เพราะอากาศนั้นร้อนเกินกว่าจะเหงาตายในวันหยุด
 เธอ... ยังคงเปิดเพลงแนวเฮฟวี่เมทัลของ Nightwish ให้เสียงเบสดังสนั่นลั่นบ้าน ดื่มด่ำกับเสียงแหลมสูงของ Tarja Turunen ไม่รู้เบื่อ, อ่านหนังสือของมุราคามิ ฮารุกิ และ ’รงค์ วงษ์สวรรค์ ด้วยความหรรษา และบันเทิงใจ กับในทุกคราวที่เหงาระคนเศร้าในห้วงที่ความโดดเดี่ยวเข้ากระทืบใจก็เปิดดู Chungking Express ซ้ำไปมา - - หรือหากในเวลาที่อยากออกจากบ้านบ้างก็หนีไม่พ้นการเดินทางเพื่อถ่ายรูปในสไตล์ Street photo ดึงแสงให้หม่นลงจนถึงลึกสุดของเหงา

วันนี้เป็นวันสุดท้ายของวันหยุดเทศกาลที่ยาวนาน และเธอก็เปิด Chungking Express ดูซ้ำแล้วซ้ำเล่าถึงสามรอบในวันหยุดยาวนี้ – เปิดเพื่อเป็นเพื่อนเท่านั้น แล้วรื้อ Norwegian Wood มาอ่านได้สามสี่หน้า ระหว่างเดียวกันก็เปิด Nemo ของ Nightwish ฟังตอนเที่ยงวันในอากาศเกือบสี่สิบองศาซี บนชั้นหนังสือที่เรียงรายมีเล่มหนึ่งที่เตะตา “สัตหีบยังไม่มีลาก่อน” ของ ’รงค์ วงษ์สวรรค์ นักเขียนที่ใช้ภาษาได้ชวนหัวใจวายที่สุดในปฐพี ถูกหยิบขึ้นมา เธอได้มาจากร้านหนังสือมือสอง มันถูกลดราคาลงไปเกินครึ่งหนึ่งของราคาจริง

และไม่รอช้าที่จะเก็บเสื้อผ้าสองสามชิ้นลงเป้ สะพายกล้องแล้วออกเดินทาง, ไม่ลืมที่จะหยิบ “สัตหีบยังไม่มีลาก่อน” ติดมือไปด้วย สองชั่วโมงนิดๆ จึงถึงสัตหีบ บ่ายแก่ๆ อากาศเริ่มเย็นลง ลมทะเลพัดปะทะผิว เธอนั่งชมคลื่นและอ่าน สัตหีบฯ ที่หาดม้าน้ำภายในฐานทัพเรือสัตหีบ เกือบค่ำ จึงได้ไปเดินตลาดโต้รุ่งเพื่อถ่ายรูปและกินอาหาร เธอไม่ได้วางแผนอะไรมากมาย, ถ้าหาที่พักได้ก็พัก ถ้าหาไม่ได้ก็กลับ – ชีวิตมีเท่านี้

อาจจะเพราะเธอไม่มีใครให้ต้องคะนึงหา, ชีวิตที่ไม่มีรูปรอยจึงค่อยๆ ไต่ระดับจากความเหงาที่ไร้คู่ เป็นความชินชา และเฉยเมยกับทุกสิ่งอย่างในโลกกว้าง – ถ้ารอ, ก็คงรอเพียงวันสุดท้ายของชีวิตที่จะมาถึงเท่านั้นเอง

ระหว่างนั้น, เธอเดินไปถามห้องว่างที่ Hostel แห่งเดียวในสัตหีบ เธอเคยมาที่นี่แล้วครั้งหนึ่ง ครั้งนั้นเธอพักห้องรวมแบบสี่เตียง (เตียงสองชั้น) ห้องน้ำรวม ในราคาที่ถูกกว่าอาหารบางมื้อในกรุงเทพฯ – วันนี้ห้องพักนั้นว่าง 2 เตียง มีนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้าพักก่อนหน้านั้นแล้ว 2 คน เป็นหญิง 1 และชาย 1 คนไทยมักจะไม่พักห้องรวม อาจเพราะวัฒนธรรมของเราที่มีความเกรงใจกัน จึงเลือกที่จะพักห้องส่วนตัวเพื่อจะได้ไม่ต้องรบกวนคนอื่น ก็เป็นได้, แต่นักท่องเที่ยว Backpacker ซึ่งเดินทางมาแล้วร้อยเอ็ดเจ็ดย่านน้ำ เขาเพียงต้องการที่นอน ที่อาบน้ำ และที่สำหรับพักผ่อน,

