[OS] Sweet

Talk
- เรื่องนี้เหมือนเป็นเรื่องต่อของ Savior ค่ะ
- ขออภัยสำหรับคำผิดค่ะ

Paring: Ijiri Annna (Antan) x Kato Yuuka (Uuka)

Category: Yuri Fanfiction

Warning: Rate G (General)

คำเตือน: ฟิคชั่นเรื่องนี้เป็นเพียงจินตนาการของผู้เเต่งเท่านั้น
ไม่มีเจตนาให้เกิดความเสียหายใดๆเเก่ศิลปิน  

ตั้งแต่เธอเกิดมาก็พบว่าชีวิตคนเราน่ะมีความน่าสนุกหลากหลายรูปแบบให้ได้วิ่งเข้าไปทำความรู้จักและใช้เวลาอยู่กับมัน อย่างมังงะที่ชอบอ่าน อะนิเมะที่ชอบดู หรือว่าพรสวรรค์ที่เพิ่งค้นพบเมื่อปีที่แล้ว ที่เริ่มต้นจากในครัวของฤดูหนาวหลังปีใหม่นั่นคือการทำขนม ที่พอได้เริ่มลองทำเป็นครั้งแรกแท้ๆ แต่กลับทำออกมาอร่อยกว่าพี่สาวที่หัดมาก่อนสามเดือนเสียได้

ที่สำคัญการทำขนมนั้นเธอเพียงกะเกณฑ์ส่วนผสมตามสูตร เปิดเตาตั้งอุณหภูมิที่กำหนด ปล่อยให้ความร้อนได้ทำหน้าที่ของมัน ส่วนผสมก็จะถูกปรุงออกมาเป็นขนมสุดอร่อย เรื่องง่ายดายแค่นั้นไม่เห็นจะยากอะไร ช่างผิดกับเรื่องที่บังคับอะไรไม่ได้ อย่างการได้เจอแฟนเก่าที่ไม่อยากเจออีกต่อไปแล้วในที่ทำงานใหม่ที่สมัครเข้ามาได้นั่นละ

...อยู่ๆก็บอกว่าไม่รักกันแล้ว เราแตกต่างกันเกินไป เลิกกันเถอะนะ...
 
ทั้งที่ตนเองน่ะไม่ได้ทำอะไรผิดแท้ๆ อยู่ๆก็มาบอกเลิกกัน ใครมันจะไปทำใจได้ง่ายๆกันล่ะ ช่วงเวลานั้นเลยเป็นช่วงเวลาแสนอึมครึมที่สุดในชีวิตเลยทีเดียวกว่าที่จะทำใจแล้วข้ามพ้นกับความเสียใจ ยอมรับความเป็นโสดอีกครั้งได้ก็เกือบสามเดือนแน่ะ ถึงได้กลับมาเป็น อิจิริ อันนาคนเดิม คนแสนร่าเริงที่ทุกคนรู้จักนั่นน่ะ

ถ้าถามกันจริงๆแล้ว เธอน่ะเกลียดคนรักเก่าไหมน่ะเหรอ เมื่อก่อนก็ใช่ มันมีทั้งความโกรธ เกลียด เสียใจ ไม่เข้าใจวิ่งวนอยู่ในสมอง รักแสนเจ็บปวดวิ่งอยู่ในหัวใจ แต่พอเวลาล่วงเลยมาถึงเวลานี้แล้ว ก็เหลือเพียงความเฉยชาเท่านั้นละ...

ถึงอย่างนั้นอันตันก็โมโหเหมือนกัน ที่อยู่ๆก็ถูกจิฮิโระเรียกออกไปหา เพียงเพราะว่าอยากให้เงียบปากไว้ ไม่อยากให้แฟนใหม่ที่ทำงานอยู่แผนกเดียวกันกับเธอรู้....น่าละอาย เห็นแก่ตัวเสียจริงๆ

นี่ถ้าเธอเลวพอละก็พรุ่งนี้เช้าก็คงจะเดินไปหานาอิกิซังเพื่อเล่าเรื่องความสัมพันธ์ในวันวานให้ฟัง เอาชนิดหมดเปลือกเพื่อให้ไม่สามารถไปมองหน้าจิฮิโระติดอีกเลย ให้ความสัมพันธ์แสนหวานที่เพิ่งก่อเกิดพังทลายลง ให้คนใจดำแบบนั้นต้องเจ็บปวดเสียบ้างก็คงจะดี

....แต่สุดท้ายก็ได้แต่คิด และโยนความคิดเลวร้ายนั่นหายไป
ให้ทำจริงๆก็คงทำไม่ลงอยู่ดี...
 
คืนนั้นหลังจากการเอาคืนที่คิดว่าทำได้ให้หายเจ็บใจไปได้บ้าง อย่างการทิ้งบิลให้คนรักเก่าจ่าย ก็คือการกลับมาที่ห้องของตัวเอง แล้วเริ่มต้นหยิบตำราทำขนมปังออกมา กางหนังสือออก เลือกเมนูที่อยากลองทำ ใช้เวลาราวหนึ่งนาทีก็ได้ขนมปังในดวงใจ เธออยากทำซอท์ฟโรลง่ายๆ แต่สามารถเก็บไว้กินได้หลายวันแล้วยังประยุกต์กินกับอาหารได้หลากหลาย

อันตันรู้สึกว่าตัวเองเผลอยิ้มออกมาตอนที่เริ่มต้นหยิบส่วนผสมออกมาจากตู้ แป้งสาลี ไข่ ยีสต์ น้ำ แล้วเริ่มต้นผสมพวกมันเข้าด้วยกันตามสูตร จนถึงช่วงเวลาที่ชอบ ก็คือตอนที่เริ่มต้นนวดให้เข้ากันจนกลายมาเป็นแป้งโดนี่ละ ความหงุดหงิดทั้งหลายแหล่ที่เคยอึมครึมอยู่ในใจมาตั้งแต่ช่วงหัวค่ำก็ละลายหายไป

