ชอบบอกคนอื่นว่าตัวเอง ทำงานวันละแค่ 2 ชั่วโมง แบบว่าอิจฉาป่ะล่ะ...

แต่พอมาคิดดูดีๆ แทบทุกวันเราอ่านอะไรเยอะมาก อ่านหนังสืออีกวันละไม่ต่ำกว่าวันละ 3-4 ชั่วโมง เพียงแต่เราแค่ไม่เคยคิดว่าเป็นงานเลย ตอนสมัยมหาลัยเวลาเครียดๆจากการเรียนก็จะไปขลุกตัวอยู่ในห้องสมุดได้เป็นวันๆ 
.
งาน creative หรือเชิงสร้างสรรค์ก็เป็นเช่นนี้ มันจะมี 2 พาร์ท
.
หนึ่ง input: หรือการเสพ เป็นการรับข้อมูลเข้าไปเพื่อให้เกิดแรงบันดาลใจ เกิดไอเดีย...มันจะสะสมเป็นต้นทุนเอาไว้ใช้ทำงานในอนาคตได้
 
สอง Output: หรือสิ่งที่เราคลอดมันมาสู่โลกด้วยมือของเราเอง ในกรณีตัวเองคือการครีเอท artwork บ้าง บทความบ้าง แต่หลักๆ จะเป็นผ่านการเขียน
.
ทีนี้ด้วยความที่เรื่องที่เราต้องเขียนดันเป็นเรื่องที่เราเสพ input มันอยู่แล้ว เสพมาแต่ไหนแต่ไร และปัจจุบันก็ยังเสพอยู่ นั่นคือพวกข่าว เนื้อหา ความเป็นไปในแวดวงหนังสือ สื่อสิ่งพิมพ์ .
นั่นทำให้เรารู้สึก
.
1.สนุก เพราะเป็นความชอบเดิม
2.ง่าย เพราะเข้าถึงแหล่งข้อมูลอยู่แล้ว และที่เด็ดสุดคือ AI ทำงานแทนเราโดยเสริฟเนื้อหาดีๆมาถึง new feed เราเลย
3.เร็ว เพราะเรามีคลังความรู้อยู่เดิม
.
สามอย่างนี้ทำให้แม้แต่ในส่วน input เองก็ตามเราก็ยังใช้เวลากับมันไม่จำเป็นต้องนานเลยเพื่อจะผลิต output ออกมา
.
นั่นทำให้ปัจจุบันแม้งานของเราอาจจะไม่ได้นับว่าเป็นอาชีพทำเงิน แต่มันเป็นอาชีพที่สนุกและง่าย (รู้สึกว่ามีคุณค่าด้วยเพราะได้รับ feedback ทางบวกผ่านเพจตลอดเวลา)
.
จึงไม่ได้เป็นโกหก 100% ว่าทุกวันนี้เราทำงานแค่วันละ 2 ชั่วโมงจริงๆ ไม่ต้องเข้าออฟฟิศ และมีเวลาว่างเยอะมาก
.
เหมือนจะดี แต่ปัญหาใหญ่ก็คือ โดย nature ไม่ใช่คนที่ชอบความง่าย พอมันเริ่มง่ายก็จะหาเรื่องทำให้มันยาก ล่าสุดกำลังจะเริ่มทำ podcast แล้วนะขอรับ มันจะเป็นเสียงเราพูดเองเลย ทำใน studio ความถี่อาจจะเริ่มทีึ่ week ละหนึ่งตอนก่อน...อีกปัญหาก็คือเราตระหนักดีว่า condition ทุกอย่างที่มันลงตัวอยู่ในตอนนี้มันไม่สามารถที่จะ sustain ได้ตลอดไปอย่างแน่นอน...
.
อาชีพสื่อเป็นอาชีพที่โคตรวูบไหว เอาง่ายๆแค่ facebook นี่คุณแน่ใจแค่ไหนว่ามันจะอยู่อย่างนี้ไปตลอด พฤติกรรมการเสพสื่อเปลี่ยนไปทุกวันทั้งในแง่ หนึ่งเทคโนโลยีที่เปลี่ยน สอง เจนเนอเรชันของคนที่โตขึ้น...เราต้องทำงานตามคนเสพ
.
นี่ไม่ใช่อาชีพ pure artist ที่อยากจะทำ output ออกมาแบบไหนก็ได้ เมื่อวันหนึ่งคนเสพเปลี่ยนเราก็ต้องปรับตัว
.
ในหนังสือ 21 lessons for the 21st century คนเดียวกับที่เขียนเซเปียนที่ยอดขายถล่มทลายในบทแรกบอกไว้ว่า...คนยุคเราต้องเจอโจทย์ยากแบบนี้กันอย่างเท่าเทียม...คนยุคใหม่ไม่สามารถเกาะอาศัยกับอาชีพเดิมๆด้วยทักษะเดิมๆที่ตัวเองมีไปได้ตลอดชีวิตอีกแล้ว...การเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นด้วยอัตราเร่ง...จะมีอาชีพที่ตายและเกิดใหม่ผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนเหมือนดอกเห็ด
.

ยังคงเตือนตัวเองเช่นนี้เสมอ
และในขณะที่งานในปัจจุบันลงตัวทุกอย่าง ผมก็ไม่เคยหยุดถามตัวเองว่า


หนึ่ง ถ้าอยู่ๆงานที่ทำอยู่หายไป จะไปทำอะไร

สอง ถ้าทำงานเหมือนเดิมที่ทำอยู่ไปอีก 5 ปี เราจะกลายเป็นคนอายุ 30 แบบไหน

.
 
.
 
ผมว่าสองคำถามนี้ก็เป็นคำถามสำคัญที่เพื่อนๆ ควรจะระลึกนึกถึงไว้เช่นกัน 
.

สวัสดี

.

ปล.ข้าพเจ้าเป็น creative content writer 
ปล.2 ไม่ต้องไปฟ้องหัวหน้านะว่าข้าพเจ้าอู้งาน พอดีดีลนี้เค้าวัดผลที่ผลงานล้วนๆ ถ้าคุณจะนอนเล่นทั้งวันแล้วงานดีเขาก็ไม่แคร์
SHARE
Writer
Nui_Napat
so many role to play
ใกล้เรียนจบแล้ว กำลังแสวงหาโอกาสและคุณค่าของสิ่งที่ทำอยู่และกำลังจะทำต่อไป (ปัจจุบันเรียนจบ รับปริญญามา 2 ปี 8 เดือนแล้ว)

Comments