“Hey, I remember you” ฝรั่งหนุ่มทักขึ้นเมื่อเห็นเธอเช็คอินเข้าห้องพัก

“You are Soldier” เธอต่างหากที่เกือบจำเขาไม่ได้, ก็ฝรั่ง... หน้าเหมือนๆ กันหมดนั่นแหละนะ แต่พอเท้าความกลับไปเมื่อเดือนที่แล้วเธอมาพักที่นี่ก็เพราะรอที่จะเข้าร่วมประชุมวิชาการทางทหารนั่นเอง แต่เพราะเดินทางล่วงหน้ามาก่อนหนึ่งวันบวกความอินดี้ก็เลยเช็คอินเข้าพักที่นี่ และเขา... ก็ยังพักที่นี่เหมือนเดิม นับเดือนแล้ว เธอทักทาย สวัสดีและขออภัยที่อาจจะต้องนอนกรนเสียงดังในห้องเดียวกันอีกครั้ง ฝรั่งหนุ่มหัวเราะ ยักไหล่แล้วขอตัวไปบนชั้นดาดฟ้าของที่พัก

ในช่วงกลางวัน ชั้นดาดฟ้ามองออกไปแล้วเห็นทะเล, เรือ และวิถีชาวประมงสัตหีบ ลมทะเลพัดเอาไอร้อนมาด้วย แต่ก็ไม่ได้ทำอบอ้าวเกินไปนัก เว้นเสียแต่แสงแดดที่ร้อนแรงแยงลูกตาเสียจนต้องหนีไปหลบลมร้อนที่อื่น แต่พอตกกลางคืน อากาศเปลี่ยนจากร้อนอบอ้าวเป็นเย็นสบาย ชั้นดาดฟ้าของที่พักเป็นบาร์เล็กๆ ที่คู่รักเจ้าของโฮสเทลช่วยกันดูแล แขกที่มาพักหากไม่ออกไปไหนไกล หรือกลับจากทริปล่องเรือใบก็จะขึ้นมาพักผ่อนที่นี่

เธอไม่ได้ขึ้นไปบนดาดฟ้าเพื่อมองหาดาวดวงใด หรือมองไกลออกไปยังอีกฝั่งของทะเลเพื่อมองหาใคร... เธอแค่นอนเงียบๆ ในห้องพัก และอ่าน “สัตหีบฯ” ที่ค้างอยู่จนเผลอหลับไป, ไม่รู้หรอกว่าเพื่อนร่วมห้องทั้งสองคนนั้นกลับเข้ามาเมื่อไร รู้ตัวอีกทีก็เช้าแล้ว และพวกเขาก็ออกไปแล้วทั้งคู่ เจ้าของโฮสเทลบอกว่า ฝรั่งหนุ่มนั้นไปดำน้ำที่เกาะขาม ส่วนญี่ปุ่นสาวไปเที่ยวสวนนงนุช – เธอจึงขึ้นไปบนดาดฟ้า, รอเวลาเช็คเอาท์กลับกรุงเทพฯ

ก็เพียงเท่านี้, นั่นเพราะอากาศนั้นร้อนเกินกว่าจะเหงาตายในวันหยุด เธอจึงออกเดินทาง

เมื่อใจนั้นพาถวิลถึงคนบางคนที่ไม่อาจเป็นไปได้ในชีวิตจริง --  


SHARE
Writer
blue0416
etc.
"หมาขี้เหงา วิ่งไล่งับเงาในแดดบ่าย"

Comments