INTO STEP #อายูจิน2 [Yujin x Wonyoung] - 9
.
.
.
.
.
.
หลังจากที่โดนเจ้าของบ้านฉกฉวยริมฝีปากคนเด็กกว่าหน้าห้อง อาสาตามเข้ามานอนด้วย เผื่อเธอนอนไม่หลับ หากแต่พอเข้ามาในห้องมือเรียวรั้งเอวบางของเธอให้ขยับเข้ามาติดตัวของเขา วอนยองตกใจเล็กน้อยกับแรงที่ดึงเธอเข้าไป แต่ก็ไม่ได้ปฏิเสธเขาในที เพราะรู้อยู่แล้วจากสายตาเขาตั้งแต่ก่อนเข้าห้อง

“ทำไมวันนี้ถึงเป็นคนเริ่มก่อนล่ะคะ นยองยังไม่ได้อ่อยอาเลยนะ”
คำพูดเหย้าแหย่ตามด้วยยกยิ้มมุมปาก สายตาเชื้อเชิญช่างขัดกับคำพูด ทำให้คนฟังอยากจะงับซอกคอให้จมเขี้ยว

ร่างโปร่งขยับเข้าใกล้จนริมฝีปากชิดที่ใบหู ลมหายใจอุ่นๆที่รดทำให้หูของเธอแดงขึ้นมาทันที ยูจินกระตุกยิ้มมุมปาก

“เก็บเสียงไว้เรียกชื่ออา ดีกว่านะคะ นยอง “
ไม่พูดเปล่า ลิ้นร้อนแตะสัมผัสเบาๆ แกล้งร่างบางในอ้อมแขนของตัวเอง มือเล็กที่อยู่ระหว่างอกทั้งสองข้างกำสาบเสื้อของเขา ตอนนี้เธอรู้สึกโหว่งๆที่ช่วงท้อง หากนานกว่านี้ขาก็คงอ่อนแรงไปด้วย

“งื้อ”
เธอทำได้เพียงหดคอเล็กน้อยพร้อมก้มหน้าลงซ่อนแก้มแดงๆ ยูจินถอนใบหน้าออกมาจากหูของเธอเพื่อจะได้มองหน้าอีกคนให้ชัด แก้มแดงๆนี่ไม่ค่อยได้เห็นบ่อย ปกติปากเก่งเชิดหน้าใส่เขา แต่วันนี้ก้มงุดๆจนอยากจะแกล้งอีก

เขาจ้องหน้าเธอนาน ทั้งๆที่รู้ว่าโดนอีกคนแกล้งแต่ก็สู้ไม่ไหวอยู่ดี ไม่กล้าเงยหน้าขึ้นมา ถ้าเผลอสบตา ใจที่เต้นถี่อยู่ตอนนี้คงระเบิดตูมยิ่งกว่าโกโก้ครั้นช์ มืออีกข้างที่ว่างอยู่ยกขึ้นจับที่ปลายคางเล็กของร่างบางดันให้เธอเงยหน้าขึ้น

ร่างโปร่งหัวเราะเบาๆในลำคอ ก็เพราะร่างบางที่ถูกจับให้เงยหน้าหลับตาปี๋ใส่เขา

“ลืมตาสิที่รัก หลับตา แล้วจะเห็นอาหรอคะ หื้มม”
คำพูดแสนประหลาดแต่พลังทำลายล้างสูงมาก มากจนเธอจะไม่ไหวแล้ว

อายูจินเป็นบ้าอะไรเนี้ย ร่างบางกัดริมฝีปากล่างยังคงไม่ยอมลืมตา ร่างโปร่งเลียริมฝีปากตัวเอง ก่อนจะเลื่อนใบหน้าของตัวเองเข้าไปงับริมฝีปากล่างของอีกคน เปลี่ยนเป็นจูบที่แสนหวาน ดูดดื่ม เนิ่นนานพอที่จะทำให้ร่างบางที่เริ่มขาดอากาศทุบเบาๆที่อกเขา พอเขาถอนจูบออกก็เห็นสายตาค้อนจากเด็กสาว เขาใช้จมูกของตัวเองปัดไปมาที่จมูกของอีกคน  

มือที่เพิ่งปล่อยปลายคางของเด็กสาวสอดเข้าไปใต้เสื้อชุดนอนบางนั่นเลือนไปด้างหลัง สะกิดเพียงเบาๆ บราเซียตัวเล็กข้างในก็ถูกปลดออกอย่างชำนาญ เขาเลิกเสื้อของเธอขึ้นแล้วดึงออกอย่างงไม่รีรอ มือที่รั้งกอดที่เอวบางดันประคองให้อีกคนนอนลงที่ฟูกนุ่ม ส่วนเขาที่ตอนนี้อยู่ด้านบนคร่อมร่างของเธอ ปากงับที่ยอดถันอย่างไม่รีรอ มือที่เอวเลื่อนมากอบกุมหน้าอกอีกข้าง

“งื้อ อายู”
ยูจินทั้งงับ ทั้งขบ ดูดดุนอกอิ่มทั้งสองข้างของร่างบางจนเกิดรอยตามเนินอก เขาเลื่อนริมฝีปาก ลากลิ้นร้อนลงมาที่หน้าท้องแบนราบ ขาวเนียน นิ้วเรียวเกี่ยวกางเกงนอนตัวเล็ก พร้อมชั้นในออก โดยไม่ลืมถอดของตัวเองเช่นกัน
.
.
.
.
.
.
.
.
เกือบสัปดาห์แล้วที่ทั้งซากุระกับวอนยองอาศัยอยู่บ้านของยูจิน เด็กสาวลอบสังเกตอาของตัวเองกับแขกอีกคนที่เขาอ้างว่าเป็นลูกค้าพิเศษของโรงแรม หลายๆอย่างมันแปลก รวมถึงตัวอาของเธอเองด้วย ตลอดสัปดาห์มานี่เขาไม่ไปบาร์ในตอนค่ำเหมือนทุกครั้ง

