ๆ แต่คุณครูคณิตศาสตร์คนใหม่ที่เพิ่งเข้ามากลับสอนเกินเวลาเลิกเรียนของเธอไปไกลโข

ปกติเธอจะต้องเลิกประมาณบ่ายสามครึ่ง จะเลทแค่ไหนก็ไม่ควรเกินจากนี้.. แต่นี่ดันล่อไป4โมงเกือบครึ่ง

‘เด็กชั้นประถมหกจำเป็นต้องเรียนหนักขนาดนี้เลยหรอ ถามจริง’

เด็กสาวตัวเล็กบ่นในใจ ไว้อาลัยให้กับชะตากรรมของตัวเองที่ต่อจากนี้ก็คงต้องกลับเย็นบ่อยๆ

ด้วยความที่โรงเรียนของเธออยู่ไม่ห่างจากบ้านและโรงเรียนของน้องสาวตัวเองมากนัก เธอเลยมักจะโดนคุณแม่รบเร้ามาว่าให้แวะรับน้องเพื่อเดินทางกลับด้วยกันอยู่เป็นประจำ

ใจจริงเธอก็ไม่ค่อยอยากไปรับมันเท่าไหร่หรอก ไอ้เด็กกวนประสาทคนนั้นน่ะ มีขาก็น่าจะกลับเองได้รึเปล่าล่ะ อยู่ก็ตั้งป.5แล้วนะ!

แต่ไฉนเลยจะมีใครกล้าขัดคำสั่งจากพระมารดาได้

แค่นี้เบี้ยเลี้ยงกินขนมของเธอก็จะไม่พอบรรเทาความหิวช่วงพักเที่ยงของตัวเองอยู่แล้ว หากโดนหักไปอีกเธอคงต้องเดือดร้อนไปขอ(ไถ)ตังเพื่อนกินขนมแน่ๆ

และแน่นอนว่าวันนี้เธอก็ต้องเดินทางไปรับเอนเจีย น้องสาวของตัวเองเพื่อกลับบ้านด้วยกันอีกเช่นเคย

แต่ก็ไม่แน่ใจเหมือนกันนะว่านังเด็กคนนั้นจะกลับไปก่อนรึยัง เพราะนี่เธอก็มารับสายกว่าเวลาเดิมไปมากเท่าที่ควร

บางทีอาจจะหนีกลับบ้านไปก่อนแล้วก็ได้มั้ง

เพราะตอนนี้เธอก็มายืนรออยู่หน้าโรงเรียนสักพักแล้วก็ยังไม่เห็นวี่แววของยัยตัวแสบประจำบ้านเลย

ฮอลลิสคิดแบบนั้นพลางทำท่าจะเดินเลี้ยวขวาตรงทางแยกด้านหน้าเพื่อกลับบ้านไปโดยที่ไม่ได้คิดจะเดินย้อนกลับไปสำรวจดูอีกทีเลยว่า น้องสาวของเธอน่ะ กลับบ้านไปจริงๆแล้วใช่มั้ย

แต่ยังไม่ทันที่เท้าข้างขวาของเธอจะก้าวหันหลังกลับไปนอกโรงเรียน หูของเธอก็ดันเผลอไปได้ยินเสียงตะคอกของเด็กนักเรียนชายสักคนดังออกมาพร้อมกับน้ำเสียงกรี๊ดอันแสนคุ้นเคยที่ดังตามมาทีหลัง

“มึงจะเอายังไงห่ะ ไอ้เด็กเหี้ย !”

“เอาแม่งสักทีดีมั้ย !!!”

“กรี๊ดดดดดดดดด !!!!”

ฮอลลิสตกใจไปนิดหน่อยทันทีที่ได้ยินแบบนั้น.. 

เกิดอะไรขึ้น ? 

ไม่ใช่ว่าในเวลานี้เด็กนักเรียนคนอื่นๆเขาเริ่มทยอยกลับบ้านกันไปจนเกือบหมดโรงเรียนแล้วหรอ

นี่มันก็เกือบจะ 5 โมงแล้วนะ

“พี่ฮ๊อลลลลลลล !!!”

ราวกับว่าเสียงร้องเรียกต่อมานั่นได้ดึงสติเธอกลับมาเข้าร่าง

เด็กสาวนึกขึ้นได้ในทันที

“นี่มันเสียงไอ้เจียนี่ !!”

แย่ล่ะ มันต้องตกอยู่ในอันตรายแน่ๆ

ชิบหายเอ้ย ไปก่อเรื่องอะไรไว้อีก 

แม่ฆ่ากูแน่ถ้ามันเป็นอะไรไป ! (ค่าขนมกูด้วย!!)