หญิงสาวรู้ดี ว่าการได้ลงมือทำขนมสักอย่างมันคือหนทางของการได้เยียวยาหัวใจตัวเอง ไม่ว่าจะได้พบเรื่องห่วยแตกแค่ไหนมา ใจก็จะฟื้นคืนดีขึ้นมาได้ กระบวนการจบลงพร้อมกับการได้อิ่มท้องแล้วยังอิ่มใจ
 
นั่งพิงโต๊ะแล้วหลับตาลง สูดกลิ่นของขนมปังที่ลอยจากเตาอบเล็กๆที่อยู่ข้างบนโต๊ะอีกทีหนึ่ง พร้อมกับวางแผนต่อไปว่าจะนำซอท์ฟโรลนั้นไปกินกับอะไร โดยไม่มีใบหน้าของจิฮิโระผ่านเวียนเข้ามาในห้วงความคิดอีกเลยตลอดทั้งคืน
.

.

.
พอเสร็จสิ้นช่วงเวลาเทรนนิ่งแล้ว ก็เริ่มต้นทำงานจริงจังเสียที โต๊ะทำงานที่อยู่ห่างไปอีกมุมหนึ่งคือโต๊ะของนาอิกิซัง ซึ่งเท่าที่สังเกตแล้วก็ดูเป็นคนดีแล้วยังฉลาด หัวไว บางทีเจออะไรติดขัดก็พร้อมจะวิ่งเข้ามาช่วยเหลือเพียงร้องขอ ตัวก็สูง แล้วยังหน้าตาดี ก็ไม่แปลกใจหรอกนะที่ยัยจิฮิโระจะหลงนักหลงหนาน่ะ

อันตันนึกอย่างปลงๆ ขณะที่มองข้ามโต๊ะทำงานไปแล้วมองทั้งสองคนยืนคุยกันแถวหน้าประตูของแผนก คงจะออกไปกินข้าวกลางวันสักที่กันสองคนอย่างที่ทำเป็นประจำ ส่วนตัวเองก็สามารถทำเป็นว่าไม่เคยรู้จักกับจิฮิโระมาก่อนได้แนบเนียนอย่างที่คนรักเก่าเคยร้องขอ ทำเป็นว่าไม่เคยพบกันมาก่อนได้โดยที่ไม่รู้สึกอะไร ต่อให้เดินผ่านกันก็ทำเป็นทักทายไปตามปกติของเพื่อนร่วมงาน อันตันคิดว่าตัวเองทำได้ดีเลยนะ...

"น่ากินจังเลยค่ะ ทำเองเหรอ"

หญิงสาวสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อเสียงหวานๆนั่นเอ่ยขึ้น คนที่กำลังเหม่อไปเรื่อยเปื่อยจึงหันไปมองต้นเสียง ใบหน้ายิ้มละไมดวงตาเรียวเล็ก แก้มยุ้ย น่ารักเลยทีเดียวละ ซึ่งถ้าจำไม่ผิดแล้วหล่อนชื่อ....

"คาโต้ ยูกะค่ะ จำได้ไหมเอ่ย"

"จะ...จำได้ค่ะ"

ตอนที่ต้องไปแนะนำตัวตามประสาคนใหม่ หล่อนที่ทำงานอยู่อีกแผนกยังหันมาชมชุดที่ใส่อยู่เลย เรียกได้ว่าเป็นมิตรสุดๆ...

"พอดีเห็นคุกกี้ที่วางอยู่ตรงโต๊ะน่ะค่ะ ไม่เห็นมีชื่อยี่ห้อหรือว่าชื่อร้านแปะอยู่ที่ถุงเลยเดาเอาว่าทำเองน่ะ" คาโต้ซังชี้ไปที่ถุงคุกกี้ที่ว่า ซึ่งอันตันอบเองเมื่อวานซึ่งเป็นวันอาทิตย์

"อ้อ ใช่ค่ะๆ ทำเองน่ะค่ะ พอดีชอบทำพวกขนมปังเอย คุกกี้เอยกินเองน่ะ" แล้วมือก็ไวกว่าความคิด เธอหยิบถุงที่ว่านั่นยื่นให้กับคาโต้ซัง

"ชอบกินคุกกี้หรือเปล่าคะ แล้วถ้าไม่รังเกียจก็..."

"เอ๊ะ ให้เหรอคะเนี่ย ใจดีจังเลย" รอยยิ้มที่กว้างกว่าที่เคยเห็นครั้งไหนฉายขึ้นมา ช่างเป็นหญิงสาวที่ให้ความรู้สึกเหมือนกับขนมอบใหม่ออกจากถาดยามที่ดึงออกมา อบอุ่นชวนมอง...

...โอยตายและ คิดไปไหนต่อไหน หยุดก่อนเลย...
 