หากจะให้คิดว่าเพราะมีเธอมาอยู่ด้วยก็อาจเป็นไปได้ แต่เพราะในทุกคืนหลังจากที่เธอนอนหลับแล้ว ร่างโปร่งที่นอนกับเธอมักจะหายตัวออกไปจากห้อง กลับมาอีกทีก็รุ่งสาง จะไม่ให้เธอคิดว่าอาของเธอแอบย่องไปอีกห้องได้อย่างไรกัน จะถามก็ไม่กล้า เพราะหากเขาไม่ต้องการปกปิดคงไม่แอบออกไป

ขาเรียวเล็กก้าวลงบันได กวาดสายตามมองหาร่างโปร่ง จมูกได้กลิ่นหอมจากอาหารในครัว ใช่ เป็นอาของเธอจริงๆที่อยู่ในครัวกับผู้หญิงอีกคนที่วางแก้วกาแฟลงบนโต๊ะ ร่างโปร่งพยักหน้าน้อยๆเป็นการขอบคุณก่อนจะหันมาเจอหลานสาวคนสวยยืนกอดอกมองอยู่

“ตื่นแล้วหรอคะ คนสวย”
คำทักทายของยูจินทำให้ซากุระหลุดยิ้มจนได้ เขาบอกให้เธอทานมื้อเช้ากับวอนยอง ส่วนเขาแค่กาแฟก็พอ เพราะมีคอลคอนเฟอร์เร้นซ์กับที่ออฟฟิศ จะไปคุยโทรศัพท์ที่ห้องนั่งเล่น

ซากุระมองหน้าวอนยองนิ่งจนคนถูกมมองรู้สึกตัว เงยหน้าขึ้นสบตาคนเด็กกว่า เลิกคิ้วเชิงถาม มีอะไรกับเธอหรือเปล่า ซากุระเบะปากเดินไปนั่งที่โต๊ะ เตรียมทานมื้อเช้าฝีมืออาสุดที่รักของเธอ

“จะอยู่ที่นี่อีกกี่วัน”
คำถามห้วนๆของคนเด็กกว่า ทำให้วอนยองขมวดคิ้ว นี่ถ้าไม่ติดว่าเป็นหลานสาวยูจินคงได้เห็นดีกัน เธอไม่ยอมแน่ ไหนจะสายตา และคำพูด แถมอายุก็น้อยกว่าเธอ

“ก็น่าจะได้กลับวีคนี้นี่แหละ”
เธอตอบกลับทำทีไม่สนใจกริยาของคนเด็กกว่าสักนิด

“เธอเป็นอะไรกับอายูจิน”
ซากุระถามหลังจากวางช้อนแล้วหันมาจ้องมองคนตรงข้ามที่ทำหน้าเฉยไม่ได้สนใจ คำถามเธอเลยสักนิด เพราะวอนยองเองก็ไม่รู้ว่าต้องตอบว่าอะไร ในเมื่อตอนนี้เธอเองไม่มีสถานะสำหรับยูจิน

“อย่าคิดว่าชั้นไม่รู้ว่าเธออยากจะได้อาของชั้น บอกไว้ก่อนเลยว่ามันไม่ง่าย กะอิแค่เนียนมาขออยู่บ้านเค้าน่ะ ยังไงอายูจินก็ตามใจชั้น ให้ชั้นเป็นที่หนึ่ง ถ้าชั้นไม่โอเค ก็จบ”
วอนยองวางช้อนลง หยิบผ้าเช็ดปาก คว้าแก้วน้ำยกดื่มเล็กน้อยแล้ววางมันไว้ที่เดิม พลางช้อนตามองสู้กับเด็กสาวที่เธอปล่อยโอกาสให้เธอพูดมานานแล้ว

“ชีวิตใคร ก็ชีวิตมันนะคะ หลานสาวไม่ใช่เจ้าชีวิต เธอน่ะเป็นแค่เด็กขาดความรัก เลยหวงเขาเท่านั้น โตขึ้นอีกหน่อย เธอก็จะมองเห็นอะไรมากขึ้นเอง”
พูดจบร่างบางลุกขึ้นหยิบทั้งจานของตัวเองและของเด็กสาวตรงหน้าเอาไปล้างให้ ถึงแม้จะรู้สึกโกรธที่โดนว่าเป็นเด็กขาดความรักแต่ก็พยายามเก็บอาการเพราะหากเธอเผลอขาดสติ โวยวายอะไรไป มันยิ่งทำให้เธอดูเด็กอย่างที่ยัยนี่ว่าจริงๆ

หลังจากล้างจานเสร็จเรียบร้อยแล้วร่างบางเดินออกมาหาร่างโปร่งที่ยังคุยโทรศัพท์เรื่องงานอยู่ เขาใช้ไหล่หนีบโทรศัพท์ไว้ที่หู ส่วนมือเลื่อนสไลด์พรีเซ้นเทชั่นจากแท็บเล็ต ร่างบางนั่งลงข้างๆร่างโปร่งก่อนจะเอนหัวพิงเขาอย่างเงียบๆ ไม่รบกวนการทำงานเพียงแค่อ้อนเล็กน้อยด้วยภาษากายที่เธอทำบ่อยๆ ร่างโปร่งหันมามองครู่หนึ่งพร้อมยิ้มบางๆปล่อยให้อีกคนอิงอยู่แบบนั้น มือเล็กวางลงบนขาของเขา หากไม่รบกวนเธออยากกอดเอวเขาไว้ด้วยซ้ำ มันใกล้จะหมดเวลาที่ตกลงกันไว้แล้ว เธอไม่อยากให้มันหมดเลย