ในระหว่างที่ฮอลลิสกำลังสับสนและลนลานอยู่นั้น ทางด้านเอนเจียก็ดูเหมือนท่าจะแย่ขึ้นเรื่อยๆ

พวกเด็กหนุ่ม(ที่ดูจากลักษณะท่าทางแล้วน่าจะเป็นเด็กม.ต้น) ทั้งสามคนกำลังยืนล้อมรอบเด็กผู้หญิงตัวเล็กๆคนนึงอยู่

ในมือของหนึ่งในนั้นถือโทรศัพท์เอาไว้ ราวกับว่าเตรียมพร้อมสำหรับการถ่ายคลิปวีดีโอประจานความอับอายให้แก่เธอ

“มึงเรียกใครวะ ? คิดว่าเวลานี้จะมีใครมาช่วยมึงได้รึไง ?” หนึ่งในนั้นเอ่ยถามเธอพร้อมกับแค่นหัวเราะเย้ยหยัน

“เสือกปากเก่งไม่เลือกที่เองนะมึง ทีแบบนี้ทำมาเป็นร้องกรี๊ด ต้องโดนสักทีหน่อยมั้งถึงจะเข็ด !!!”

“หนูไม่ผิดนะ !” ถึงแม้ว่าจะอยู่ในสถานการณ์ที่ดูอันตรายแบบนี้ เอนเจียก็ยังคงไม่ทิ้งสัญชาตญญาณความปากหมาและปากไวของตัวเองเช่นกัน

“ก็พวกพี่ดันทำอนาจารในห้องน้ำหญิงฝั่งประถมกันเองอ่ะ ถ้าจะทำกันจริงๆก็ไปทำฝั่งของตัวเองสิ”

“หนูจะเข้าห้องน้ำ หนูปวดฉี่แต่หนูต้องอั้นไว้เพราะคนจะมีอะไรกันงี้หรอ หนูไม่ยอมหรอก!”

“และอีกอย่างนะ.. 3รุม1มันไม่แฟร์เลย!!”

น่าแปลกใจนิดหน่อยที่เด็กตัวกะเปี๊ยกแค่นี้ดันรู้ถึงคำว่าจะมีอะไรกัน

“แล้วมึงเสือกอะไรล่ะวะ!! หรืออยากให้พวกกูทำกับมึงแทน ?” เด็กชายผมเกรียนที่ดูเหมือนจะเป็นหัวโจ๊กแก็งค์พูดขึ้นพร้อมกับท่าทีคุกคามขั้นสุด

“เฮ้ย พวกมึงล็อคตัวมันไว้กับพื้น!” สิ้นคำสั่งของคนที่เป็นหัวหน้า ผู้ชายที่เหลืออีกสองคนก็ทำการเดินเข้าไปประชิดตัวเธอทันที

“กรี๊ดดดดด!! ปล่อยหนูนะ !!” เอนเจียหวีดร้องออกมาด้วยความกลัวพร้อมกับพยายามสะบัดตัวดีดดิ้นให้หลุดออกมาจากการจับกุมของพวกมันทั้งสอง

แต่แน่นอนว่าแรงของเด็กผู้หญิงประถมตัวเล็กๆนั่นไม่มีทางที่จะไปสู้แรงของผู้ชายวัยมัธยมที่มีอยู่ด้วยกันสองคนได้หรอก

ไม่นานเด็กสาวก็ถูกล็อคตัวลงกับพื้นหญ้าแข็งๆหลังบริเวณสนามบาส เธอร้องไห้สะอื้นออกมาด้วยความรู้สึกหวาดผวา เนื้อตัวสั่นสะท้านไปหมด

ถึงแม้ว่าเธอจะปากเก่งขนาดไหน แต่เธอก็ยังคงเป็นแค่เด็กประถมตัวเล็กๆเท่านั้น การกระทำแบบนี้มันหนักหนาเกินไป

เกินกว่าที่เด็กผู้หญิงคนไหนจะรับได้

เพราะนี่มันคือการข่มขืน

“เฮ้ย!! หยุดนะ !! พวกมึงจะทำอะไรน้องกู!!” เสียงห้าวๆของใครสักคนดังขึ้นมาจากด้านหลัง ราวกับเสียงของระฆังช่วยชีวิต

ฮอลลิสปรากฎตัวขึ้นพร้อมกับท่อนไม้แข็งๆในมือที่เธอเก็บเอามาได้จากแถวๆนั้น

สายตาของเธอมองกวาดไปที่เด็กหนุ่มสองสามคนที่กำลังล็อคแขนและทำท่าเหมือนจะไปถอดฉีกกระชากเสื้อของเอนเจีย

“พี่ พี่ฮอล..” 

