Chapter 1: Welcome to isekai
ตอนที่ 3: ปฐมนิเทศ

หลังจากทำกิจวัตรส่วนตัวเสร็จ ผมและอัชชูจึงเดินข้ามกลับมาที่ <เกาะหลัก>

แน่นอนว่าไม่ว่าจะบนโลกเดิม หรือโลกนี้ สิ่งที่ทุกโรงเรียนทำทุกครั้งเมื่อเปิดภาคเรียนใหม่ก็คือ...



“พิธีปฐมนิเทศนักเรียนปี 1 ประจำปีการศึกษา X212”



ที่นั่งถูกจัดแบ่งตามหอที่สังกัดอยู่ภายในหอประชุม เมื่อเดินเข้ามา ความคิดแรกในหัวผมคือ “หามุมที่เนียนที่สุดสำหรับงีบ” เป็นเหตุให้ผมไปนั่งอยู่ท้ายๆ ของห้องโซนของหอกลีภูต





เวลาผ่านไปร่วมชั่วโมง ผมตื่นขึ้นมา แต่ก็ยังไม่มีวี่แววของอาจารย์ท่านไหนโผล่มา ผมจึงค่อยๆ ยืดเส้นยืดสายช้าๆ และทันใดนั้นเอง

“เคารพประธานในพิธี ทั้งหมด! ตรง!” เสียงเพลงมหาฤกษ์ดังขึ้น ทุกคนลุกยืนอย่างพร้อมเพรียง ส่วนผมก็สะดุ้งยืนแทบจะพร้อมกัน

เดี๋ยวนะ เพลงมหาฤกษ์มาจากไหนฟะเนี่ย

เพราะต้องการหาที่สงบๆและเนียนต่อการงีบ ทำให้ผมเลือกมานั่งหลังพวกตัวสูงๆ ซึ่งมันเป็นอุปสรรคต่อการมองดูด้านบนเวทีไปพร้อมกันด้วย

“เชิญนั่ง” สิ้นสุดคำสั่ง ทุกคนในหอประชุมพลันนั่งลงในจังหวะเดียวกันราวกับทหารที่เคร่งในวินัย

ตอนนั้นเอง ผมถึงจะมองเห็นหน้าตาของ <ผู้อำนวยการ> เป็นครั้งแรก

ชายสูงวัยศีรษะล้านบนรถเข็นวีลแชร์ที่มีสัญลักษณ์กากบาทบริเวณล้อในชุดสูทสีแดงเลือดหมูลายทางขวางสีแดงอ่อน อยู่ท่ามกลางคณาจารย์ทั้งหมด

“สวัสดีคณาจารย์ทุกท่าน และนักเรียนใหม่ทุกคน ขอแนะนำตัวซักเล็กน้อย ผมมีชื่อว่ามาร์ลิน ซาเวย์ ผู้อำนวยการและผู้ก่อตั้งโรงเรียนแห่งนี้”

ทำไมชื่อกับลักษณะของท่านดูคุ้นๆจัง เหมือนเคยเห็นที่ไหนนะ

“สำหรับเพลงเมื่อกี้ ไม่ต้องตกใจไปนะ ช่วงที่ผมไปศึกษาดูงานที่โลกๆนึง ผมดันถูกใจเพลงนี้พอดี เลยนำมาใช้ปีนี้ปีแรกน่ะ ทำตัวสบายๆ แต่ตั้งใจฟังก็แล้วกัน”

ครับ ไม่รู้เลยว่าที่ไหน

“ที่นี่ เราจะมีการประดับเครื่องหมายที่บ่งบอกถึงระดับความสามารถ และฝีมือของคนๆนั้นไว้อยู่ที่คอเสื้อของทุกคนตั้งแต่ก่อนส่งชุดให้ โดยใช้แทนระดับเป็นตัวหมากรุก ไล่จาก <ราชันย์>, <ราชินี>, <นักพรต>, <อัศวิน>, <ปราการ>และ<ทหาร> ตามที่กล่าวมา ซึ่งระดับพวกนี้ เปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลาและมีความสำคัญต่อพวกเธอพอสมควร ดังนั้นแล้ว รักษาระดับให้ดีล่ะ”