แต่ก็ไม่มีใครสามารถหยุดการทำงานของเวลาได้ กาลเวลามักเดินต่อไปโดยไม่สนว่าจะทำให้คนสักกี่คน เจ็บ ทรมาน หรือสุขสมเพียงใด มันมีหน้าทีที่แค่เดินทางต่อไปเรื่อยๆอย่างเที่ยงตรง มันก็เหมือนกับที่ว่าไม่มีใครสามารถหยุดโลกไม่ให้หมุน หยุดดวงอาทิตย์ หรือหยุดดวงจันทร์ไม่ให้ขึ้นลงนั่นแหละ สิ่งที่ทำได้มีเพียงทำตอนนี้ให้ดีที่สุด เก็บเกี่ยว บันทึกไว้ให้มากที่สุดก็พอ

หลังจากประชุมคอนเฟอร์เร้นคอลกับทีมที่ออฟฟิศเรียบร้อยแล้ว ยูจินหันมาอีกทีร่างบางข้างก็หลับไปเสียแล้ว มือเรียวอีกข้างที่ไม่ถูกอีกคนเกาะกุมยกขึ้นลูบผมของเธอเบาๆ ไม่ใช่ว่าเขาไม่รู้หรอกนะว่าทำไมอีกคนถึงทำตัวเป็นลูกแมวคลอเคลียไม่ห่างแบบนี้ อีกแค่วันเดียวก็จะหมดเวลาที่เราตกลงกันแล้ว เขาประทับริมฝีปากลงบนผมนุ่มของอีกคนอย่างแผ่วเบา เกรงจะทำให้อีกคนตื่น หลานสาวที่ยืนดูอยู่ไม่ไกลพ่นลมหายใจออกมา คงเพราะผู้หญิงคนนี้จริงๆที่ทำให้อาของเขาไม่เที่ยวกลางคืนแบบก่อนหน้านี้ แต่มันจะไม่เร็วไปหน่อยหรอ ผู้หญิงคนนี้อยู่ที่นี่แค่สองสัปดาห์เท่านั้นเอง
.
.
.
.
.
.
.
RRRrrrrr RRRrrrrr

เสียงโทรศัพท์ของยูจินทำให้ร่างบางที่หลับอยู่รู้สึกตัว ร่างโปร่งหยิบขึ้นมาดูเห็นเป็นเบอร์เพื่อนสนิท คนที่คอยช่วยเหลือเด็กข้างๆนี่สินะ เขากดรับทันทีโดยไม่ลังเล

-Kaeun L.-

“ว่าไง เค”

ร่างโปร่งคุยกับปลายสายเพียงไม่นาน เพราะจุดประสงค์ที่โทรมาเพียงแค่จะบอกว่า อึนบีมาที่นี่ 2-3 วันแล้วจะกลับวันพรุ่งนี้ เขาให้อึนบีจัดการเรื่องของวอนยองให้เรียบร้อยแล้วและจะพาเธอกลับวันพรุ่งนี้ กลับไปพร้อมอึนบีเลย ยูจินเพียงแค่เออออไป จริงๆเขารู้อยู่แล้วล่ะ ก็แชวอนน่ะแชทมาบอกเขาแล้วว่าอึนบีมาออสเตรเลีย

“คืนนี้เจอกันหน่อยมั๊ย พาบี๋มาด้วย ที่เดิม แล้วก็ชวนไอชาร์ลด้วยนะ”
เขาจัดการนัดเสร็จสรรพแค่กะว่าจะเลี้ยงส่งเด็กข้างๆนี่ซะน่อย หลังจากนี้คงกลับไปเป็นเหมือนเดิม ต่างคนต่างใช้ชีวิต ถึงแม้จะรู้สึกหน่วงๆนิดหน่อย แต่วิถีชีวิตก็ต้องดำเนินไปข้างหน้าเหมือนกาลเวลานั่นแหละ

“พรุ่งนี้ก็ได้กลับเกาหลีแล้วนะ เคบอกว่าอึนบีจัดการทุกอย่างให้แล้ว คืนนี้ต้องเลี้ยงส่งเสียหน่อยแล้ว”
ร่างโปร่งหันไปบอกร่างบางข้างๆ ก่อนจะยกข้อมือดูเวลาที่นาฬิกาเรือนเก่าที่เขาใส่ประจำ ร่างบางพยักหน้ารับน้อยๆ
.
.
.
.
.
.
บาร์เดิม ที่ประจำสำหรับการนัดพบกันของสามคนเพื่อนสนิท ยูจิน แชยอน และกาอึน แต่คราวนี้มีสมาชิกเพิ่มอีกสองสาวอดีตแม่เลี้ยงลูกเลี้ยง อึนบี และวอนยอง ส่วนซากุระนั่นปฏิเสธที่จะมาด้วยเพราะเธอไม่ชอบสถานที่สังสรรค์นี่เท่าไหร่ ทั้งห้าคนสั่งเครื่องดื่มของตัวเองเสร็จก็ต่างถามไถ่กัน บทสนทนาไม่พ้นเรื่องของอึนบีกับวอนยองที่ดูจะเป็นเรื่องใหม่น่าประหลาดใจสำหรับแชยอน