"นี่ว่าต้องอร่อยแน่ๆเลยพวกคุกกี้โฮมเมดเนี่ย ชอบกินมากๆเลยค่ะ"

"ถ้ากินแล้วชอบละก็ฉันจะทำมาให้กินบ่อยๆแล้วกันค่ะ พวกขนมอย่างอื่นก็จะทำมาให้ลองชิมดู"

"เอ๋ จะดีเหรอคะ" หญิงสาวสะดุ้งตกใจ มีท่าทีลังเลระคนเกรงใจกัน

"มะ...ไม่เป็นไรค่ะ ทำมาครั้งหนึ่งก็กินคนเดียวไม่ค่อยจะหมด ดีเสียอีกมีคนช่วย คนในแผนกเค้าก็กินกันบ่อยแล้ว" อันตันนึกถึงหน้าของมุราเสะซังผู้เป็นหัวหน้าที่เอ่ยปากกันว่าตั้งแต่มีเธอมาทำงานด้วยแล้วน้ำหนักขึ้นมาสองกิโล เพราะเล่นกินขนมที่ทำมาเผื่อตลอดเลย จนอันตันคิดว่าจะเพลาๆการทำพวกขนมหวานสักหน่อยแล้ว

"งั้นก็ไม่เกรงใจละนะคะ นี่ถ้าทำอันใหม่มาก็เรียกได้ตลอดเลยนะคะ"

จากนั้นหล่อนก็กลับไปทำงานต่อพร้อมกับที่มีคุกกี้ของเธอติดมือไปด้วย ส่วนตนเองก็เริ่มคิดที่จะทำขนมสูตรใหม่ๆ เพื่อคาโต้ซังที่คงจะยิ้มจนตาปิดทุกครั้ง ที่เธอทำขนมไปให้แน่ๆ
.

.

.
เรื่องของความสัมพันธ์ของคนนั้น บางทีก็เหมือนเป็นเรื่องน่าฉงนหัวใจ ด้วยอันตันรู้สึกหงุดหงิดขึ้นมาบางครั้งตอนที่ต้องเผลอเจอหน้าคนรักเก่าในที่ทำงาน แล้วฝ่ายนั้นมักจะทำตัวเฉยชาจนเกินไปใส่กัน ถึงจะต้องเล่นละครว่าทั้งเธอและจิฮิโระนั้นไม่เคยเจอกันมาก่อน แต่ก็ไม่เห็นสาเหตุเลยว่าทำไมอีกคนเค้าก็ยังทำเหมือนกับว่าเธอน่ะเป็นตัวอะไรสักอย่างที่ไม่น่ามอง ไม่อยากสนทนาด้วยอะไรจะขนาดนั้นกัน

อย่างเช่นวันก่อนที่จิฮิโระมาที่แผนกเธอตอนเลิกงานแล้ว ตอนนั้นอันตันกับโคโคโระกำลังนั่งเช็กไฟล์พรีเซนต์ที่จะต้องนำเสนอพรุ่งนี้ด้วยกันอยู่พอดี

อันตันน่ะทำงานมาได้สามเดือนแล้ว ที่ตลกคือสนิทกับนาอิกิซัง หรือโคโคโระที่สุดไปเสียได้ อาจเพราะบังเอิญว่าเธอกับอีกคนนั้นชอบเกิร์ลกรุ๊ปจากเกาหลีวงเดียวกัน เลยชอบมานั่งดูคลิปจากยูทูปด้วยกัน หรือส่งรูปจากพวกตากล้องแฟนไซต์ส่งให้ดูกันทางทวิตเตอร์ (แน่ละว่าคนเราไม่ควรฟอลทวิตของเพื่อนร่วมงาน แต่ข้อยกเว้นมันก็มีถ้าชอบไอดอลวงเดียวกัน)

"โคโคะจังยุ่งอยู่เหรอ" จิฮิโระหันไปถามคนที่นั่งข้างๆเธอ แน่นอนละว่าทางนั้นไม่แม้แต่จะปรายตามองมาหากัน ทั้งๆที่นั่งหัวโด่อยู่แท้ๆ

...ไม่คิดจะมีมารยาทกันสักหน่อยเหรอเธอ...หา...
 
"อีกนิดเดียวเองน่ะ จิฮิโระไปรอที่ร้านก่อนก็ได้นะ"

"งั้นก็ได้ รีบตามๆมานะ"

....ได้...ไม่ทักก็ไม่ทัก...
 
"จริงสิ อันตันไปกินด้วยกันไหมล่ะ ข้าวร้านนี้อร่อยนะ จิฮิโระเค้าค้นเจอวันก่อน" อยู่ๆอย่างโคโคโระก็หันมาชวนกันเสียได้ เล่นเอาทั้งอันตันและจิฮิโระหันขวับไปมองหน้าคนชวนทันที

"เฮ้ย ไม่เอาหรอก ไปกันสองคนเถอะ" แน่นอนละว่าเธอปฏิเสธโดยไว แล้วต่อให้เธอไม่ปฏิเสธ จิฮิโระก็คงไม่อยากให้เธอไปเหมือนกัน

"จะได้รู้จักกันเยอะขึ้นไง ต่อให้ไม่ได้ทำงานด้วยกันก็เถอะ" โคโคโระยังคงคะยั้นคะยอตามประสาคนที่ไม่รู้เรื่องไม่รู้ราวอะไร

"พอดี...เอ่อ พอดีเรานัดคาโต้ซังไว้แล้วน่ะ" ปากไวกว่าความคิด อันตันน่ะไม่ได้นัดใครไว้ทั้งนั้นละ รวมทั้งคาโต้ซังที่ว่าด้วย แล้วป่านนี้จะกลับไปแล้วหรือยังก็ไม่รู้

"อ๋อ มิน่าทำไมคาโต้ซังยังไม่กลับ ตะกี้ตอนที่ฉันเดินผ่านแผนกของโยชิดะซังก็เห็นว่าคาโต้ซังยังนั่งทำงานอยู่เลย แต่คนอื่นๆกลับหมดแล้ว"

อันตันก็ไม่แน่ใจหรอกว่าจิฮิโระน่ะเข้าใจว่าเธอไม่ว่างจริงๆ หรือว่าโกหกก็เถอะ แต่ก็ดีเหมือนกันนะ ก็ใครมันจะอยากไปกินข้าวกับคนที่ทำเหมือนกับว่าตัวเองเป็นอากาศธาตุกันเล่า

"ฉันว่าไม่มีอะไรต้องแก้แล้วละ พรุ่งนี้เช้าค่อยมาซ้อมๆกันอีกรอบแล้วกัน" จากนั้นโคโคโระก็หิ้วกระเป๋าถือเดินจากไปพร้อมกับอีกคนที่เพียงหันมาบอกลากันตามมารยาท แต่ในใจน่ะคงไม่ได้อยากบอกลากันจริงๆหรอก

...โอ๊ย หงุดหงิด ลาออกซะดีไหมเนี่ย...
 