“ส่วนกฎต่างๆ ไปกันเอาเองละกัน ขี้เกียจอธิบาย ผมจะได้ให้ท่านอื่นๆพูดต่อ”

จากนั้น ผู้อำนวยการได้ลงจากเวทีไปด้วยเวทย์ของตนเอง
อ...อินดี้ดีแฮะ
 
เอ่อ... ผมขอผ่าน ผมด้วย แจกๆ ไปเถอะ ไหนๆเช้าก็ไม่มีสอนไม่ใช่เหรอ ขี้เกียจแล้วเฟ้ย
เสียงเซ็งแซ่เริ่มดังมาจากทางอาจารย์ทั้งหลาย


กลายเป็นว่าอาจารย์ทั้งหลายเหล่านี้ ดันเกี่ยงหันว่าใครจะออกมาพูดต่อจากผอ. ซะงั้น



สุดท้ายแล้ว การปฐมนิเทศที่ว่ากลับกลายเป็นการแจกคู่มือนักเรียนไปซะดื้อๆ

ถึงจะบอกว่ายังไงซะ ก็จะแจกอยู่ดีก็เถอะ จะให้นักเรียนว่างไปตลอดช่วงเช้าเลยมันดูชิลล์เกินไปแล้ว!
 
จนแล้วจนรอด หลังจากผมได้รับคู่มือ ผมก็ไปนั่งอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่ต้นหนึ่งในสวนของโรงเรียน พร้อมกับนั้งอ่านคู่มือที่ว่าไปเรื่อยๆ







ผ่านไปร่วม 2 ชั่วโมง ผมได้ทำความเข้าใจกับกฎระเบียบของที่นี่ไปได้บางส่วนเท่านั้น มันเยอะมากซะจนผมถอดใจ และกะว่าจะเอาไปอ่านต่อที่ห้องเย็นวันนี้

ผมมองหานาฬิกาที่ใกล้ที่สุดเพื่อดูช่วงเวลาตอนนี้ และเทียบกับตารางเรียนของผมเองที่โรงเรียนจัดให้เฉพาะแต่ละคน เพื่อกะเวลาเดินทางในโรงเรียน

“ 08.00-09.00 วิชาการใช้ชีวิตบนโลกนี้เบื้องต้น(สำหรับนักเรียนจากต่างโลก)

09.30-10.30 วิชาประดิษฐ์และการช่างขั้นสูง

11.00-12.00 วิชาเวทมนตร์และการใช้มานาเบื้องต้น

13.30-15.30 วิชาต่อสู้และการใช้อาวุธ

ทุกวัน จันทร์ถึงศุกร์ ”

....ให้เรียนแบบนี้ทุกวันเลยจริงดิ



ตอนนี้เป็นเวลา11โมงครึ่งแล้ว ผมจึงเดินไปยังโรงอาหาร ซึ่งอยู่ชั้นล่างสุดของ<มหาอาคารกลาง>

มหาอาคารกลาง ตั้งอยู่บนเกาะศูนย์กลาง หรือเกาะหลัก เป็นส่วนใจกลางของปราสาทอันมหึมา มีความสูงหลายร้อยเมตร ถูกล้อมรอบด้วยอาคารเรียน 4 อาคาร ภายในอาคารนี้มีโรงอาหาร ห้องพักของอาจารย์ หอสมุดที่ถูกระบุในคู่มือว่า เป็นหอสมุดที่รวบรวมข้อมูลทุกอย่างของทุกๆโลกไว้ ทำให้อาคารนี้มีการรักษาความปลอดภัยระดับสูงสุดไว้ ถึงอย่างนั้นแล้ว บุคลากรของโรงเรียนสามารถเดินเข้าออกได้ตามปกติผ่านเครื่องตรวจบัตรอันคล้ายคลึงกับที่ติดตั้งบนสถานีรถไฟฟ้า