“โลกกลมเนอะ อดีตแม่เลี้ยง ลูกเลี้ยง แล้วทำไมถึง….”
แชยอนกรอกตามองอึนบีทีนึง มองวอนยองทีนึงเพื่อจะสื่อให้รู้ถึงคำถามที่เขาอยากจะรู้ว่าทำไมความสัมพันธ์ของทั้งคู่ถึงกลายเป็นอดีตในเมื่อพ่อของวอนยองก็ตายไปแล้ว

“ชั้นอยากออกมาเองค่ะ วอนยองเองก็โตพอจะดูแลตัวเอง กิจการของที่บ้านได้แล้ว”
อึนบีตอบพลางยิ้มให้ทั้งวอนยอง และแชยอน มีเพียงยูจินที่นั่งนิ่งๆยกแก้วมาร์ตินี่ขึ้นดื่ม ไม่ได้มีท่าทีสนอกสนใจกับบทสนทนานี่มากนัก

“ไอเจ ทำหน้าเซ็งอีกล่ะ หาเหยื่อไม่ได้หรอวันนี้ เดี๋ยวกูไปส่งคุณวิคกี้ให้เอง”
เพื่อนสนิทยกศอกกระทุ้งสีข้างร่างโปร่งเบาๆ พร้อมพยักเพยิดใบหน้าไปทางกลางฟลอร์ที่มีแหม่มฝรั่งสาวๆมองมาที่โต๊ะของเขา เขาเพียงแค่ยกแก้วขึ้นเล็กน้อยให้กับสาวๆ วอนยองเบะปากนิดๆ ทำให้อึนบีกับกาอึนหันมายิ้มให้กัน

“ชั้นขอตัวไปห้องน้ำแปปนะคะ”
ร่างบางลุกขึ้นวางแก้วของตัวเองหมุนตัวจะแยกออกไปห้องน้ำ อึนบีรีบลุกขึ้นตามแล้วหันมาบอกอีกสามคนว่าเธอก็อยากเข้าห้องน้ำเหมือนกัน

หลังจากออกมาจากห้องน้ำอึนบีที่ยืนรอเด็กสาวอดีตลูกเลี้ยงอยู่ส่งยิ้มให้กับเธอ เธอยิ้มตอบ รอยยิ้มของเธอครั้งนี้มันคือรอยยิ้มที่ยิ้มจากใจจริงๆ เธอนึกขอบคุณอดีตแม่เลี้ยงที่ช่วยเธอ ทั้งๆที่เธอเองทำไม่ดีกับหล่อนมาตั้งมากมาย

“คุยกันหน่อยมั๊ย”
อึนบีเอ่ยถาม เธอไม่แน่ใจว่าเด็กสาวตัวสูงกว่าเธอนี่จะอยากคุยกับเธอมั๊ย ทว่าวอนยองพยักหน้าน้อยๆตอบกลับ

“เป็นไงบ้าง ยูใจอ่อนบ้างหรือยัง”
คำถามแรกตรงประเด็นแฝงด้วยความห่วงใยจากอดีตแม่เลี้ยง วอนยองเพียงยิ้มน้อยๆนัยน์ตาเศร้าเพราะเธอเองก็ไม่รู้เลยว่าอีกคนนั้นคิดยังไงกันแน่ ทำตามคำพูดหรือรู้สึกจริงๆ อึนบียิ้มให้ก่อนจะแตะมือของเด็กสาวเบาๆเป็นการให้กำลังใจกับเธอ

“อย่างน้อยมันก็ไม่ได้แย่ใช่มั๊ยล่ะ”
.
.
.
.
.
.
.
.
.
ระหว่างที่สองสาวขอตัวไปเข้าห้องน้ำเหลือไว้แต่เจ้าถิ่นสามคนเพื่อนสนิท กาอึนนั่งกอดอกมองยูจินอยู่เงียบๆ ส่วนเจ้าตัวที่รู้ตัวว่าโดนมองทำทีไม่ได้สนใจ กวาดสายตาไปรอบๆภายในร้าน แชยอนขมวดคิ้วกับอาการแปลกๆของเพื่อนทั้งสองคน จริงๆสำหรับยูจินน่ะ แปลกมาสักพักแล้วล่ะ แต่กาอึนนี่เพิ่งแปลกก็ตอนที่ได้ไปนั่งกินเบียร์กันที่บ้านยูจินนี่แหละ ต้องมีความลับอะไรที่เขาเองไม่รู้แน่ๆ ถามไปก็คงได้กลับมาเพียงคำโกหกพกลมของเพื่อนตัวดี หากอยากให้บอกความจริงอาจจะต้องอาศัยตัวช่วยและชั้นเชิงเสียหน่อย

ไม่นานตัวช่วยของแชยอนก็กลับมาที่โต๊ะ ทันทีที่อึนบีและวอนยองนั่งลง แชยอนก็เปิดประเด็นด้วยการชวนเล่นเกมส์พูดความจริงขึ้นมา เกมส์ทั่วไปที่มักจะเล่นเวลาสังสรรค์แอลกอฮอล์เพียงแค่หมุนขวด หรือสุ่มอย่างไรก็ได้ให้ได้คนที่มีสิทธิ์ถามใครก็ได้ในกลุ่ม คนถูกถามมีสิทธิ์ที่จะไม่พูดความจริงแต่ต้องแลกกับการดื่ม หากแต่เกมส์นี้ถ้าแลกกับการดื่มคงจะง่ายไป แต่ก็ไม่ควรให้เหยื่อรู้ตัว แชยอนใช้กติกาสากล ไม่ตอบก็ดื่ม และสิ่งที่ใช้ในการเลือกคนถามคือเจ้าปากกาที่เขาพกไว้ตลอดเวลานั่นเอง

