, ไม่เป็นไร —
ฉันในวันนี้เก่งจากเมื่อวานมาเยอะแล้ว

—นั่นคือสิ่งที่ท่องซ้ำไปซ้ำมาหลังลืมตาขึ้นมา และนั่งทบทวนกับตัวเองเงียบๆ

หรือฉันไม่ได้เก่งอะไรขึ้นมาเลยสักนิด

—ไม่ได้เป็นคนที่เมื่อคืนคาดหวังไว้ว่าตื่นขึ้นมาแล้วจะเป็นตามนั้นได้

ไม่ได้เป็นหญิงสาวที่จะสามารถสดใสแข่งกับแสงพระอาทิตย์ตอนเช้า

ไม่ได้เพรียบพร้อมที่จะเปิดประตูห้องนอนเพื่อไปเจอกับโลกที่กว้างใหญ่


ฉันชั่งใจ และคิดหนักในการยื่นเท้าออกนอนจากผ้าห่มผืนหนาที่ฉันไว้วางใจ

กองทัพของเหล่าองค์รักษ์ตุ๊กตาที่รอบล้อมฉันไว้เมื่อคืนดูท่าจะไม่สามารถปกป้องฉันต่อไปได้ 

ฉันได้แต่หันกลับไปสื่อสารกับตุ๊กตาหมีเหลืองตัวโปรดภายในใจเบาๆ อย่างกล้าๆกลัวๆ
เธอคิดว่าฉันพร้อมพอที่จะสู้กับโลกใบนี้หรือยัง?
แล้วทันใดนั้นฉันก็กลัว 
หากฉันไม่ได้เก่งขึ้นมาสักนิดจากเมื่อวานเลยหละ
หากฉันยังบกพร่อง และไม่ได้โดดเด่น
หากฉันแตกหักและบอบช้ำมากกว่าเดิม

ฉันคงทนไม่ได้แล้วต้องขังตัวเองอยู่ในห้องตลอดไป
—คนรอบตัวคงตั้งคำถามและเกิดความผิดหวังมากมาย

แบบนั้นฉันทนไม่ได้หรอกนะ 
นอกประตูนั้นดูน่ากลัวมากเกินไปเธอไม่คิดงั้นหรอ

ฉันกลัวว่าความจริงใจจะเป็นเรื่องหายาก
การหาฟังเพลงปลอบประโลมตัวเองจะเป็นเรื่องที่ยากรึเปล่า หากไม่มีความสบายใจเกิดขึ้นสักครั้ง
แล้วหากสุดท้ายไม่สามารถพบเจอสถานที่ที่ทำให้ฉันสุขใจได้เท่าที่นี่ แล้วถ้าฉันหลงทาง

—-นั่นสิ หากฉันหลงทาง
ถ้าฉันหลงลืมไปว่าฉันมีความสุขเมื่อทำสิ่งใด
ถ้าฉันหลงลืมไปว่าฉันเคยมีความสุขกับสิ่งใด
ถ้าฉันหลงลืมไปว่าสุดท้ายแล้ว ,ฉันคือใคร


“เธอคงกลัวอะไรแบบนั้นสินะ”

“ไม่โทษกัน. ฉันเข้าใจแหละ. ไม่ใช่เธอคนเดียวที่กลัวสักหน่อย”

“ฟังฉันนะ,

มันคงไม่ดีหรอกถ้าเธอจะไม่กลัวอะไรสักอย่าง
ลองคิดดูสิ จากนิทานทั้งหมดที่เธอได้อ่านมา มีอัศวินนายไหนสู้แบบไม่มีจุดหมาย?
พวกเขาสู้สุดใจเพื่อปราบอสูรกายตัวร้าย
ยอมเสี่ยงชีวิตเพื่อช่วยชีวิตเจ้าหญิงที่เขารัก

พวกเขากลัวกันทั้งนั้นแหละ แต่ยังคงสู้
แถมพวกเขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่าวันนี้ตัวเองสามารถฟันดาบได้ดีมากกว่าเมื่อวานรึเปล่า

มันดีกว่านะหากเธอรู้ว่าสุดท้ายแล้วเธอสู้เพื่ออะไร
แต่ระหว่างทางนั้นมันก็ไม่ได้ผิดหากเธอรู้สึกหลงทางไปบ้าง อาจเป็นดอกไม้ข้างทางที่เธอแวะชมก่อนจะถึงปราสาท
อาจจะเป็นลำธารใสที่เธอแวะพักผ่อนหย่อนใจ

