พักใจไปนั่งรถไฟขึ้นเขาคนเดียวครั้งแรก
   ขอย้อนกลับไปเมื่อต้นเดือนมกราคม เป็นช่วงเวลาที่ผมได้มีโอกาสเดินทางไปสัมภาษณ์ที่มหาลัยต่าง ๆ ซึ่งจะมีช่วงเวลาว่าง 3-4 วันระหว่างรอยต่อของแต่ละมหาวิทยาลัย ด้วยโอกาสที่เหมาะที่จะออกท่องเที่ยวตามหาส่วนเติมเต็มให้ลอยต่อครั้งใหญ่ของชีวิต ก่อนที่จะเปลี่ยนจากชีวิตมัธยม เพื่อก้าวสู่รั้วมหาวิทยาลัยที่ค่อนข้างจะมีสไตล์ด้านการเมืองของผม ซึ่งเป็นความใฝ่ฝันตลอด 3 ปีก็สำเร็จไปได้ด้วยดี วันที่ 7 มกราคม หลังการสัมภาษณ์กับภาควิชา และสัมภาษณ์กับคณะกรรมการเพื่อพิจารณาเรื่องการให้ทุน ทำเอาเวลาล่วงเลยไปเกือบ 18.00 นาฬิกา ซึ่งเป็นวันที่ผมตั้งใจว่าจะเดินทางแบ็คแพ็คขึ้นเหนือคนเดียว พร้อมกับชุดนักเรียนหลังสอบสัมภาษณ์เสร็จ ต้นทางของผมคือสถานีรังสิตผมตัดสินใจเรียก Grab จากมหาวิทยาลัยไปที่ห้างสรรพสินค้าย่านรังสิต เพื่อซื้อหมอนรองคอและแวะดื่มกาแฟ ชาร์จแบตมือถือ ด้วยเวลาที่เหลือเยอะ การดูหนังคงเป็นการฆ่าเวลาที่ดีที่สุด หลังจากนั้นผมจึงรีบเดินทางมาสถานีรถไฟรังสิตโดยรถแท็กซี่ ครั้นถามเกี่ยวกับการเดินทางกับประวัติของสถานีรถไฟเล็ก ๆ ที่กำลังปรับปรุงนี้ เวลา 22.58 ผมมารอรถไฟด่วนกรุงเทพ-เชียง ใหม่เพื่อจะออกเดินทางไปสถานีรถไฟขุนตานซึ่งในเว็บเขียนว่าขุนตานซึ่งสับสนกับขุนตาลเล็กน้อย รถไฟมาถึงสถานีต้นทางของผมช้า 8 นาที ซึ่งเป็นเวลาที่ค่ำมากแล้ว แสงจากชานเมืองค่อยๆ มืดลงเหลือเพียงแต่แสงไฟจากรถที่สะท้อนรางคู่ขนานและธรรมชาติโดยรอบ เป็นความสนุกที่ได้มองการตกแต่งสถานีที่มีความคลาสสิคและสวยของสถานีต่างจังหวัด