เธอปิดคอมและหยิบกระเป๋าถือเพื่อจะกลับบ้านบ้างด้วยอารมณ์ขุ่นมัวสุดๆ ตั้งใจจะไปทำขนมปังบาร์เกตสักสองสามชิ้นแก้เครียดสักหน่อย แต่นึกขึ้นได้ว่าเมื่อครู่เพิ่งไปโกหกคำโตเข้า นี่ถ้าเกิดว่าความแตกว่าตนเองน่ะไม่ได้นัดใครทั้งนั้นขึ้นมา ยัยจิฮิโระก็คงจะดูถูกกันน่าดู

คิดขึ้นมาได้ก็หยุดฝีเท้า ก่อนที่จะหันหลังแล้วเดินย้อนไปอีกทาง ในใจภาวนาขอไม่ให้คาโต้ซังกลับไปก่อนก็แล้วกัน ซึ่งฟ้าก็มีตา พระเจ้ามีใจกรุณาคนโกหกกันเสียได้ โดยการที่พอเธอเดินไปถึงคนที่นึกถึงก็เพิ่งจะปิดคอมพิวเตอร์ ทำท่าจะกลับบ้านพอดี

"เอ่อ..." อันตันเคาะประตูกระจกฝ้า โบกไม้โบกมือให้อีกคนเขาที่เพิ่งหันมาเห็นกัน

"อ้าว อิจิริซังยังไม่กลับอีกเหรอ หรือว่ามีขนมจะให้กันเหรอ" พูดกลับมาในเชิงหยอกเย้า แต่อันตันก็ส่ายหน้าให้

"เปล่าๆ แต่ก็ที่ให้ไปวันก่อนตั้งถุงนึงนั่นอย่าบอกนะว่ากินหมดแล้วน่ะ" อันตันหมายถึงคุกกี้ช็อกโกแลตที่แบ่งมาให้เจ้าตัวเมื่อสัปดาห์ก่อน ก็นอกจากคนในแผนกแล้วก็มีหล่อนนี่ละที่ยังแบ่งมาให้อีกคน

"ยังหรอก ค่อยๆกินอยู่ กลัวหมดก่อนน่ะ" หญิงสาวหัวเราะจนตาปิด เลยเป็นโอกาสให้ลองถามดู

"ว่าแต่กำลังจะกลับแล้วใช่ไหม กินข้าวหรือยังคะ ไปกินด้วยกันไหม" ถือโอกาสชวนดื้อๆเสียเลย ทุกครั้งเธอก็แค่เดินมาแบ่งขนมที่ทำเสร็จให้กิน แต่ยังไม่เคยชวนกันไปกินข้าวตามประสาเพื่อนร่วมงานกันสักครั้ง

"ยังเลย ไปค่ะไป ดีเลยที่มาชวน ไม่งั้นคงต้องฝากท้องกับร้านสะดวกซื้อใกล้ห้องเหมือนเดิมแน่ๆ"

ท่าทางร่าเริงของหญิงสาวกลับช่วยปัดเป่าความขุ่นมัวที่เมื่อครู่ยังอยู่ให้หายไป เธอลืมไปแทบจะทันทีเลยละว่าเมื่อครู่ยังหัวฟัดหัวเหวี่ยงอยู่แท้ๆ เลยได้แต่ขอบคุณอีกคนเขาในใจ ระหว่างที่เดินไปร้านอาหารด้วยกัน
.

.

.
"ไอ้แป้งสองตัวนี้มันต่างกันยังไงอะ..." คนถามหันมาพร้อมกับแป้งสองถุงในมือ อันตันที่กำลังหาเปรียบเทียบแป้งสำหรับทำคุกกี้สูตรใหม่อยู่ก็หันไปมองพร้อมกับยิงมุกไร้สาระแบบเดิม

"อันนึงสีฟ้า อีกอันนึงก็สีแดงไง" ตามด้วยรอยยิ้มอย่างกวนๆใส่ ก็ไม่ได้พูดผิดนะ ถุงนึงสีขาวคาดฟ้า อีกถุงก็สีขาวคาดแดง

"คืออยากโดนฟาดด้วยถุงแป้งว่างั้น...อันตัน?" เพราะตั้งแต่ไปกินข้าวด้วยกันวันนั้น ทั้งเธอและหญิงสาวก็เริ่มสนิทกันจนเรียกชื่อเล่นๆกันได้แล้ว ชื่อจริงหรือนามสกุลเลยเปลี่ยนเป็นอันตันกับอูกะไปเสียอย่างนั้น สาเหตุก็มาจากตอนที่เธอเล่าเรื่องชื่อเล่นให้ฟัง ส่วนอูกะก็เลยเล่าที่มาของชื่อเล่นบ้าง โดยมาจากลูกของน้าสาวที่เพิ่งอายุได้ไม่กี่ขวบยังพูดไม่ชัด แล้วเรียกชื่อเพี้ยนจากยูกะเป็นอูกะ กลับกลายเป็นว่าทั้งบ้านพร้อมใจกันเรียกชื่อนั้นไปโดยปริยายด้วยให้เหตุผลว่าน่ารักดี