“จะหมุนแล้วนะ”

ปลายปากกาหมุนเคว้งไปชั่วขณะก่อนที่จะมาหยุดที่สาวร่างเล็กที่สุดในกลุ่ม อึนบี เธอหันไปมองรอบๆก่อนจะหยุดที่แฟนของเธอ

“กาอึน ตั้งแต่คบกันมา มีวันไนท์สแตนมั๊ย”

“อูยยยยยยยยยยยย  ไม่ว่าจะตอบหรือไม่ตอบก็ต้องมีคนร้องไห้อ่ะ”
แชยอนอดที่จะแซวไม่ได้ เพราะคำถามแรกก็ทำเอาเพื่อนตัวสูงนี่หน้าเหวอ ยูจินยิ้มน้อยๆนึกแปลกใจไม่คิดว่าอึนบีจะมีมุมขี้หึงแบบนี้เหมือนกัน

“ม..ไม่มีสิ ชั้นก็มีแค่เธอไง”
กาอึนกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่รีบตอบ เพราะรู้ดีว่าหากตอบช้ากว่านีเพียงเสี้ยววิคงไม่เป็นอันได้ดื่มกันแล้วล่ะวันนี้ อึนบียิ้มก่อนจะเอียงตัวซบอีกคนพึงพอใจในคำตอบ ก่อนจะหมุนปากกาอีกครั้งเพื่อหาคนถามถัดไป เหมือนโชคจะเข้าข้างแชยอน หลังจากที่พยายามสะกดจิตใส่เจ้าปากกาให้หันปลายมาทางตนสำเร็จ

“เยี่ยม!! เอ...ถามใครดี เจล่ะกัน พร้อมตอบมั๊ยเพื่อนรักกก”
แชยอนหันไปฉีกยิ้มกว้างให้เพื่อนสนิท เป้าหมายของการเล่นเกมส์นี้ ร่างโปร่งเลิกคิ้วเล็กน้อย ก่อนจะยกยิ้ม พร้อมกับไหวไหล่ รอคำถาม

“บอกหน่อยสิว่าทำไมแกถึงมีวันไนท์สแตนมาตลอด ไม่เลือกใครสักคน เหตุผลจริงๆ”
ยูจินปลายตามองเพื่อนสนิทแว้บนึง เห็นสายตาจริงจังในคำถามของมัน ก็พอจะรู้ว่ามันคงอยากจะรู้มานาน ร่างโปร่งถอนหายใจก่อนจะเอื้อมมือหยิบแก้วขอตัวเองยกขึ้นดื่มจนหมด เป็นอันว่าจบคำถามนี่ คำถามที่ไม่ได้คำตอบ

เกมส์ดำเนินต่อไป สลับคนถามและคนถูกถาม หลายครั้งที่ยูจินเป็นคนถูกถาม มักจะไม่พ้นเรื่องอดีตที่ไม่เคยถูกพูดถึงและแน่นอนว่ามันไม่ได้รับการพูดถึงอยู่ดี เขาเลือกที่จะดื่มแก้วแล้วแก้วเล่า จนปลายปากกาหมุนมาที่แชยอนอีกครั้ง

“วาย..เจ….ชั้นจะถามแกแต่คราวเน่ ถ้าไม่พูดจะไม่ให้ดื่มแล้ว เปลือง ถ้าแกไม่พูดความจริงแกก็จูบอึนบีไปเล้ย”
เพื่อนสนิทผมบรอนด์มีสิทธิ์ถาม ถือโอกาสเปลี่ยนกฎกติกา แต่กติกาใหม่กลับทำให้คนฟังตกใจ ทั้งกาอึน อึนบี และวอนยอง คงมีแต่ยูจินที่นั่งนิ่งมึนหน่อยๆ รอฟังคำถามเพื่อนตัวดีที่เมายิ่งกว่า สติเหลือน้อยเต็มที

“แกอ่ะ คิดอะไรกับคุณวิคกี้รึป้ะ ตั้งแต่คุณวิคกี้มาอยู่บ้านแก แกก็ไม่มาที่นี่ ไม่หิ้วสาวกลับไป แกชอบคุณวิคกี้ใช่ป้ะ”
ยูจินหลับตานิ่ง ทั้งหมดมองหน้ายูจินรอฟังคำตอบ ยิ่งเป็นบุคคลที่สามที่ถูกกล่าวถึงยิ่งรอฟังด้วยใจที่เต้นรัว ถึงแม้กฎที่ตั้งใหม่จะน่ากลัวแต่ก็แฟนเพื่อน แชยอนน่ะ คิดมาแล้วยูจินคงไม่จูบแฟนเพื่อนหรอก

“ซอรี่นะเค”
ยูจินลุกขึ้นยืนก้มตัว ยกมือขึ้นกดท้ายทอยของอึนบีแล้วแนบริมฝีปากลงบนปากนุ่มของอึนบี ถึงแม้จะไม่นานแต่ก็ทำให้คนที่ถูกจู่โจมขโมยริมฝีปาก ตกใจ ใบหน้ารู้สึกร้อนผ่าว จนหูเริ่มแดง ส่วนที่เหลืออีกสามคนต่างก็ตกใจไม่แพ้กัน ทุกอย่างผิดคาดไปหมด