ครั้นรุ่งเช้าแสงอาทิตย์ก็ส่องผ่านหน้าต่างมากระทบเปลือกตาที่แข็งปรือของผม การนอนรถไฟพร้อมกับหมอนรองคอที่พึ่งซื้อมาใหม่อาจจะไม่ได้เพอร์เฟคเหมือนเบาะนุ่มๆบนรถทัวร์ หรือเบาะหนังและแอร์เย็น ด้วยเวลาเพียงอึดใจก็ถึงปลายทางเหมือนเครื่องบิน แต่ถ้าคุณอยากลองเปลี่ยนประสบการณ์หรือตามหาอะไรใหม่ ๆ ให้กับชีวิตแล้วหละก็รถไฟก็เป็นตัวเลือกหนึ่งที่น่าจะลองซักครั้ง ผมไม่ค่อยได้มีโอกาสได้นั่งรถไฟเลยในช่วงวัยเด็กของผม เพราะบ้านเกิดของผมไม่มีสถานีรถไฟตัดผ่าน การนั่งรถไฟของผมจึงเป็นเหมือนสิ่งใหม่ตลอดเวลา และมันทำให้ผมตื่นเต้นทุกครั้งที่ได้นั่ง ราวกับว่าจิตวิญญาณความอยากรู้อยากเห็นอยากลองมันเอ่อล้นออกมา ความเป็นเด็กที่อยากจะเรียนรู้ อยากจะท่องเที่ยวอยากจะเดินทางไปที่ต่าง ๆ พบปะกับผู้คนมันย้อมจิตใจของผมไปหมดแล้ว ถึงผมจะยังไม่แก่ขนาดนั้น และเป็นเพียงวัยรุ่นตัวเล็ก ๆ แต่นั่นมันก็เป็นข้อดีที่ทำให้ผมได้รู้จักโลกมากขึ้นจากมุมมองที่ไม่เคยรู้จัก มันคงเป็นทางเดียวที่จะทำให้เด็กขี้เกียจออกจากบ้าน และขี้เกียจเที่ยวสังสรรค์ยอมออกจากบ้าน จัดกระเป๋าวางแผนชีวิต รับผิดชอบตัวเองที่จะเดินทาง และดูแลตัวเองตลอดเส้นทางที่เราไม่เคยไป เสียงฉึกฉักดังไปพร้อมกับไอหมอกที่พุ่งปะทะหน้าผม ความเย็นของภาคเหนือทำให้ผมเริ่มหนาวและอยากหาอะไรอุ่น ๆ ดื่ม ครั้นรถไฟจอดตอนเช้าผมได้แวะซื้อและทานอาหาร พร้อมกับกาแฟร้อนๆ ที่สถานีแม่เมาะก่อนเข้านครลำปาง น้ำเย็น ๆ ที่ล้างเหงื่อไคลบนรถไฟมันสดชื่นราวกับว่าลืมไปแล้วว่าเคยทนร้อนทนฝุ่นในกรุงเทพมา บรรยากาศดีมากจนแทบเคลิ้มกับเสียงรถไฟ ผมได้นอนฟังเรื่องเล่าจากภิกษุที่กำลังเดินทางไปนครลำปางไปพลางๆ ตลอดเส้นทางผมหลับสบายมากเพราะซื้อหมอนรองคอเฉพาะกิจ วิวโดยรอบระหว่างทางขึ้นดอยสวยมาก ๆ เหมือนผมจะเผลองีบอีกครั้งจนถึงสถานีรถไฟที่สวยและมีเอกลักษณ์ ผมได้วิ่งจากรถลงมาถามเจ้าหน้าที่ว่ามีตู้ ATM หรือปล่าวก่อนจะต้องรีบวิ่งไปกดเงินเพื่อทำเวลาไม่งั้นคงได้ตกรถไฟแน่ ๆ 

 มีเด็กเยอะมากเหมือนกับว่าจะไปทัศนศึกษา ผมเริ่มปวดหัวอีกครั้งนึงเพราะผมเกลียดเด็กมาก ฮ่า ๆ บรรยากาศความสงบหายไป เหมือนโชคของผมที่เด็ก ๆ เหล่านั้นไม่ได้ขึ้นรถไฟขบวนเดียวกันไม่งั้นผมคงหัวระเบิด จากสถานีนครลำปางก่อนเดินทางตรงสู่สถานีขุนตาน ลอดผ่านอุโมงที่ยาวที่สุดในประเทศมีความยาวถึง 1352 เมตร ก่อสร้างในปีพ.ศ. 2450-2461 โดยเป็นที่ตั้งของศาลเจ้าพ่อขุนตาน และอนุสรสถานของชาวเยอรมันที่มาคุมงานสร้างที่นี่ตั้งอยู่ใกล้เคียงกับพื้นที่อุทยานแห่งชาติดอยขุนตาล ระหว่างอำเภอห้างฉัตร จังหวัดลำปาง กับอำเภอแม่ทา จังหวัด ลำพูน