"มะ....ไม่เอาอ่ะเจ็บ ล้อเล่นๆน่า" เธอแกล้งยกมือห้าม ก่อนจะอธิบายต่อ

"อันนึงน่ะแป้งสาลีสำหรับทำเค้ก อีกแป้งเป็นสูตรสำหรับทำขนมปัง พวกบริษัทเค้าชอบออกของมาขายวางคู่กันนั่นละ สังเกตเอาจากชื่อสูตรไม่ก็ภาพประกอบเอาก็ได้" อันตันชี้ให้สังเกตเห็นง่ายๆ

"เหรอ นึกว่าแป้งแบบไหนๆก็เหมือนกันซะอีก เพิ่งรู้เนี่ย" อูกะวางคืน ก่อนจะหันมายิ้มจนตาปิดให้

"ยากแบบนี้รอให้อันตันทำให้กินอย่างเดียวง่ายกว่า แถมยังอร่อยกว่าพวกร้านดังๆด้วย"

"โอ๊ย ยอกันเกินไปแล้ว แค่ออกตังค์ค่าของให้ก็เกรงใจจะแย่"

การที่อยู่ๆนั้น อูกะมาเดินเลือกของในร้านขายวัสดุ อุปกรณ์สำหรับการทำขนมโดยเฉพาะได้นั้น ก็เนื่องมาจากเมื่อวานอันตันบ่นตอนไปกินข้าวกลางวันด้วยกันว่าวันเสาร์นี้อยากลองสูตรคุกกี้เนื้อนิ่มแบบใหม่ดู แล้วตั้งใจจะมาซื้อของที่ร้านขายส่งที่นี่ ตอนนั้นเอง อูกะก็บอกว่าขอมาด้วยคน เพราะอยากรู้ว่าพวกร้านที่ว่านั่นเป็นยังไง พร้อมกับบอกว่าอยากกินคุกกี้ที่ว่านั่น พร้อมกับบราวน์นี่อีกต่างหาก สำทับมาว่าจะออกค่าวัตถุดิบให้เลย เพียงแค่เธอทำให้กินก็แค่นั้น ซึ่งตามประสาคนงก เอ้ย ประหยัดมีหรือจะไม่ตกลง

"...รีบซื้อของดีกว่า นี่ก็บ่ายและ จะได้ไปกินข้าวกัน ฉันรู้จักร้านข้าวห่อไข่อร่อยๆที่อยู่ไม่ไกลจากร้านนี้ด้วย" อันตันบอกหลังจากมองที่นาฬิกาข้อมือ แล้วทั้งเธอและอูกะก็เดินเลือกของที่ต้องใช้อีกไม่ถึงครึ่งชั่วโมงก็ได้ครบแล้ว

"เชื่อได้ไหมเนี่ยว่าอร่อยน่ะ..." 

อูกะหันมาแหย่กัน แต่ก็ยอมเดินตามไปด้วยกันโดยไม่บ่นอะไร ซึ่งจะว่าไปแล้วอันตันก็นึกถึงจิฮิโระขึ้นมา จะว่าไปยัยนั่นเคยบ่นเหมือนกันนะ ว่าเธอน่ะชอบกินอะไรแปลกๆ หรือสั่งไม่ค่อยเหมือนชาวบ้านเค้า เรียกว่าทำอะไรให้กินก็จะบอกได้ว่าไม่อร่อย ทั้งที่คนอื่นเค้าอร่อยกัน ซึ่งในความเป็นจริงแล้วไม่ใช่ไม่อร่อยสักหน่อย แต่แค่ไม่ชอบรสจืดๆเค็มๆแบบที่จิฮิโระทำหรือชอบก็เท่านั้นเอง

"ข้าวห่อไข่ร้านนี้เค้ามีพวกซอสต่างๆให้เลือกตั้งหลายอย่างเลยนะ ต้องมีสักรสที่ถูกใจอูกะแน่ๆละ ไม่ต้องห่วง...." แต่พอเดินไปถึงร้านที่ว่า ยังไม่ทันจะได้กดสวิตช์เลื่อนประตูร้านเพื่อเข้าไป ก็มีคนเดินสวนออกมาพอดี แล้วยังเป็นคนที่พวกเธอรู้จักกันดีเสียด้วย

"อ้าว อันตันนี่นา คาโต้ซังด้วย" คนทักคือโคโคโระนั่นเอง แน่นอนละว่าเจ้าตัวไม่ได้มาคนเดียวหรอก ย่อมมีคนที่ไปไหนมาไหนด้วยกันตลอดเวลาเลิกงานอย่างจิฮิโระด้วยอยู่แล้ว

"มากินข้าวกันเหรอ เนี่ยฉันกับจิฮิโระเพิ่งกินเสร็จเลย อร่อยดีนะ"

"ก็โคโคโระเป็นคนแนะนำมานี่นา ลืมไปได้ไง ฮ่าๆ"

อันตันน่ะไม่คิดหรอกว่าจะได้ออกมาเจอสองคนนี้ข้างนอก ลำพังโคโคโคโระน่ะไม่เท่าไรหรอก แต่กับจิฮิโระนั้น...เหมือนหัวสมองไม่อยากจดจำเรื่องราวดีๆแต่เก่าก่อนได้อีกแล้ว กลับจำได้แต่ความรู้สึกเย็นชาและถูกเมินเฉยจากผู้หญิงคนนี้ไป จนอันตันยังถามตัวเองเลยว่าตนเองน่ะเกลียดจิฮิโระไปแล้วหรือไงนะ

"นี่ถ้ามาไวกว่านี้ก็คงจะได้กินด้วยกันหรอก เออๆ อย่าลืมใช้คูปองลดที่ส่งให้ทางไลน์ละ ไปก่อนนะคะ พอดีต้องรีบไปดูหนังต่อ" โคโคโระเป็นคนตัดบทก่อนจะบอกลากันไป ส่วนจิฮิโระก็บอกลาพวกเธอทั้งสองคน ด้วยอารมณ์เป็นทางการไม่ต่างจากการทักทายหรือบอกลากันที่ทำงานเลย

....เยี่ยม อารมณ์ดีๆมาตั้งแต่เช้าก็หายไปหมดเลย...
 