“แงงง ช่วยหนูด้วยยยย”

ทันใดนั้นก็เหมือนเส้นประสาทบางอย่างได้ขาดผึงลงทันที ฮอลลิสเงื้อไม้ในมือขึ้นสับเท้าวิ่งเข้าไปหาไอ้พวกกลุ่มเด็กผู้ชายนิสัยเลวตรงหน้าพร้อมกับออกแรงใช้ไม้ฟาดพวกมันเรียงคน

“พวกมึงทำอะไรน้องกู!! ออกมา!!!!”

ปั้ก! ปั้ก! ปั้ก!

แม้ว่าแรงของเด็กผู้หญิงจะไม่มากจนทำให้บาดเจ็บอะไรมากเท่าไหร่ แต่มันก็แรงพอที่จะทำให้คนพวกนั้นออกห่างจากน้องของเธอ

แต่ทว่าคนหนึ่งในเด็กชายพวกนั้นดันจับตัวเธอได้จากด้านหลัง มันดึงคอเสื้อของเธออย่างแรงแล้วออกแรงเหวี่ยงไปที่พื้นจนคนตัวเล็กล้มก้นกระแทกดังตุ้บ !

“โอ้ย!!”

“แสบนักนะ! ก็น้องมึงเสือกมากวนประสาทพวกกูก่อนเองนี่!! จะให้พวกกูทำไง” ไอ้เด็กหัวโจ๊กที่เพิ่งโดนเธอใช้ไม้ทุบไปเมื่อกี้ค่อยๆลุกขึ้นมาพลางชี้หน้าด่าเธอที่นั่งอยู่กับพื้น

ท่าทางของพวกมันดูต้องการจะเอาเรื่องเธอมากๆที่มาขัดจังหวะ

“พี่ฮอล!” เอนเจียร้องเรียก สองเท้ากำลังจะวิ่งเข้ามาช่วยก็โดนเธอตะโกนไล่ไปเสียก่อน

“เจีย มึงหลบไปก่อน!! กลับบ้าน !”

เวลานี้ยังจะเข้ามาช่วยอยู่อีก เมื่อกี้ยังจะเอาตัวเองไม่รอดเลยไอ้เด็กผีเอ้ย

ถึงแม้ในใจจะด่าว่ามันต่างๆนาๆที่เอาตัวเองมาเสี่ยงอันตราย แต่อีกใจก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าตัวเธอเองนั้นก็เป็นห่วงมันมากๆ

ตอนที่เธอวิ่งมาเห็นสภาพของน้องสาวตัวเองเมื่อกี้มันทำให้เธอโครตโมโหเลย แม้ว่าเสื้อผ้าทุกชิ้นจะยังอยู่ครบบนตัวก็เถอะ

แต่การที่มีใครมาทำแบบนี้กับคนที่เธอรัก(ยอมรับก็ได้) มันไม่มีใครยอมได้หรอกมั้ยวะ

นั่นน้องสาวทั้งคนนะเว้ย !!

“ไปตามพวกผู้ใหญ่มาที่นี่ !!”

“แต่—”

“กูบอกให้ไป!!”

“มึงคิดว่าพวกกูไม่ได้ยินหรือไง ! เฮ้ย! ไอ้เติ้ล จับตัวน้องมันไว้!!” เด็กชายอีกคนตะโกนสั่งเพื่อนตนเองพร้อมกับทำท่าจะเดินตรงเข้ามาเพื่อจัดการกับเธอต่อ

แต่วินาทีนั้นฮอลลิสได้เอื้อมมือไปคลำหาอาวุธข้างกายได้ทันท่วงทีพอดี

ก้อนหินขนาดเท่ากำมือถูกเขวี้ยงไปปะทะหัวของคนที่จะตรงมาคุกคามเธอเต็มๆ!!

หัวแตกไปเลยเด้!! สมน้ำหน้า!!

“ไอ้เหี้ย หัวกู—!!”

“โอ้ยยย !!”

ซึ่งพอดีกันกับที่เอนเจียหันหน้าไปใช้ฟันกัดเข้าที่มือคล้ำๆของชายคนที่มาจับเธอไว้จนจมเขี้ยว มันรีบสะบัดมือปล่อยเธอออกพร้อมกับร้องโอดครวญ

“เจีย !! วิ่ง!!”