“จบนะชาร์ล still be my secret ถึงเวลา ชั้นจะบอกแกเอง มึนแล้วกลับก่อนนะ ป้ะ”
ยูจินจับชายเสื้อโค้ทของตัวเองให้กระชับ แล้วหันไปพยักหน้าเรียกคนที่ต้องกลับด้วย วอนยองลุกขึ้นเดินตามเขาออกไปโดยไม่ลืมบอกลาทั้งสามคน

“เชื่อเขาเลย แม่งงัดปากยากยิ่งกว่าอะไร”
แชยอนบ่นพลางยกมือเรียกพนักงานให้เช็คบิล ส่วนสองสาวที่นั่งอยู่มองหน้ากันครู่นึง กาอึนถอนหายใจ เขาน่ะรู้ว่าจูบเมื่อกี้หากอึนบีไม่หวั่นไหวคงไม่หน้าแดง หูแดงขนาดนี้ ถึงแม้จะรู้ว่ายูจินไม่ได้คิดอะไร แต่แฟนของน่ะสิ
.
.
.
.
.
.
 
ตลอดทางไม่มีการพูดจาใดๆจากทั้งยูจินและวอนยอง ร่างบางมองออกไปทางหน้าต่างปล่อยสายตาให้มองไปที่ข้างทางถึงแม้ว่าจะมีเพียงความมืดก็ตาม ส่วนคนที่ทำหน้าที่ขับรถมีบ้างที่ชำเลืองมองแต่ก็ไม่รู้ว่าจะต้องเริ่มบทสนทนายังไง ดูเหมือนเธอจะไม่ได้อยากคุยทั้งๆที่พรุ่งนี้ก็จะกลับแล้ว หรือเพราะจูบเมื่อกี้ที่ทำให้อีกคนเป็นแบบนี้?

ยูจินจอดรถภายในโรงรถที่จอดประจำ ทั้งๆที่ดับเครื่องรถแล้วแต่คนที่นั่งมาด้วยเหมือนจะยังเหม่ออยู่ ร่างโปร่งเอี้ยวตัวเข้าไปใกล้ๆ มองตามว่าเธอมองอะไร ลมหายใจอุ่นๆที่รดบนแก้มเบาๆ ทำให้เธอสะดุ้งเล็กน้อย ยิ่งหน้าใกล้ๆของยูจินนี่อีก เธอเบือนหน้าหนีเตรียมจะลงจากรถ

เหมือนเมื่อก่อนไม่ผิด งอนเขาเวลาเขาหยอกล้อกับอึนบี

“เดี๋ยวก่อน คุยกันก่อน”
มือเรียวคว้าข้อมือเล็กๆของเด็กสาวไว้ ส่วนอีกมือเชยคางให้หันมาสบตากับเขา

“งอนอาหรอคะ”
คำพูดหวานหูพร้อมรอยยิ้มอบอุ่นเหมือนเมื่อก่อนทำให้ร่างบางถอนหายใจ อย่าแกล้งกันแบบนี้ได้มั๊ย หลังจากนี้ไม่มีแบบนี้เธอจะทำยังไงล้ะ จะร้องขออาแบบนี้ได้มั๊ย จะให้อาสนใจกันแบบนี้ได้มั๊ย ยิ่งร่างบางเงียบ เป็นร่างโปร่งที่ทำคิ้วตกตาละห้อย

“ไหนว่าทนได้ไง ก่อนหน้านี้ยังบอกให้อามีวันไนท์ฯได้อยู่เลย”
ยิ้มมุมปากแสนเจ้าเล่ห์ของเขา ไม่เหลือแล้วตาละห้อยเมื่อครู่ เดี๋ยวนี้การแสดงชักจะเก่งเกินไปแล้ว

“ลบจูบนั้นออกไปสิ แบบที่เธอเคยทำ”
ร่างบางช้อนตาจ้องมองลึกเข้าไปนัยน์ตาของเขา เขามองเธอกลับแววตาจริงจังที่มีสเน่ห์ดึงดูดเธอเข้าไปแบบไม่รู้ตัว รู้สึกอีกทีริมฝีปากของเธอก็กลายเป็นของเขาไปเสียแล้ว มือที่เคยจับอยู่ที่ปลายคางของเธอตอนนี้เลื่อนลงมาอยู่ที่เอวคอด ส่วนมืออีกข้างที่จับข้อมือเลื่อนมาอยู่ที่มือเล็ก สอดนิ้วประสานกัน ส่วนมือเล็กของเธออีกข้างที่ว่างยกขึ้นเกาะอยู่ไหล่ของเขาเหมือนหาที่เกาะที่แข็งแรง

วอนยองค่อยๆหลับตาซึมซับรสจูบอันหอมหวานที่เธออยากจะได้รับมันอยู่ทุกวันจากเขา เสียงฮึมฮำเบาๆในลำคอของวอนยองทำให้อีกคนที่ตอนแรกคิดว่าแค่จะง้อด้วยการให้อีกคนลบรอยจูบเท่านั้น ทว่าตอนนี้เขาเองกลับไม่อยากที่จะหยุดเสียแล้วล่ะ

ถึงแม้จะถอนจูบแล้ว แต่ยูจินยังคงแนบหน้าผากชิดกับหน้าผากของอีกคน อาการหอบเบาๆของร่างบางทำให้เค้าไม่อยากจะถอยออกมาให้ห่างกว่านี้เลย เพราะร่างโปร่งนี้จ้องเทอไม่วางตาเลยทำให้เธอรู้สึกเขินหน่อยๆ ตกลงเธอเป็นคนลบรอยจูบหรือเป็นเขาที่ขโมยจูบจากเธอกันแน่ก็เริ่มไม่แน่ใจ