"สองคนนั้นน่ะสนิทกันจังเลยนะ..." คนที่เดินตามมาพูดขึ้นลอยๆ ส่วนอันตันก็หยิบเมนูมาดูไล่สายตาไปตามรายการอาหาร แต่สมาธิก็ไม่ค่อยจะจับเท่าไรนัก ก็ไม่เข้าใจว่าทำไมข้าวห่อไข่ถึงต้องมีท็อปปิ้งให้เลือกหลายอย่าง มีซอสให้ราดตั้งหลายซอส อิแบบนี้มันก็ไม่ใช่ข้าวห่อไข่ที่เคยรู้จักมาตั้งแต่ตอนเด็กเลย เสียความเป็นต้นตำรับข้าวห่อไข่หมด

"นี่..."

เสียงเรียกเหมือนลอยมาไกล แต่อันตันไม่ได้หันไปตอบ ยังคงหงุดหงิดกับเมนูข้าวตรงหน้าอยู่เหมือนเดิม

"อิจิริ อันนา..." อยู่ๆอูกะก็เปลี่ยนเป็นเสียงเข้ม ก่อนจะหยิบเมนูออกจากมือของเธอ อันตันที่กำลังตกใจกับท่าทีของอูกะเลยลืมแม้แต่จะขานรับ เลยได้แต่นั่งมองคนที่นั่งตรงข้ามส่งคิ้วขมวดมาให้

"คุยด้วยแล้วไม่ยอมตอบคืออะไรคะ...นิสัยเสียอะเรา" ยิ่งพออูกะทำท่ากระเง้ากระงอดใส่กันเลยยิ่งรู้สึกผิดไปใหญ่

"...ขอ...ขอโทษนะ" ยังไม่รู้หรอกว่าตัวเองน่ะทำอะไรผิด แต่จะปล่อยไว้ก็ไม่น่าจะดี

"คะ...คือฉันคิดมัวแต่อ่านเมนู มันก็น่ากินจริงๆด้วย อูกะอยากกินอะไรล่ะ สะ...สั่งเลยไหมคะ" ก็ไม่อยากให้อีกคนเขาโกรธกันเลยบอกให้ตัวเองง้อไปก่อน

"......"

อูกะไม่ยอมตอบอีกต่างหาก เธอเลยยิ่งรู้สึกผิดไปเลย จะต้องทำยังไงดีนะถึงจะหายโกรธกันละเนี่ย

"นี่ไง ก็รีบกินนะ แล้วเราจะได้กลับไปทำขนมไง ประเดี๋ยวอูกะไปนั่งดูฉันทำขนมที่ห้องเลยก็ได้นะ เราจะได้กินกันเลย บราวน์นี่ที่เธอชอบไง ดีไหม"

นึกอย่างไรก็ไม่รู้ถึงได้ชวนอีกคนเค้าไปที่ห้อง มาคิดดูดีๆแล้วนับแต่เริ่มงานใหม่ ย้ายมาอยู่ห้องที่อยู่ปัจจุบันก็ไม่เคยมีใครได้ย่างกรายเข้าไปเลย

"ไม่โกรธกันนะคะ เนี่ยฉันจะเลี้ยงเลย ไหนๆอูกะก็เพิ่งออกค่าของให้นี่นา"

คิ้วของหญิงสาวก็ยังขมวดส่งมาหา มองหน้ากันนิ่ง แล้วก็เดาว่าถ้ายังไม่ทำให้อูกะหายโกรธ อีกไม่ถึงนาทีนี้เจ้าตัวจะลุกขึ้น ขอตัวลากลับไป แล้วยังจะโกรธไปอีกนานสองนานเป็นแน่

"อันตันน่ะ...แอบชอบคาวาคามิซังเหรอ" อยู่ๆอีกคนก็พูดขึ้นมาดื้อๆ ทำเอาแทบจะตกเก้าอี้ลงเสียตอนนั้น

"เฮ้ย! จะบ้าเหรอ เอาอะไรมาพูดน่ะ" เธอโวยวายแก้ตัว ไอ้ความรู้สึกพวกนั้นน่ะมันไม่มีมาตั้งนานแล้ว ที่เหลือมันก็แค่ความน้อยใจต่างหาก แต่ไอ้เรื่องที่จะให้เล่าเรื่องราวแต่เก่าก่อนให้ฟัง มันก็ยังไม่ถึงเวลานี่นา

"มันไม่ใช่หรอกนะ ไม่ใช่อย่างที่อูกะคิดหรอก..." เพราะอยากให้อูกะไม่คิดมากไปไกล เลยเผลอเอื้อมมือไปจับเอาไว้ เหมือนอยากให้อีกคนเขาเชื่อคำพูดกัน ไม่พอยังบีบมือย้ำอีกต่างหาก

"ก็ฉันนึกว่าอันตันน่ะชอบเค้าเสียอีก ไม่ใช่แค่วันนี้หรอกนะ ที่เธอน่ะชอบไปแอบมองเค้า วันอื่นๆก็เป็นนี่นา ฉันน่ะ...มองอยู่ตลอดนะ"

หญิงสาวเอ่ยแล้วก้มหน้าลง เจ้าตัวคงจะไม่รู้จะแก้ตัวยังไงดี เพราะสิ่งที่พูดมามันเหมือนกันสารภาพรักกัน ต่างคนต่างรู้ดี ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นอยู่ตอนนี้ไม่ใช่แค่เพื่อน หรือว่าเพื่อนร่วมงานจะทำกันหรอก

...อูกะน่ะงอนกันอยู่มากมาย ที่สำคัญเธอก็ดันจะอยากง้ออีก...