ผมเดินทางถึงเวลา 11.00 นาฬิกาตรงตามเวลา พี่วัยรุ่นที่นั่งข้างผมก็มาเที่ยวที่เดียวกัน ซึ่งผมก็พอสังเกตุกระเป๋าของพี่เขาแต่เมื่อคืนแล้วว่าน่าจะไปแบ็คแพ็คนอนแคมป์ซักที่ ฝนตกปรอย ๆ อยู่ตลอด ผมตัดสินใจไปซื้อของใช้ส่วนตัวที่ลืมซื้อมาใกล้ ๆ ทางเข้าหมู่บ้านมีฝูงน้องหมาเข้ามาต้อนรับอย่างอบอุ่น บางทีก็ได้มีโอกาศให้มาเฟียกลุ่มนี้นำทางเหมือนกัน เดินจากสถานีรถไฟขึ้นเขาเพื่อไปยังอุทยานแห่งชาติดอยขุนตาลเขตแบ่งจังหวัดลำปางและลำพูน ทางชันและลื่นจากฝนตก ความอุดมสมบูรณ์กับความลื่นของกลุ่มพืชไม่มีท่อลำเลียงท้าทายร่างกายของผมเดินเท้าขึ้นไปเกือบ 2 กิโลเมตรฝ่าฝนปรอย ๆ ที่เริ่มกลายเป็นฝนตกหนักพร้อมกับเสียงฟ้าที่ร้องพร้อมกับคู่รักนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ ฝนตกหนักขึ้นมาก ผมรีบไปให้ถึงสำนักงานอุทยาน การกางเตนท์ดูดาวของผมก็ได้ล่มซะแล้ว พี่พนักงานแนะนำให้นอนบ้านพัก พร้อมให้ยืมเสื้อกันฝน ในวันปกติบ้านพักจะลดราคา จาก 500 บาทเหลือ 350 บาทผมต้องเดินขึ้นเขาฝ่าหมอกและพายุฝนฟ้าคะนองอีก 1.3 กิโลเพื่อที่จะไปบ้านพักอุทยานที่จองไว้ ความมืด ความเงียบ ความชัน และไอหมอก ได้โหมกระหน่ำเข้ามาทำให้ผมแทบหมดแรงที่จะเดินต่อผมเดินทางขึ้นมาเจอกับนักท่องเที่ยวคู่นั้นอีกครั้งที่กำลังเดินลงมาจากเส้นทางศึกษาธรรมชาติ 

ผมมุ่งหน้าเดินต่อกับทางที่ชันมากขึ้นเรื่อย ๆ จนถึงที่พักที่วิวสวยมาก และสามารถมองออกไปที่หมู่บ้าน แม้บางทีหมอกจะหนาจนไม่เห็นอะไรเลย ความมืด ความเงียบ ความชัน และไอหมอก ผมเดินทางขึ้นมาเจอกับนักท่องเที่ยวคู่นั้นอีกครั้ง ที่กำลังเดินลงมาจากเส้นทางศึกษาธรรมชาติ คงจะขึ้นไปตอนที่ผมแวะร้านสวัสดิการเพื่อซื้ออาหารสำหรับ 2 มื้อ ก็ได้คุยกันเล็กน้อย เค้าบ่นว่าเปียกมากแต่สนุก แล้วก็ถามทางไปร้านอาหารผม ผมมุ่งหน้าเดินต่อกับทางที่ชันมากเรื่อย ๆ จนถึงที่พักที่วิวสวยมาก และสามารถมองออกไปที่หมู่บ้านได้ แม้บางทีหมอกจะหนาจนไม่เห็นอะไรเลย แต่ธรรมชาติรอบตัวผมก็ตอบโจทย์การเดินทางของผมแล้ว ฟ้าหลังฝนย่อมสวยงาม แสงอาทิตย์ก่อนตะวันจะละฟ้าทำให้อยากออกไปเดินสูดอากาศ ในขณะที่ลืมของและ กุญแจห้องก็เปิดไม่ได้ผมตัดสินใจเดินลงเข้าไปสำนักงานหาพี่เจ้าที่ แล้วพี่ก็พาขึ้นมาแล้วก็เปิดห้องให้ตลกร้ายตรงที่กุญแจ 2 ดอกนั้นผมเสียบผิดอันมาโดยตลอดเลยเปิดไม่ได้  การเดินทางแสนยาวนานคนเดียวครั้งแรกมันแสดงออกมาพร้อมกับความตื้นตันที่ออกมาจากใจว่าเราทำได้  ค่ำคืนที่เหน็ดหนาวอากาศที่มั่นใจได้เลยว่า ปอดของผมคงจะชอบมัน 