“ลบแล้ว”
ร่างบางหลบตาตอบเสียงอ้อมแอ้มเบาๆ ยูจินใช้หลังมือไล้ตามพวงแก้มสีระเรื่อของคนตรงหน้า ร่างบางเป็นยิ่งกว่าสารเสพติดสำหรับเขา เพียงแค่เริ่มก็เสพติดไปเสียแล้ว ยากที่จะหยุด ร่างบางเผลอกัดริมฝีปากล่างมันยิ่งทำให้คนที่จ้องมองอยู่อยากจะสัมผัสมันอีก

“ถ้านยองกลับไปเกาหลีแล้ว จะยังติดต่ออาได้ใช่มั๊ยคะ”
ไม่ปล่อยโอกาสให้หลุดลอย ช่วงเวลาแบบนี้เธอรู้ว่าอีกฝ่ายก็ต้องการเธอไม่ต่างจากที่เธอต้องการเขา เพียงแค่อยากให้แน่ใจว่าหลังจากนี้ เธอจะยังมีเขาอยู่ เธอไม่ได้รีบร้อนที่จะให้เขากลับไปอยู่กับเธอ

อึนบีบอกกับเธอว่ายูจินเป็นคนไม่ชอบความผิดพลาด เขาเป็นพวกเพอเฟคชั่นนิส หากพลาดแล้วเขาจะไม่ยอมให้เกิดอีกเป็นครั้งที่สองแน่ เพราะฉะนั้นเธอต้องทำให้เขามั่นใจให้ได้ ว่าเธอน่ะ รักและต้องการที่จะมีเขาเคียงข้างไปตลอดจริงๆ

มันใช่เวลาจะมาคาดคั้นกันมั๊ยนะ?

ร่างโปร่งขมวดคิ้วที่ได้ยินคำถาม หรี่ตามองใบหน้าสวยนั้นก่อนจะพยักหน้า รอยยิ้มระบายบนใบหน้าอิ่มของคนเด็กกว่า ก่อนจะยกสองแขนขึ้นโอบรอบคอของอีกคน แล้วดันเขากลับไปที่เบาะของตัวเอง พร้อมเคลื่อนตัวไปอยู่บนตัวเขาแทน ถึงแม้มันจะคับแคบสักหน่อย แต่ก็หวาบหวามเอาเรื่องอยู่ ร่างโปร่งยิ้มน้อยๆที่เห็นร่างบางเป็นคนรุกเขาแบบนี้ มือเรียวปัดป่าย ควานหาที่ปรับเบาะเลื่อนไปด้านหลังจนสุด แถมไม่ลืมปรับเอนนอนลงเล็กน้อยด้วยเพื่อเพิ่มพื้นที่ให้อีกคน

“กลับไป นยองคงคิดถึงอาแน่ๆ”
ดวงตาแสนหวานปนเศร้า ไม่พูดเปล่า มือเล็กลูบไล้ตามสาบเสื้อเชิ๊ตของเขา ไล่ปลดกระดุมสามเม็ดแรกด้านบน มือเรียวของอีกคนกดเอวของร่างบางให้แนบชิดกับตนที่อยู่ด้านล่าง เป่าลมหายใจอุ่นรดที่ใบหูเล็กเบาๆ พร้อมตอบเสียงแผ่ว

“คิดถึงก็โทรมาสิ วิดีโอคอลก็ได้”
พูดพลางงับเบาๆที่ใบหู เลื่อนกดจมูกซุกที่ซอกคอ ทำเอาร่างบางรู้สึกหวิวที่ช่องท้องระคนดีใจกับคำตอบ
  
“ฮื้ออ พูด..จริงนะ”

ร่างโปร่งใช้มืออีกข้างลูบไล้ที่ต้นขาของร่างบางด้านบน ส่วนปากขบเม้มซอกคอลากลงมาถึงเนินอกที่โผล่พ้นชุดเดรสสั้นของเธอ เป็นเธอเองที่ขอให้เขาปลดซิบด้านหลังของชุดให้เขาสัมผัสหน้าอกหน้าใจเธอได้ถนัด

ก่อนที่เขาจะใช้นิ้วเรียวเกี่ยวชั้นในด้านล่างลากลงมาที่ช่วงเข่า ส่วนชั้นในด้านบนก็ถูกปลดเหวี่ยงออกไปที่เบาะข้างๆ ร่างบางเชิดปลายคางขึ้นรู้สึกได้ถึงสัมผัสลิ้นร้อนที่ยอดอกอิ่ม นิ้วเรียวบดขยี้ส่วนไวต่อสัมผัส ร่างบางผวาเล็กน้อย มือทั้งสองเกาะอยู่ที่ไหล่ของอีกคน

“รอบนี้นยองต้องขยับเองนะคะ”
เสียงพูดใจดีแต่การกระทำสอดนิ้วเข้าไปทำให้กายเธอลุ่มร้อนอย่างไม่ใยดี

“ฮึก อื้ออ”
ร่างบางกัดปาก ขยับสะโพกตามความต้องการ มือเล็กฝังเล็บลงบนบ่าอีกคนโดยไม่รู้ตัว ร่างบางเร่งจังหวะสะโพกตัวเอง ส่งเสียงหวีดร้องในลำคอ ไม่กล้าปล่อยเสียงออกมา

“ฮื้ออ”
ไม่นานจังหวะที่เร่งก็หยุดลง เล็บที่เผลอฝังอยู่ค่อยๆคลาย ใบหน้าที่มีเหงื่อผุดตามไรผมซบลงที่ไหล่ของยูจิน เป็นสัญญาณบอกให้รู้ว่าอีกคนที่อยู่บนตัวเขาสุขสมถึงที่หมายปลายทางแล้ว เขาจรดริมฝีปากที่ขมับเป็นการปลอบพร้อมรางวัล ก่อนจะค่อยถอนนิ้วมือที่เปียกชุ่มออก ร่างบางสะดุ้งอีกครั้ง

“เก่งมากค่ะ”
เขากดจูบบนหน้าผากเธออีกครั้ง ก่อนจะโอบกอดเธอไว้สักพักให้เธอหายเหนื่อยแล้วค่อยจัดแจงสวมเสื้อผ้าให้เรียบร้อยแล้วเข้าบ้าน   
.
.
.
.
.
.
.
.
.