ถึงจะยังไม่รู้หรอกว่าควรจะทำอย่างไรดี แต่ความรู้สึกของอูกะก็สำคัญ จนไม่อยากปล่อยให้อีกคนเขาเข้าใจผิด หรือโกรธกันต่อ ถึงอย่างนั้น อูกะกลับเลือกที่จะเงียบไปต่ออีกครู่ใหญ่ ส่วนเธอก็เลือกที่จะปล่อยให้ความเงียบทำงานไปก่อน เธออยากให้อีกคนเขาได้ทบทวนความรู้สึกให้ดี

"เรากินข้าวกันดีกว่า..." แล้วหญิงสาวก็เปลี่ยนเรื่องไปเฉยๆ แล้วดูอารมณ์ดีขึ้นมาดื้อๆ แต่เธอก็ยังไม่วางใจหรอก แต่อย่างน้อยก็ค่อยโล่งใจหน่อย  
.

.

.

ค่อยยังชั่วที่ร้านนั้นอร่อยสมราคาคุย แล้วตอนนี้เจ้าของห้องอย่างอันตันก็เริ่มเปิดตู้แล้วหยิบอุปกรณ์สำหรับจะทำบราวน์นี่ออกมาจากตู้เหนืออ่างล้างจาน ส่วนแขกผู้มาเยือนก็ยืนหันรีหันขวางอยู่ไม่ไกลด้วยไม่รู้จะทำอะไรก่อนดี

"อูกะช่วยชงชาให้ก่อนก็ได้ ฉันมีชาฝรั่งอยู่ในตู้ข้างบนกาต้มน้ำน่ะ เสียบปลั๊กกาน้ำได้เลย รู้สึกว่าใบชาจะมีดาร์จีลิ่งกับเอิร์ลเกรย์นะ เลือกเอาตามสบาย" พูดรัวๆก่อนเริ่มต้นลำเลียงส่วนผสมออกจากถุง แล้วก็ลงมือทำอย่างรวดเร็ว เพราะว่าบราว์นี่ที่ทำไม่ใช่แป้งสำเร็จรูป เลยมีขั้นตอนยุ่งกว่าปกติ

"ให้เราช่วยอะไรเปล่า..." อูกะที่กำลังรอให้น้ำเดือดก็เดินมาด้อมๆมองๆกัน

"อยากช่วยเหรอ"

"อือ" พยักหน้าลงแล้วยิ้มตาปิดอีกต่างหาก ช่างดูเป็นคนละคนกับตอนที่อยู่ในร้านข้าวห่อไข่เลย ดีแล้วละที่อูกะเค้าอารมณ์ดีขึ้นมา

"งั้นช่วยสับช็อกโกแลตให้หน่อย เอาให้หมดบาร์เล็กนี่ละ ฉันจะได้ทาเนยใส่พิมพ์ก่อน" แล้วเธอก็หันไปเตรียมของที่ยังค้างอยู่ และเริ่มต้นทาเนยที่อุณหภูมิห้องใส่ถาดสำหรับเตรียมจะอบ จากนั้นพอตั้งหม้อใส่น้ำต้มจนเดือดแล้วก็หันไปถามผู้ช่วยมือใหม่พอดี

"ว่าไง เสร็จยังเอ่ย" แล้วอูกะก็ชี้ให้ดูกองช็อกโกแลตที่สับหยาบๆอย่างที่ต้องการพอดี

"งั้นเอาใส่ชามแก้วนี่เลย ฉันจะได้ละลายต่อ"

"โอเค" จากนั้นเธอก็ได้รับช็อกโกแลตมา จัดแจงใส่เนยก้อนแล้วค่อยๆละลายมัน

"นี่..." อยู่ๆคนที่ว่างแล้วก็เอ่ยขึ้น อันตันก็รับคำแต่ไม่ได้หันหน้าไปมองคนถาม

"...เราจะไม่คุยกันเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อกี้เลยเหรอ"

พอได้ยินแบบนั้นถึงกับหันขวับไปมอง ชะงักไปครู่หนึ่งแล้วก็เริ่มต้นกวนช็อกโกแลตต่อ

"จริงจังเปล่า เรื่องแบบนี้จะมาเล่นกับใจเราไม่ได้หรอกนะ"

"จริงจังดิ แต่ฉันก็ไม่รู้ว่าอันตันจะคิดเหมือนกันหรือเปล่า..." อูกะบ่นขึ้นลอยๆ ทำท่าเหมือนพร้อมจะมุดโต๊ะหนีตลอดเวลา น่ารักเป็นบ้าเลย...

"งั้นถามก่อนว่าทำไมถึงคิดว่าฉันชอบ จิ...เอ้ย คาวาคามิซัง"

"ก็เดาน่ะ แต่เหมือนเค้ารู้แต่ว่าเค้าไม่ได้สนใจเธอไง แล้วอาจจะเคยปฏิเสธมาก่อน เหมือนทุกครั้งที่พวกเธอเจอกัน ต้องทำเหมือนไม่อยากจะมองหน้ากันเลย ตอนแรกคิดว่านึกไปเองซะอีก....

อูกะหยุดพูดไปครู่หนึ่ง ก่อนจะยอมพูดต่อ

"แต่วันนี้อันตันดูหงุดหงิดที่ได้เจอเค้ามากับนาอิกิซังด้วย ฉันก็โมโหเลย แต่ก็ยังสงสัย ทั้งที่ทั้งสองคนเพิ่งเคยเจอกันมานี่นา"

...สงสัยต้องเล่าให้ฟังจนได้...