มันไม่เป็นไรเลยสักนิด
หากเธอจะหลงทางไปไหน

และ

ไม่มีใครรู้กันทั้งนั้นว่าสุดท้ายแล้ว เก่งขึ้นมากกว่าเมื่อวาน วัดกันที่ตรงไหน

จะเหมือนการวัดว่าใครยังเป็นเด็กอยู่เพราะไม่ยอมกินเผ็ดหรือเปล่า
หรือเราสามารถวัดเหมือนจากการที่เราสูงขึ้นมากกว่าปีที่แล้วมาสองเซ็นต์
—ไม่มีใครรู้สักหน่อย

แต่เชื่อฉัน, หากเวลากลางคืนได้ผ่านไป
วันต่อไปที่มาถึงนั้น เธอได้เติบโตขึ้นอีกนิดแล้ว
เธอกำลังค่อยๆเขยิบไปข้างหน้าถึงจุดหมายด้วยจำนวนระยะทางที่พอดี ไม่มาก ไม่น้อยไป

ค่อยๆนะ อย่ากลัวกับการเติบโตครั้งนี้เลย
แล้วถ้าหากโลกนี้ใจร้ายกับเธอมากเกินไป
และเธอกำลังจะเริ่มหลงทาง... 

ฉันรีบเปลี่ยนใส่ชุดอัศวิน ตามหาเธอ
แล้วพาเธอกลับมาที่เตียงนุ่มสบายแห่งนี้


ไม่เป็นไร ,กลับมาคืนนี้ฉันจะปลอบเธอเอง
แต่จงไปสู้ให้เต็มที่ก่อน
สู้จนเหมือนว่าเธอจะขาดอากาศหายใจ
สู้ด้วยหัวใจที่เข้มแข็ง
ปกปิดส่วนที่เปราะบางของเธอไว้
คอยตามเก็บเศษตัวตนของเธอที่หล่นกระจาย
แล้วคืนนี้, ฉันจะประกอบมันให้เอง


อย่ากลัวเลยนะ, เธอเติบโตขึ้นแล้วแหละ :-)

















.
.
.



เชื่อว่าอาจจะมีใครหลายคนชอบตั้งคำถามกับตัวเองบ่อยๆ ว่าทำไมเราถึงเก่งได้แค่นี้ หรือไม่ก็ชอบถามกับตัวเอง ว่าทำไมเราถึงไม่เก่งขึ้นเลย

เหมือนกันทุกคนแหละค่ะ มนุษย์มักขวนขวายที่จะเป็นตัวเองในแบบที่เีกว่าเดิมให้ได้

จนกลายเป็นรู้สึกกลัวและไม่สบายใจว่าหากเป็นเช่นนี้คงจะไม่มีความสุขกับการใช้ชีวิต


ไม่ต้องกลัวนะคะ, ทุกคนยังมีคนที่รักคุณ และสิ่งที่คุณรัก  คอยพร้อมจะปลอบและให้กำลังใจอยู่เสมอ 

อาจจะเป็นคุณตาคุณยายแสนใจดี
คุณพ่อคุณแม่ที่มักแสดงความเป็นห่วงทางอ้อม
พี่ชายและพี่สาวคนโตที่ไว้ใจได้เสมอ
น้องเล็กที่แสนแสบ แต่ทำให้หัวเราะได้
เพื่อนรักที่ผ่านมาด้วยกันทุกช่วงชีวิต
ตุ๊กตาตัวโปรดที่กอดแล้วจะพาหลับฝันดี
สัตว์เลี้ยงที่บ้านที่รักเราโดยไม่มีข้อแม้

หรือแม้แต่ คนแปลกหน้าที่เป็นความสบายใจ

แค่นี้ก็น่าจะพอให้กล้าที่จะไปสู้กับโลกที่ใจร้ายหน่อยๆแล้วใช่มั้ยคะ

ต่อไปนี้, เรามากล้าเปิดประตูแล้วพบกับวันใหม่
พร้อมกับสุขภาพใจที่แข็งแรงกันเถอะค่ะ

:-) 🌈

SHARE

Comments

pxxntan
6 months ago
เป็นกำลังใจที่ดีมากๆเลยค่ะ ขอบคุณนะคะ
Reply
peanutbutterandyou
6 months ago
💛💛💛