สนามบินซิดนีย์, ออสเตรเลีย

ยูจิน ซากุระพาวอนยองมาส่งที่สนามบินตามเวลาที่อึนบีบอก วันนี้ยูจินแทบไม่ไดคุยอะไรกับวอนยองเลยนอกจากถามเรื่องเวลา อาจเป็นเพราะมีหลานสาวอยู่ด้วย ไม่นานทั้งสามคนก็เจอกับแชยอน กาอึน และอึนบี

“แชนไหนว่าจะอยากกินกาแฟไง ชวนกุระจังไปเป็นเพื่อนสิ”
กาอึนพยักเพยิดใส่เพื่อนตัวดี ตอนแรกก็งงไม่เข้าใจ แต่พอหันไปเจอสายตาของเพื่อนรักก็เออออตามทันที พร้อมรีบกึ่งลาก กึ่งดึงให้เด็กสาวไปด้วยแม้จะโวยวายก็ตาม

“เดี๋ยวชั้นไปจัดการเอกสารแปปนะ”
อึนบีดึงข้อมือแฟนร่างสูงที่สวมฮู้ด สวมแมสมิดชิดออกไป เหลือไว้แค่ยูจินกับวอนยองสองคน ทั้งสองมองกันครู่หนึ่ง ก่อนจะเป็นร่างบางที่ทำลายความเงียบนั่น

“ดูแลตัวเองดีๆนะคะ”

“อื้อ เธอก็เหมือนกัน”

“ชั้นโทรหาคุณได้ใช่มั๊ย เวลาที่ชั้นคิดถึงคุณ”
คำถามที่เธอเปลี่ยนสรรพนามถามย้ำ ทำให้ร่างโปร่งนิ่ง มองนัยน์ตาเศร้าของเธอ ก่อนจะพยักหน้า

RRRrrrrr RRRrrrr

เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นร่างโปร่งขมวดคิ้ว พร้อมล้วงมือเข้าไปในกระเป๋ากางเกงหยิบเจ้าโทรศัพท์ขึ้นมาดู แล้วก็ต้องเงยหน้าไปมองอีกคน เพราะชื่อที่โชว์อยู่คือชื่อของเธอ

จาง วอนยอง

ร่างโปร่งเดินเข้าไปใกล้คนตรงหน้ามือกดรับสายยกขึ้นแนบหู กรอกเสียงตอบปลาายสาย

“ฮัลโหล ยังไม่ทันแยกกันเลยคิดถึงแล้วหรอ”

ร่างบางยิ้ม อุ่นใจ เขาจะรับโทรศัพท์จากเธอ ร่างโปร่งยกโทรศัพท์ขึ้นดูอีกครั้ง อึนบีส่งข้อความมาหาเขาบอกว่าเธอเข้าไปด้านในแล้ว หากเขาร่ำลากับวอนยองเสร็จแล้วก็ให้วอนยองเข้ามาได้เลย ร่างโปร่งบอกกับวอนยองเรื่องอึนบีหนีเข้าไปก่อน เขายกข้อมือดูนาฬิกาข้อมือ ก็ได้เวลาที่ต้องเข้าไปข้างใน

ร่างบางก้มหัวเล็กน้อย ขอบคุณเขาสำหรับทุกอย่างที่นี่ พร้อมยกมือขึ้นเตรียมโบกลา โดยไม่ลืมฝากลาแชยอนและซากุระด้วย ร่างบางหมุนตัวจะเดินไป ร่างโปร่งดึงข้อมือเล็กให้เธอเข้ามาอยู่ในอ้อมกอดเขา พร้อมกดจูบที่ริมฝีปากบาง จูบลาแสนหวาน

“เดินทางปลอดภัย หวังว่าชีวิตเธอจะเดินไปข้างหน้า เหมือนกับชั้น”
.
.
.
.
.
.
.
.
.
-------------------------------------------------------------------------------

โหหหหหหหห  ไม่ง่ายเลยนะคะ ตอนนี้ตั้งใจเขียนมากกก

พยายามอ่านทวนซ้ำ แก้แล้ว เปลี่ยนคำอีก 55555

ชอบไม่ชอบยังไงบอกได้นะคะ หรือหวีดไปกับ #อายูจิน ก็ได้ เดี๋ยวเราตามอ่าน

งื้ออออ  เค้าแยกกันแล้วนะเจ้าค่ะ

ไม่ได้ตั้งใจอัพดึกนะคะ พอแก้คำเยอะเลยดึกเลย 555555555
SHARE
Written in this book
INTO STEP [Yujin x Wonyoung]

Comments

heartteu
1 year ago
แงงงงง เขียนดีมากเลยค่ะ อยากอ่านตอนต่อไปแล้ว
Reply
BlackSunDae
1 year ago
ไรท์เขียนดีอยู่แล้ว
Reply