เวลาเดียวกับที่ช็อกโกแลตละลายพอดี เลยปิดไฟและยกขึ้นพักไว้ จากนั้นก็เตรียมตัวสำหรับทำส่วนผสมต่อไป

"อันตันบอกฉันได้นะ หรือถ้าไม่สนใจฉัน ก็บอกกันมาตรงๆ" เสียงหง็อยๆนั่นทำเอาคนฟังใจอ่อนยวบยาบ จากที่ตั้งมั่นจะไม่บอกใครสักคนก็ชักจะใจอ่อน อูกะที่ดูเศร้าๆแบบนี้ช่างไม่เหมาะเลย เธอน่ะชอบอูกะตอนที่ร่าเริง ยิ่งเวลาที่ได้กินขนมที่เธอทำแล้วบอกมาว่าอร่อย คนทำก็หัวใจพองฟู รู้สึกดีกว่าทำให้คนอื่นกิน

"สัญญาก่อนว่าถ้าเล่าแล้วจะทำเหมือนไม่รู้ แล้วก็ไม่ไปพาลโกรธจิฮิโระเค้าน่ะ" หันไปมองหน้าหง็อยๆของอูกะ ซึ่งเจ้าตัวก็พยักหน้ารับ

จากนั้นเธอก็ทำขนมส่วนที่เหลือไปด้วย พร้อมกับเล่าเรื่องราวแต่สมัยมหาวิทยาลัย ตั้งแต่ตอนพบกัน เริ่มต้นจีบ ตอนคบ ตอนเลิกรา รวมไปถึงปัจจุบันที่จิฮิโระได้ขอกันเอาไว้ อันที่จริงไม่อยากให้พาดพิงไปถึงโคโคโระที่ไม่รู้เรื่องราวอะไรด้วย แต่อันตันก็รู้สึกว่าถ้าไม่เล่าสิ่งที่ตกค้างอยู่ในใจให้หมดไป เธอก็จะไม่อาจทำให้บราว์นี่ที่กำลังทำอยู่นี้เสร็จสมบูรณ์ลงได้

"...พูดตามตรงแล้วไอ้ที่ทำให้ฉันโมโหน่ะ มันคงเป็นความรู้สึกโกรธและเสียใจที่ยังค้างคาจากอดีตละมั้ง พอมารวมกับปัจจุบันแล้วก็รู้สึกว่าจิฮิโระน่ะช่างเห็นแก่ตัวเหลือเกิน จนบางทีฉันก็อยากเดินไปบอกเจ้าโคโคโระชะมัดยาดเลยถึงเรื่องเมื่อก่อน..."

อันตันที่ส่งถาดที่เทส่วนผสมลงไปแล้วกำลังนั่งมองมันถูกอบอยู่ในเตา โดยที่ข้างกายมีอูกะที่เอนกายพิงกันอยู่ มือของเธอก็ถูกดึงไปเกาะกุมเอาไว้ คนเล่านั้นน่ะนอกจากความอบอุ่นจากเตาอบแล้วยังมีอุ่นไอของสัมผัสของมนุษย์มาเสริม

"แต่อันตันก็ไม่คิดจะทำนี่นา ไม่งั้นก็ทำไปแล้วละ" อูกะเอ่ยขึ้นบ้าง ส่วนเธอก็หัวเราะเบาๆเพื่อรับคำ

"ใช่ แต่มาคิดดูที่ฉันยังไม่เคยบอกออกไปเพราะรู้สึกว่าพูดไปก็ไม่เห็นจะได้อะไร เจ้าโคโคโระถึงจะไม่ใช่คนใจแคบอะไร แต่ฉันก็อยากให้ยัยจิฮิโระเป็นคนบอกมากกว่า เมื่อถึงเวลาที่เหมาะสมสองคนนั้นก็คงจะพูดคุยกันเองนั่นละ"

...น่าแปลก ตลอดเวลาที่เล่านั้นเธอไม่ได้ร้องไห้เสียใจ กลับกันแล้วก็รู้สึกเหมือนได้เยียวยาจากทั้งการทำขนมและการได้เปิดใจให้ใครสักคนได้รับรู้ในบาดแผลเมื่อครั้งเยาว์วัย...

...รู้สึกโชคดีเป็นบ้าเลยที่มีอูกะอยู่ข้างกายตอนนี้...รู้สึกว่าปล่อยไปไม่ได้แล้ว อันตันจะปล่อยให้อูกะเป็นแค่เพื่อนร่วมงานไม่ได้หรอก...อยากเป็นมากกว่าที่เป็นอยู่นี้...

เธอมองมือของตัวเองที่ถูกเกาะกุมเอาไว้ แล้วมองขนมที่ใกล้จะได้ที่แล้ว และตัดสินใจได้ในตอนนั้นเองว่าเมื่อไรที่ขนมอบเสร็จ และอูกะได้กินมันเข้าไปเรียบร้อย เธอจะขออูกะเป็นแฟน ด้วยคนที่กำลังโอบประคองกันอยู่ บอกเล่าความรู้สึกส่งออกมาทางภาษากายคนนี้จะไม่ปฏิเสธกัน

....มาคิดดูแล้วตัวเองนี่ช่างโง่เสียจริง...

เป็นครั้งแรกในรอบหลายปี ที่เธอรู้สึกเหมือนกับได้มีชีวิต มีความสุขอีกครั้ง ต่อไปต่อให้ถูกจิฮิโระเมินเฉยใส่กัน เธอก็คงไม่ได้รู้สึกรู้สาอะไรอีกแล้ว 




fin. 
SHARE
Written in this book
The Food Factorys
NMB48 Fanfiction

Comments

PCSS
8 months ago
อ่านสองตอนแล้วรู้สึกเป็นอะไรที่อาหารบำบัดมากๆ ค่ะ จนอยากจะกิน (ไม่ใช่อยากจะทำ 5555) ตอนอูกะงอนนี่คือง้อไม่ถูกเลยจริงๆ 
Reply