Equal
“มันไม่สำคัญ ว่าใครทำให้เราร้องไห้
แต่สำคัญที่ ใครเป็นคนทำให้เรายิ้มได้อีกครั้งต่างหาก”

ฉันแตะที่รูปคำคมนั้น 2 ครั้ง เพื่อให้ไอคอนรูปหัวใจสีขาวบนหน้าจอโทรศัพท์เปลี่ยนเป็นสีแดง

ฉันเห็นด้วยกับคำคมนี้นะ ฉันนึกพร้อมกับหันไปมองหน้าผู้ชายที่นั่งด้านข้าง พลางอมยิ้มเล็ก ๆ

“หืมมม” เขาหันมามองหน้าฉัน พร้อมสีหน้าสงสัย

ฉันที่ไม่รู้จะตอบเขาว่าอะไร ทำได้เพียงแค่ซุกหน้าลงไปในอ้อมอกของเขาเพื่อเลี่ยงการตอบคำถาม

“ไหน เป็นอะไร แปลก ๆ นะเราเนี่ย” เขายังไม่ลดละความพยายามที่จะหาคำตอบในข้อสงสัยนั้น

“เค้าแค่อยากอ้อนเธอเฉย ๆ ไม่ได้มีอะไรเลยค่ะ”
ไม่ใช่ว่าฉันไม่มีคำตอบให้กับคำถามของเขาหรอก

แต่ฉันไม่รู้จะเริ่มจากตรงไหนต่างหาก เพราะมันช่างดีไปเสียทุกอย่าง
จนฉันเองก็ไม่อยากจะเชื่อว่ามีผู้ชายแบบนี้อยู่จริง
และไม่อยากจะเชื่อว่าฉันจะเป็นคนที่ได้อยู่ข้าง ๆ เขาในตอนนี้

แม้เขาจะเป็นผู้ชายในแบบที่หาได้ทั่ว ๆ ไป
แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็มีหลาย ๆ อย่างที่พิเศษในตัวเอง
ฉันก็ไม่แน่ใจเหมือนกัน ว่าเพราะอะไร

ทั้ง ๆ ที่เขาอายุอ่อนกว่าฉัน 3 ปี แต่เขากลับมีทัศนคติที่โตกว่าวัย และใกล้เคียงกับฉัน

ถ้าเทียบกับแฟนคนก่อนหน้านี้ของฉันนั้น เรียกได้ว่าต่างกันอย่างลิบลับเลยทีเดียว

รสนิยมของเราค่อนข้างแตกต่างกัน
แต่ถึงอย่างนั้น
ฉันกับเขามีหลายสิ่งที่คล้ายกัน
เราชอบรอยสักเหมือนกัน แม้จะคนละสไตล์ก็ตาม

เราต่างคนต่างใช้ชีวิตคนเดียว
เขาใช้ชีวิตอยู่บ้านถนนเส้นเดียวกับคอนโดฉันเพียงลำพัง
และฉันเองก็อาศัยอยู่ที่คอนโดเพียงลำพัง

เราต่างคนต่างทำงาน และไม่โทรคุยกัน นั่นรวมถึงแชทหากันบ้าง เพียงแค่เพื่อบอกว่ากำลังทำอะไร อยู่ที่ไหน ก็เพียงเท่านั้น
เรียกได้ว่าหน้าต่างแชทในแต่ละวันจะวนลูปเดิม ๆ เสียด้วยซ้ำ

เราทั้งคู่ต่างชอบไปไหนมาไหนคนเดียว แม้ว่าเราจะมีงานอดิเรกที่เหมือนกัน
แต่เราก็มักจะแยกกันไปตลาดนัดกลางคืน แม้ว่ามันจะเป็นตลาดนัดที่เดียวกัน ไปเพื่อจุดประสงค์เดียวกันก็ตาม

แต่เราก็มีในส่วนที่แตกต่างกัน

เขาชอบฟังเพลงแร็ป
ส่วนฉันชอบฟังเพลงเบา ๆ

เขามีสังคมกินดื่มในค่ำคืนวันเสาร์
ส่วนฉันชอบอยู่ห้อง ใช้เวลาไปกับการดูหนัง ฟังเพลงเสียมากกว่า

ถึงเราทั้งคู่จะมีความชอบบางอย่างที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง
แต่นั่นก็ไม่ได้เป็นปัญหาต่อเราทั้งคู่

เราใช้เวลาร่วมกันบ้าง
แต่ส่วนมากแล้วจะใช้เวลาทานข้าวแกงในวันหยุด
นั่งดูทีวีหลังเลิกงานด้วยกัน

ไม่ได้ออกไปเดินห้าง หรือดูหนังเหมือนกับคู่อื่น ๆ นัก
แต่ถึงอย่างนั้น ฉันก็ไม่เคยรู้สึกขาดอะไรไป
รวมถึงเขาก็ไม่เคยเรียกร้องอะไรจากฉันด้วย

เราต่างมีพื้นที่ส่วนตัวของกันและกัน
แต่เราก็ต่างมีเวลาให้กันเป็นครั้งครา
เพื่อให้อีกฝ่ายรับรู้ว่า “เรายังสำคัญต่อกัน”

โดยที่ฉันไม่รู้สึกเหนื่อย
ไม่รู้สึกว่าต้องพยายาม
ไม่รู้สึกว่าไม่เป็นตัวเอง
แต่มันเหมือนกับว่า ความรู้สึกของเราทั้งคู่
มันเท่ากัน 
SHARE
Writer
Loverdose
Wandering girl
My name is Love.

Comments