หากปลายทางคือจุดเริ่มต้น
เคยคิดอยู่เหมือนกันว่า...ถ้าตัวเองมีใครอีกคนข้างกายอีกครั้ง เราจะเป็นยังไง
จำไม่ได้แล้วว่าตอนนั้นจินตนาการว่ายังไงบ้าง
แต่สิ่งเดียวที่แน่ชัดในความทรงจำคือ
‘ความกลัว’


เพราะเราผ่านเรืื่องร้ายๆ มาเยอะ
จนเมื่อได้ลองเดินไปถึงจุดที่ต้องเลือก
ระหว่าง ‘ไปต่อ’
...หรือ ‘พอแค่นี้’
แล้วเราก็จะเลือก ‘พอแค่นี้’ เสมอ


มีหลายต่อหลายครั้งที่ถ้าไปต่อก็คงเวิร์ค
แต่เราก็ยังเลือก ‘พอแค่นี้’
มีหลายครั้งที่คิดว่าลองเดินไปต่อไหม
แต่สุดท้ายก็เลือกหยุด และต่างคนต่างเดิน
ก่อนจะกลายเป็นต่างคนต่างไม่รู้จัก


นั่นเพราะ ‘ความกลัว’


กลัวว่าจะลงเอยเหมือนเดิม
กลัวว่าต้องทำให้คนที่รู้ใจที่สุดกลายเป็นคนไม่รู้จักกัน
กลัวว่าตัวเองจะต้องกลับไปอ่อนแอเหมือนเดิม
กลัวว่าวันหนึ่ง...เราจะกลับไปเป็นเหมือนตอนนั้น


ก็เลยสร้างกำแพง สร้างเกราะให้แข็งแรง
และเฝ้าพร่ำบอกคนอื่นว่าตัวข้าน่ะแข็งแกร่ง
ทั้งที่ความจริง เราก็แค่คนขี้กลัวคนหนึ่ง
คอยขีดเส้นรอบวงว่านี่คืออาณาเขตฉัน
ไม่ว่าใครหน้าไหนก็อย่าเข้ามายุ่งกับเซพโซนของฉัน
และทำได้ดีมาตลอด


จนกระทั่งวันหนึ่งกลับมีคนที่เดินเข้ามาหน้าตาเฉย
อาจจะด้วยเพราะเราเผลอปล่อยให้เข้ามา 
หรืออาจจะเพราะอะไรสักอย่างที่เราก็ไม่รู้เหมือนกัน (และยังหาคำตอบไม่ได้จนถึงวันนี้)
สุดท้ายเซพโซนของเราก็มีคุณเพิ่มเข้ามาอีกหนึ่งคน


คุณที่เรามักจะตั้งชื่อเล่นไว้ในใจอยู่หลายชื่อ


‘เทอ’
‘คุณ’
‘คุณคนทำขนม’
‘คุณท้องฟ้าในเดือนมิถุนายน’
‘เจ้าแมว’


เราผ่านเรื่องราวกันมามากมาย
ทั้งสุข ทั้งเศร้า ทั้งโมโหจนแทบเกลียดกัน
และอย่างที่เราเคยบอกคุณไป
ช่วงเวลาที่เราสองคนหายจากกันไป
เราอยู่ได้ เพราะเราอยู่แบบนี้มาเกือบห้าปี
แต่เราไม่มีความสุข เราเหมือนใช้ชีวิตให้จบไป
เราแสร้งทำเป็นมีความสุข เพื่อไม่ให้คนอื่นกังวล
ทั้งที่เราก็รู้แก่ใจดีว่า...มันไม่มีความสุขเลย
แต่สุดท้ายเราก็ยังกลับมาอยู่ในเซพโซนกันและกันจนถึงตอนนี้


ถ้าหากตอนนั้นเรามัวแต่โฟกัสที่ปลายทาง
เราก็คงจะไม่ได้เห็นสิ่งน่ารักระหว่างทาง
เราคงไม่ทันได้เห็นและรับรู้สิ่งที่เปลี่ยนแปลงของคุณ


ถ้าหากตอนนั้นเรายอมแพ้ไปเสียก่อน
เราสองคนก็คงไม่เดินมาถึงจุดนี้ได้


ถ้าหากตอนนั้นเราไม่ปล่อยให้คุณกลับเข้ามาอีกครั้ง
วันนี้เราก็คงใช้ชีวิตในแบบที่ใช้ไปวันๆ ให้มันจบไป


แต่มันไม่มี ‘ถ้าหาก’ อีกแล้ว
เพราะเราเลือกที่จะมีคุณ


เพราะการที่เราบอกว่าคุณสำคัญ
นั่นหมายความว่าคุณสำคัญจริงๆ


สำคัญจนเราไม่อยากให้หายไปไหนอีกแล้ว
สำคัญจนเราไม่เคยคิดถึงสถานะว่าเราสองคนจะเป็นอะไรกัน
สำคัญจนเราเลือกที่จะซัพพอร์ตคุณ ไม่ว่าคุณจะเลือกทางเดินชีวิตตัวเองแบบไหน
สำคัญจนเราไม่คาดหวัง แต่เราอยากทำมันให้ดีกว่าเดิม


และถ้าเราไม่ได้คิดไปเอง
เราว่าเราก็คงสำคัญกับคุณเหมือนกัน


ไม่อย่างนั้น...วันนี้เราคงไม่ได้ขยับสถานะขึ้นมาแบบนี้หรอก :)


อันที่จริงความกลัวที่เคยมีมาตลอดก็ยังมีอยู่
แต่เราว่ามันน้อยลงแล้วล่ะ
เราไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมต้องเป็นคุณ
แค่ ‘คุณ’ ที่เรายอมให้เข้ามา
ไว้วันหนึ่งเราก็คงจะได้คำตอบนี้ล่ะมั้ง


สำหรับเรา นี่ไม่นับว่าเป็นปลายทาง
เพราะมันคือจุดเริ่มต้นใหม่ต่างหาก


เดินจับมือด้วยกันไปนานๆ นะ คุณคนทำขนม 👊🏻





SHARE
Written in this book
เทอ
เทอ เทอนั่นล่ะ เทอคือท้องฟ้าในเดือนมิถุนายน เทอคือเม็ดฝนในเดือนมิถุนายน เทอคือสายรุ้งในเดือนมิถุนายน เทอคือเดือนมิถุนายนของเรา
Writer
everlastingsky
a spec of dust in the galaxy
ชอบมองท้องฟ้า ไม่ว่าจะเป็นสีฟ้า สีเทา หรือสีพาสเทล

Comments

bblackwidoww
4 months ago
น่ารักจังค่ะ เหมือนเรื่องเราในตอนนี้เลย หวังว่าจะได้ขยับสถานะแบบคุณนะคะ 😂
Reply
everlastingsky
4 months ago
บางอย่างต้องใช้เวลาค่ะ แต่ไม่อยากให้โฟกัสปลายทางนะคะ เราว่าสิ่งสำคัญที่สุดคือระหว่างทางค่ะ 
jobsktd
4 months ago
อุโมงค์ต้นไม้ :) :) :)
Reply