Chapter 1: Welcome to isekai
ตอนที่ 3.2: ปฐมนิเทศ

วิชาต่อสู้และการใช้อาวุธ เป็นวิชาที่ว่าด้วยการฝึกนักเรียนให้คุ้นชินกับการทำการต่อสู้ ซึ่งนอกจากจะให้วิธีเอาตัวรอดและป้องกันตัวจากสถานการณ์อันตรายแล้ว แต่จะรวมถึงการให้ความรู้เรื่องอาวุธเวทย์และคาถาสำหรับเรียกใช้งานอาวุธอีกด้วย นับว่าเป็นวิชาที่ครบเครื่องและสำคัญ ทำให้เป็น 1 ในวิชาที่มีในตารางเรียนทุกคน รวมถึงพวกจากต่างโลกอย่างพวกผมด้วย

จากที่รู้ๆมา การคัดเลือกนักเรียนจะเวียนรอบไปตามจักรวาลต่างๆ ที่มีการไหลของเวลาใกล้เคียงกัน 4 แห่งซึ่งปีนี้เป็นจักรวาลที่ผมอาศัยอยู่ ดังนั้น จะมีนักเรียนประมาณกึ่งหนึ่งที่รู้จักอาวุธสงครามแบบเดียวกันกับผม

(ปรี๊ดดด~!)

เสียงนกหวีดดังขึ้นมา ทำให้นักเรียนทั้งหลายเริ่มมารวมตัวกันเป็นแถวบริเวณหน้าเวทีพร้อมเสียง “ตอนเรียงห้าสิบ” แทรกขึ้นมาเป็นช่วงๆ



เมื่อจัดแถวเสร็จเรียบร้อย ชายวัยกลางคนผมสีเทาเข้ม ไว้หนวดเครา ภายนอกสวมเสื้อคลุมคล้ายขุนนางชั้นสูง แต่มีการประดับยศต่างๆ ไว้บนบ่าและด้านในสวมชุดฝึกแบบทหารได้เดินออกมาจากด้านหลังที่เหมือนเป็นห้องพักครูของที่นี่ ก่อนจะหยุดตรงหน้าโพเดียมทรงเปลกๆ

“สวัสดีนักเรียนทุกคน ผมคือหัวหน้าภาควิชาต่อสู้และการใช้อาวุธ ชื่อว่า ชาร์ล ชาเวียร์ ไดน์สเลฟ วันนี้เป็นวันแรก จะยังไม่มีฝึกอะไรทั้งนั้น แต่เราจะทำการแบ่งนักเรียนออกเป็น 2 กลุ่มเท่าๆกันสำหรับการฝึกสอนในวันต่อๆไปและคัดแยกประเภทของแต่ละคนอีกที เข้าใจใช่มั้ย?!”

“ “ “ “ครับ/ค่ะ!” ” ” ”

“ถ้างั้น 25 แถวนี้ไปทางซ้าย ส่วนที่เหลือไปทางขวา ถ้าได้ยินแล้ว วิ่งไปหาอาจารย์ที่ประจำอยู่แล้วจัแถวใหม่ตอนเรียงสิบ ทราบ!”

“ทราบ!”

“ไปได้!”

นักเรียน 600 คนในรุ่นนี้ ถูกแบ่งออกไปสังกัดกับอาจารย์ประจำหน่วยแต่ละด้าน เมื่อแต่ละคนอยู่ในแถวแล้ว ทางอาจารย์ไดน์สเลฟจึงสร้างกำแพงหินขนาดใหญ่ผ่าสนามนี้ออกเป็น 2 ส่วนเพื่อไม่ให้มีปัญหาระหว่างการฝึก







จะนับเป็นโชคดีรึเปล่าก็ไม่รู้ แต่คนที่ผมรู้จักและเห็นหน้าเห็นตากันบ่อยๆ ดันมากองรวมที่ฝั่งนี้ซะงั้น

ว่าจะไปถามการฝึกของฝั่งโน้นจากคนรู้จักซะหน่อย จบกัน

“สวัสดีนะทุกคน ผมชื่อ ซากุระดะ เคนชิโร่ เป็นหัวหน้าหน่วยการฝึกในฝั่งซ้าย ฝากตัวด้วย”

อาจารย์เคนชิโร่ หรืออาจารย์เคน จากในคู่มือ เป็นอาจารย์ที่ใจดีและเคร่งกฎของที่นี่มากที่สุดในภาคนี้ คงถือว่ายังไม่ซวยลงหัวล่ะเนาะ

“กฎในการอยู่ด้วยกันของผมนั้นง่ายมาก ขอแค่ไม่แหกกฎและเชื่อฟังก็พอแล้ว ที่เหลือก็ทำตัวตามสบาย ไม่ต้องเครียดๆ”

ได้ยินแล้วใจชื้นขึ้นเยอะเลยแฮะ

“เอาล่ะ ผมจะทำการแบ่งนักเรียนออกเป็นอีก 3 กลุ่มย่อยนะ ได้แก่ โจมตี, ป้องกัน, และสนับสนุน โดยใช้เครื่องนี่” แล้วอาจารย์เคนก็หยิบเดรื่องสแกนซึ่งละม้ายคล้ายกับอันที่แบ่งพวกเราไปตามหอต่างๆ

“ต่อแถวแล้วทยอยมากันได้เลย”





เมื่อการคัดแยกผ่านไปเรื่อยๆ พบว่าตอนนี้ กลุ่มที่มีจำนวนคนเยอะที่สุด คือกลุ่มสนับสนุนราว 150 คน ส่วนกลุ่มป้องกันและโจมตีมีจำนวนพอๆกัน จนมาถึงคิวของผม