แขกไม่ได้รับเชิญสี่ขาก็ขึ้นมาบนบ้านพัก เสียงกระทบไม้กับวัตถุปริศนาของบ้านพักเริ่มดังขึ้น ผมเปิดประตู้ออกไปเจอเจ้าสี่ขานอนหนาวเฝ้าผมอยู่ที่หน้าประตู รุ่งเช้าแล้วเจ้าตัวก็พาเพื่อนมาเพิ่ม เพื่อนใหม่เข้ามาทักทายอย่างเป็นกันเอง ผมแวะเล่นกับเข้าเพื่อนสี่ขาเกือบ 10 นาทีก่อนจะไปอาบน้ำเพื่อเตรียมตัวก่อนกลับลงเขา หลังจากเสร็จภารกิจส่วนตัวเจ้าไกด์สี่ขาของผม ก็นำทางและเดินทางไปเป็นเพื่อน ในทุก ๆ ครั้งที่เดินผ่านแยกไปเส้นทางศึกษาธรรมชาติ เค้าจะหยุดมองเส้นทาง และมองผมขณะกำลังเดินลงไป ผมสามารถรับรู้ได้ถึงความต้องการของเค้าที่สื่อออกมาว่า เค้าอยากให้ผมเที่ยวกับเค้านานกว่านี้ แต่ผมก็ต้องกลับลงไป เวลาสั้นๆความผูกพันธ์ของผมกับที่นี่เพิ่มมากขึ้น เจ้าสี่ขาที่คอยดูแลผม เฝ้าผมตลอดทั้งคืน กับท่าทางที่ไม่อยากให้ผมรีบกลับนั้น อารมณ์ของผมดิ่งไปพร้อมกับความเศร้าและความสุข เป็นความซาบซึ้ง ความห่วงใยและการต้อนรับจากที่นี่ ทั้งจากคนและสัตว์ทำให้การเดินทางไกลคนเดียวของผมครั้งแรก 

มีความทรงจำที่จะจำไปตลอดชีวิต มีช่วงเวลามากมายในชีวิต ที่ผ่านเข้ามา มันคงมีไม่กี่สถานที่ ไม่กี่คนที่จะตราตรึงในห้วงความทรงจำของเรา และขุนตาลก็คือหนึ่งในความทรงจำครั้งสำคัญของผม ผมได้เรียนรู้อะไรหลายอย่างจาการเดินทางครั้งนี้ ผมมีโอกาสได้ไปเที่ยวเพื่อศึกษาธรรมชาติหลายครั้ง ไม่ว่าจะเป็นกับโรงเรียนหรือกับครอบครัว แต่ผมกับจำเรื่องราวเหล่านั้นได้เพียงน้อยนิด มันก็ดีนะครับที่จะใช้เวลาอยู่กับคนอื่น แต่สำหรับผม ผมชอบที่จะใช้เวลาอยู่กับตัวเองและถ้ามีโอกาสผมก็อยากจะไปเดินทางแบบนี้อีก ถ้ามีเวลาผมจะมาเขียนรีวิวการเดินทางไปสัมภาษณ์พิษณุโลก

ขอรีวิวขากลับอีกนิดผมกลับรถไฟนอนซึ่งบอกเลยว่าสวยมาก ๆ ในที่สุดผมก็ได้ดูดาวสมปารถนา จากการนั่งรถไฟนอนแบบปรับอากาศและแบบพัดลม แบบพัดลมคือที่สุดสำหรับผมครับเพราะผมนอนเตียงล่างครั้นดึงหน้าต่างลงจนสุด สายลมพัดและดาวที่เต็มฟ้า ถึงจะมีเขามากบังบ้างแต่การได้แหงนออกไปมองรถไฟที่ส่องสว่างยามค่ำคืนพร้อมกับจันทร์ที่ใกล้จะเต็มดวงแล้ว มันสวยจนผมแทบจะร้องไห้ตรงนั้นเลยทีเดียว



SHARE
Writer
Philosopher-starter
Physics-student
I am a Physics-student at Physics at Thammasat University I'm interested in travelling, theoretical physics, philosophy and politic.

Comments