เมื่อเดินมาถึง ผมได้เจอกับอัชชูอีกครั้งโดยถือจานอาหารของตนไว้ในมือและมองหาที่นั่งของตนอยู่

“อ้าว! ฮาน พอดีเลย มานั่งด้วยกันมะ”

“ได้สิ” ผมเดินไปสั่งข้าวผัดกะเพราแล้วแตะบัตรนักเรียนเพื่อรับของ

นักเรียนของที่นี่ทุกคนจะได้รับเงินสนับสนุนจากทางการพระคลังของอาณาจักรทีมิสและข้างเคียงส่วนหนึ่ง ส่วนที่เหลือจะมาจากการแปลงบัญชีทรัพย์สินของตัวพวกเราให้อยู่ในสกุลเงินของโลกใบนี้นั่นคือ คอยน์ ซึ่งเทียบค่าเงินได้ประมาณ 10,000 คอยน์ต่อ 1 ดอลลาร์โดยทางอาจารย์แอนดรูวได้บอกไว้ว่า “ทางนี้ได้บอกกับแม่ของผมให้โอนเงินจำนวนประมาณ 20,000 บาทเป็นค่าใช้จ่ายสำหรับการทำประกันการเดินทางซึ่งจะเป็นเงินที่คุณจะใช้ที่นี่ตลอด 4 ปี ซึ่งน่าจะราวๆ หกล้านคอยน์ครับ” ทีแรกผมอึ้งกับจำนวนเงินที่ได้รับ เนื่องจากค่าครองชีพที่นี่ถูกมากๆ ทำให้เงินจำนวนนี้ อาจเหลือเมื่อผมเรียนจบด้วยซ้ำ แต่กระนั้น มันถือเป็นทางออกที่ดีสำหรับคนที่มีฐานะไม่ได้ร่ำรวยมากที่จะได้รับเงินสนับสนุนนี้



“ภาคบ่ายนายมีเรียนมะ” ผมถามอัชชูออกไประหว่างกินข้าว

“รู้สึกจะมีนะ เห็นว่าวิชาสู้รึอะไรนี่แหละ”

“พอดีเลย งั้นเสร็จจากนี่ก็ไปพร้อมกันเลยละกัน”





แนวสะพานเชื่อมระหว่างเกาะแต่ละเกาะจะเปิดปิดทุกๆ 3 ชั่วโมงในระบบอัตโนมัติซึ่งจะเป็นการกันพวกนักเรียนให้ข้ามมาที่เกาะหลักให้ทันในการเรียนและเป็นเหมือนการกักพวกที่ชอบตื่นสายไว้ให้อาจารย์ผู้ดูแลหอพักใช้งานได้อีกด้วย ยกเว้นสะพานที่เชื่อมไปยัง เกาะสนาม
 
เกาะสนาม เป็นเกาะที่ถูกใช้งานเป็นสนามกีฬาและสนามฝึกขนาดใหญ่ มีรัศมีราว 1 กิโลเมตร พร้อมแบ่งเป็นโซนยิบย่อยสำหรับฝึกในภูมิประเทศต่างๆ อารมณ์คล้ายกับสนามฝึกรด. อันเลื่องชื่อแถวๆกาญจนบุรี ต่างกันที่มีอัฒจันทร์หินล้อมรอมทั้งหมดไว้เหมือนโคลอสเซียมในอิตาลี

เนื่องจากเกาะนี้อยู่ค่อนข้างไกลจากตัวเกาะหลัก ทำให้พวกผมรีบวิ่งไปให้ถึงที่นั่นก่อนบ่ายโมง ซึ่งพวกผมไม่รู้เลยว่า จะมีอะไรรอพวกผมอยู่ภายในสนามกีฬาแห่งนี้

SHARE
Written in this book
Zel-Themis มหาศึกมนตรา
เรื่องออริจินอลโดยผมเองครับ จะคอยอัพทุกๆครั้งที่ว่างนะ ;)

Comments