“คนสุดท้ายแล้ว เร็วๆหน่อยละกันนะ สอดมือเข้ามา”

“ครับๆ” ผมสอดมือลงไปในเครื่อง และแล้ว เรื่องๆแปลกก็ได้เกิดขึ้น

“ม...ไม่สามารถจัดกลุ่มได้?” น้ำเสียงสงสัยของอาจารย์เคนดังขึ้น ทำเอาผมและคนอื่นๆ งงกับคำๆนั้น

“คือยังไงครับ? อาจารย์”

“คือปกติเครื่องนี้น่ะ จะประเมินแต่ละคนด้วยกราฟ 3 ด้าน แทนทั้ง 3 กลุ่ม ซึ่งถ้ากราฟด้านไหนสูงที่สุด จะจัดไปที่กลุ่มนั้น แต่กรณีของเธอนี่... มันเท่ากันหมดเลย ถ้ามันเท่ากันซัก2อันเนี่ย เครื่องยังพอเลือกไปทางกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งได้”

“สรุปคือ จะให้ผมเลือกเองงั้นเหรอ”

“ก็คงต้องอย่างงั้น”

คำพูดของอาจารย์ทำให้ผมคิดหนัก ก่อนจะตอบกลับไปว่า.....



“ถ้างั้น ขอไปกลุ่มโจมตีก็แล้วกันครับ”

“โอเค ไปรวมกับกลุ่มโจมตีได้”

เอาน่า กลุ่มนี้ก็คงไม่เลวร้ายนักหรอก มั้งนะ

ผมพูดกับตัวเองในใจ ก่อนจะเดินไปทางกลุ่มเพื่อนร่วมรุ่นที่ยืนออกันอยู่







“วันนี้พอแค่นี้ พรุ่งนี้มาเจอกันใหม่ อย่าโดดเชียว” เสียงทิ้งท้ายของอาจารย์ไล่หลังพวกผมที่เดินออกมาจากสนาม หลังจากแบ่งกลุ่มเสร็จ อาจารย์ผู้ช่วยคนอื่นๆ ได้เข้ามาบรรยายเล็กน้อยเกี่ยวกับการเลือกอาวุธประจำตัว และการทดลองใช้ในวันพรุ่งนี้ให้กลุ่มผมฟัง ของกลุ่มอื่นๆ น่าจะเป็นแบบเดียวกัน อีกทั้งยังนัดให้เอาชุดฝึกของแต่ละคนมาด้วย

ชุดฝึกซ้อมของโรงเรียนหรือชื่อเล่นว่าชุดพละ มีความพิเศษจากชุดพละทั่วๆ ไปตรงที่ทุกคนจะได้รับชุดที่เหมือนกันทุกประการ โดยมีลักษณะเป็นผ้ายืด สามารถปรับขนาดชุดได้ตามขนาดตัวของผู้สวมใส่ ทำให้ขยับได้อย่างอิสระ และชุดนี้จะมีการร่ายเวทย์ดูดซับความเสียหายและแรงกระแทกอันเกิดจากการฝึกได้พอสมควร เพื่อให้เกิดความปลอดภัยในการฝึกที่สุด ที่เด็ดสุดคือเราสามารถปรับลวดลายบนชุดได้ตามความชอบ เพราะสีพื้นหลักของชุดยังคงสีดำเหมือนเดิม หากมีการปรับแต่งชุดที่ไม่ใช่การเปลี่ยนลวดลาย จะต้องทำเรื่องขออนุญาตจากทางภาควิชาก่อน

ปรับแต่งเองได้งั้นเหรอ ก็ดีสิ จะได้ลองใช้ของพวกนั้นดูด้วย

ผมเริ่มคิดที่จะดัดแปลงชุดพละให้เข้ากับสไตล์ของผม ขณะเดินกลับไปยังเกาะหลัก







เนื่องด้วยสะพานเชื่อมจะเปิดอีกที 6 โมงเย็นทำให้ผมยังพอมีเวลาเหลือไปซื้อของอื่นๆ ที่สหกรณ์ซึ่งตั้งอยู่กลางสวนภายในปราสาท

ตัวร้านดูไม่ใหญ่อะไรมากเมื่อมองจากข้างนอก เป็นเพียงอาคารชั้นเดียวเก่าๆ แต่เมื่อเดินเข้าไป กลับพบว่าจริงๆ แล้ว นั่นเป็นเพียงทางเข้าของร้านซึ่งอยู่ใต้ดิน ภายในมีของทุกสิ่งที่นักเรียนต้องการที่จะหา แม้กระทั่งรับคัดลอกเอกสาร

ด้วยเหตุที่นักเรียนทุกคนอยู่ในระบบหอพัก จะไม่ให้นักเรียนออกจากโรงเรียนโดยเด็ดขาด เป็นการตัดขาดจากภายนอกโดยสิ้นเชิง ทำให้เมื่อต้องการของใดๆ จะต้องมาที่นี่ลูกเดียว

แน่นอนว่า ผมมาเดินสำรวจว่า หากพวกวัสดุผมหมด จะมาหาที่นี่ได้รึเปล่า

เชี่ย ของอย่างครบ เห็นแววได้มาแวะบ่อยๆ แน่





เมื่อได้คำตอบที่ต้องการแล้ว ผมจึงรอเวลาเพื่อจะข้ามกลับไปยังหอพัก

จะว่าไป อาหารเย็นของที่หอพักมันเป็นยังไงกันแน่นะ

SHARE
Written in this book
Zel-Themis มหาศึกมนตรา
เรื่องออริจินอลโดยผมเองครับ จะคอยอัพทุกๆครั้งที่ว่างนะ ;)

Comments