โรงเรียนของหนู
ขึ้นต้นได้พงษ์สิทธ์ คัมภีร์มาก

ฝนตกอีกแล้ว โคตรน่าเบื่อ ผมออกไปหาอะไรดื่มเพื่อคลายหนาว

'อะไร' ในที่นี้หมายถึงโกโก้นะครับ ไม่ใช่เครื่องดื่มแอลกอฮอล์แต่อย่างใด

หลักการเลือกร้านของผมไม่มีอะไรมากแค่ดูว่าร้านไหนมีฮีตเตอร์ก็ใช้ได้แล้ว ส่วนราคานั้นเทียบกับบ้านเราก็ถือว่าถูกกว่ามาก
.
เข้าเรื่องเลยดีกว่า
.
เช้านี้จะไปคุยกับชาวทิเบตที่ลี้ภัยมาอยู่อินเดียตั้งแต่อายุหกขวบ ส่วนตอนบ่ายจะไป Tibetan Children Village เยี่ยม
โรงเรียนสำหรับสอนเด็กๆที่นี่
.
เออ รู้สึกตอนที่แล้วดูเครียดไปหน่อย ตอนนี้จะพยายามทำให้ซอฟท์ลง
.
เรานัดกับดัคปาที่ Students for a free Tibet เป็นองค์กรที่จัดกิจกรรมทางการเมืองเพื่อเรียกร้องสิทธิเสรีภาพให้กับผู้ลี้ภัย
.
ที่นี่ดัคปาแนะนำให้เรารู้จักกับเกลเซ็น นักเคลื่อนไหวชาวทิเบต
.
ผมจินตนาการไปก่อนว่าเกลเซ็นน่าจะเป็นคนที่ดุดันและอาจจะเกรี้ยวกราดหน่อยๆตามสไตล์ของงาน
.
ซึ่งทุกอย่างด้านบนตรงข้ามกับตัวจริงมาก เกลเซ็นเป็นหนุ่มแว่นหน้าตี๋ที่สุภาพมาก เฟรนลี่มาก และตั้งใจตอบคำถามมาก
.
Don't judge a book by its cover. นี่มันใช้ได้ตลอดจริงๆ
.
ส่วนตัวแล้วผมก็ไม่ได้อินกับงานด้านสิทธิมนุษยชนขนาดนั้นหรอกแต่ว่าเห็นความตั้งใจในการทำงานของเขาแล้วจะปล่อยผ่านไม่เขียนถึงเลยก็คงไม่ได้
.
ผมรู้ว่างานนี้อาจจะไม่ได้ทำให้เขากลายเป็นเศรษฐีในชั่วข้ามคืน(หรือทั้งชีวิต) แต่เขากำลังทำเพื่อผู้ที่เดือดร้อนจากการถูกริดรอนเสรีภาพที่เคยมี
.
ผมนั่งทบทวนตัวเองนานมากว่าชีวิตเราต้องการอะไร
.
เราต้องการงานที่สร้างมูลค่า (เงินเดือนสูงๆ) หรือว่างานที่สร้างคุณค่า (เกิดประโยชน์ต่อผู้อื่น) กันแน่
.
และมันจะเป็นไปได้ไหม ถ้าจะมีสักงานที่สร้างทั้งมูลค่าและคุณค่าให้กับเรา
.
เราพอใจกับงานเราจริงๆไหม ที่บอกไม่เกลียดวันจันทร์นี่เพราะเรารู้สึกพอใจกับงานหรือรู้สึกดีกับ comfort zone
.
อืม ว่าจะไม่เครียดแม่งเครียดจนได้
.
รู้สึกจะยาวเกินไปแล้ว ไว้ตอนหน้าจะพูดถึงโรงเรียนที่นี่ละกัน.
SHARE
Written in this book
อินเดียก็ได้(วะ): ดารัมซาลา
อินเดีย ประเทศที่ไม่มีอะไร make sense ทั้งนั้น เราในฐานะผู้มาเยือนคงจะทำอะไรไม่ได้นอกจากยอมรับและเรียนรู้ . กินผัดไทในอินเดีย นั่งดมตดแขกที่สนามบิน ทะเลาะกับคนขับแท็กซี่ และตัวสั่นเพราะความหนาว . ไม่รู้เหมือนกันว่ามาทำไม แต่ถ้าถามว่าจะมาอีกไหม . 'แน่นอน'

Comments