เป็นจังหวะให้ทั้งสองคนรีบจ้ำฝีเท้าหนีออกจากพื้นที่ตรงนั้นได้พอดี แม้ว่าคนพวกนั้นจะอยากตามมาแต่ก็ทำไม่ได้เพราะหนึ่งในพวกมันบาดเจ็บหัวแตกกันไปแล้วคนนึง

จะให้พากันออกมาทั้งสภาพนั้นก็ดูน่าสงสัยแน่ๆ

“แฮ่กๆ!— เรารอดแล้ว!!” เมื่อวิ่งออกมาจนพ้นเขตอันตรายพวกเธอทั้งคู่เลยหยุดพัก เอนเจียร้องตะโกนออกมาด้วยความดีใจพร้อมกับกระโจนเข้ากอดพี่ตัวเอง

“ไม่ต้องมาดีใจเลยเด็กเวร ! มึงไปทำอะไรเขาไว้ถึงได้โดนทำแบบนั้น” 

“นี่ถ้ากูมาไม่ทันมึงจะทำยังไง”

“ทำไมทำอะไรไม่คิดบ้าง ปากเนี่ยจะพูดห่าอะไรคิดหน่อย มันอันตรายแค่ไหนรู้มั้ย” 

รู้ตัวอีกทีฮอลลิสก็เผลอพ่นคำบ่นด่าสารพัดใส่น้องตัวเองซะแล้ว ซึ่งแน่นอนว่าทุกคำล้วนเต็มไปด้วยความรู้สึกเป็นห่วงที่มีมาก

“โห ใจเย็น..!” เอนเจียร้องดักก่อนที่จะผละตัวเองออกมา คนตัวเล็กสูดน้ำมูกพลางใช้มือเช็ดหน้าเช็ดตาตัวเองนิดหน่อย

“เป็นห่วงกันก็บอกอ่ะ”

“เออ เป็นดิ” ฮอลลิสยอมรับทันทีแบบไม่อิดออดเหมือนทุกๆครั้ง มือเล็กๆที่ใหญ่กว่าของน้องตัวเองนิดหน่อยเอื้อมไปช่วยเช็ดๆหน้าเช็ดตาให้คนดื้อตรงหน้า

“ทีหลังอย่าทำแบบนี้อีกเข้าใจมั้ย ?”

“ก็มันหาเรื่องกูก่อนอ่ะ” คนเป็นน้องทำหน้าบูด

“อย่าเถียงไอ้สัส กลับบ้านไปจะฟ้องแม่”

“อย่าฟ้องงงง แงงง” พอโดนบอกแบบนั้นก็โอดครวญเลย เอนเจียไม่อยากให้แม่รู้เรื่องนี้เพราะกลัวท่านจะเป็นห่วง

แต่แน่นอนว่าฮอลลิสคิดว่ายังไงเธอก็ต้องบอกพวกผู้ใหญ่อยู่ดี เพราะเรื่องนี้มันร้ายแรง 

โชคดีที่เธอจำหน้าพวกเด็กพวกนั้นได้

“งั้นก็เชื่อฟัง..”

แต่แน่นอนว่าก็ต้องโกหกน้องตัวเองไปก่อน

“ก็ดะ”

ได้ยินแบบนั้นคนเป็นพี่ก็ยิ้มเล็กๆ

“กลัวมากมั้ย ไหนมากอดมา”

เอนเจียที่ตอนแรกเห็นแบบนั้นก็แอบเล่นตัวไม่บอกอยู่นิดหน่อย แต่ก็ยอมเข้าไปกอดพี่ตัวเอง

“กลัวดิ นึกว่าจะโดนทำแบบนั้นจริงๆซะแล้ว”

“ไม่เป็นไรแล้ว.. พี่อยู่นี่” พูดพลางลูบๆหลังปลอบประโลมเด็กน้อยในอ้อมแขนไปด้วย

“อื้อ”

“กลับบ้านกันนะ”
อื้อ กลับบ้านกัน
หิวข้าวแล้ว 
พี่น้องหลายคู่แม้ว่าพวกเธอจะแสดงออกเหมือนว่าเกลียดกัน 

แต่จริงๆแล้วพวกเธอทั้งคู่ก็รักกันนั่นแหละ

:)

















SHARE
Written in this book
WLU fiction
รวมฟิคชั่น และอื่นๆเกี่ยวกับออริ
Writer
MY_ZONE
Feeling
Private zone

Comments