LUCKY STRIKE ( SAKURA X YEREN )
“นี่ จุดบุหรี่ให้หน่อยสิ”

หญิงสาวตัวเล็กกว่าเงยหน้าขึ้นมองเจ้าของเสียงอย่างสงสัย มันก็ไม่แปลกหรอกที่อีกคนจะทำเป็นสนิทสนมกับเธอในสถานที่แบบนี้ถึงแม้ว่าในความเป็นจริงเราทั้งคู่อาจจะไม่เคยเห็นหน้ากันเลยก็ตาม แต่ที่แปลกก็คืออีกคนพกบุหรี่แต่ไม่พกไฟแช็กเนี่ยนะ?

“แล้วของคุณล่ะ”

“หายน่ะ”

เธอพยักหน้าอย่างเข้าใจ พลางยื่นมือไปจุดลักกี้สไตรท์ในปากของคนตรงหน้าแล้วถอยหลังออกมาหนึ่งเก้าเพื่อรักษาระยะห่าง

“ซักตัวไหม”

“ไม่ ฉันไม่สูบ”

อีกคนพยักหน้าเบาๆแล้วเก็บบุหรี่ราคาแพงใส่ในกระเป๋าเสื้อของตัวเองแล้วเอนหลังไปพิงกับเคาน์เตอร์ด้านหลังเบาๆ

“หน้าตาเธอไม่น่าจะเข้าที่นี่ได้นะ อายุถึงรึเปล่า”

เธอเลือกที่จะเงียบ มันก็จริงอยู่ที่เธออายุแค่สิบเจ็ด แต่แล้วยังไงล่ะ? คนพวกนั้นที่ได้เงินเขาก็ไม่ได้คิดอะไรมากซักหน่อย กฏน่ะมีไว้แหก

“เงียบแสดงว่าใช่”

คนตัวสูงกว่าคายลักกี้สไตรท์ลงสู่พื้นแล้วนำเท้าข้างขวาไปบดขยี้จนไฟที่ปลายบุหรี่นั้นดับสนิท ก่อนที่จะหยิบหมากฝรั่งมาแกะใส่ปากแล้วเคี้ยวไปมา เราทั้งคู่ต่างคนต่างเงียบ และดูเหมือนว่าจะเป็นคนที่ดูโตกว่านั้นจะทนไม่ไหว เจ้าตัวยืนเต็มความสูงแล้วหยิบบุหรี่ราคาแพงมาคาบไว้แล้วยื่นหน้ามาให้เธออีกครั้ง

“จุดให้หน่อยสิ”

เธอชักสีหน้าอย่างหน่ายใจแล้วหยิบไฟแช็กในกระเป๋ากางเกงมาจุดให้อีกคน คนโตกว่ามีสีหน้าที่ค่อนข้างพอใจก่อนที่จะถอดหมวกสีน้ำเงินเข้มมาใส่บนหัวของเธอเอาไว้

“ข้างนอกฝนตก เดี๋ยวจะไม่สบายเอา”

สีผมที่ถูกปิดไว้ดูเด่นขึ้นมาเนื่องจากไม่มีอะไรปกปิด เจ้าของผมสีทองยิ้มให้เธอทั้งๆที่ในปากคาบบุหรี่อยู่ก่อนที่เจ้าตัวจะคายมันทิ้งถึงแม้ว่าอีกคนจะสูบมันไม่ถึงครึ่งมวลก็ตาม แล้วก็ลงแรงขาให้เท้าไปบดกับไฟให้มันมอดอีกรอบ 

คนผมทองเดินออกไปข้างนอกแล้วไปขึ้นคร่อมรถบิ๊กไบค์คันโตที่อยู่หน้าร้าน เจ้าตัวใส่หมวกกันน็อคแล้วหันมาทางเธออีกรอบก่อนที่จะสตาร์ทรถแล้วขับออกไปท่ามกลางสายฝนที่โหมกระหน่ำ

“ก็แค่ฝนตก”

ถึงจะพูดออกไปแบบนั้น แต่ตัวเธอเองก็เดินกลับบ้านทั้งๆที่ยังใส่หมวกสีน้ำเงินเข้มของคนที่ไม่รู้จักถึงแม้ว่าตอนนี้ฝนมันจะหยุดไปแล้วก็ตาม

“ไง”

เธอสะดุ้งขึ้นมาหลังจากที่มีเสียงนุ่มทุ้มมากระตุ้นข้างๆใบหู ใบหน้าของคนที่ไม่ได้เห็นมาเกือบเดือนกำลังยิ้มให้เธออย่างเป็นมิตร ริมฝีปากปากแดงอมชมพูที่กำลังคาบบุหรี่ยี่ห้อเดิมไว้ก่อนที่เจ้าตัวจะยื่นหน้ามาให้เธอเหมือนกับที่เธอเคยทำครั้งที่แล้ว

“จุดบุหรี่ให้หน่อย”

“หายอีกแล้วหรอ”

“ไม่หายแล้วเธอจะไม่จุดให้หรอ”

“ก็ใช้ของตัวเองสิ”

“งั้นหายก็ได้”

“กวนตีน”

คนโตกว่าหยิบไฟแช็กมาไว้ในมือ ก่อนที่เจ้าตัวจะออกแรงเขวี้ยงไปซักที่บนถนนแห่งนี้อย่างเต็มแรง 

“อ่ะ หายละ”

เธอกรอกตาไปมาอย่างขัดใจแต่ก็ต้องยอมหยิบไฟแช็กในกระเป๋ากางเกงของตัวเองขึ้นมาจุดบุหรี่ราคาแพงให้อีกคน เราทั้งสองคนเดินไปบนถนนที่ค่อนข้างกว้างขวางอย่างเงียบๆ ระยะห่างของเราทั้งคู่เริ่มลดลง แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า เวลาอยู่กับอีกคนเธอรู้สึกปลอดภัย 


เธอไม่เคยคิดจะสูบบุหรี่เพราะตัวเธอเองไม่ค่อยจะถูกกลับกลิ่นของมันซักเท่าไหร่ แต่อาจจะเป็นเพราะความรู้สึกบางอย่างที่มันทำให้กลิ่นบุหรี่ของอีกคนดูเปลี่ยนแปลงไป ไม่รู้สิ แค่คิดว่ามันเหมาะกับอีกคนมากๆเลยต่างหาก 

“เธอดูเครียดนะเด็กน้อย”

“มีสอบน่ะ”

“ฉันมีวิธีคลายเครียดนะ สนใจไหม”

“ยังไง”

“ถ้าเธอโตกว่านี้ฉันจะแนะสิ่งที่อยู่ในปากตอนนี้ให้กับเธอ แต่ตอนนี้เธอยังเด็กฉันมีวิธีอื่นนะ”

คนตัวสูงพ่นควันสีขาวออกมาแล้วคายลักกี่สไตรท์ลงสู่พื้นอีกครั้งคราวนี้อีกคนไม่เหยียบแต่ปล่อยให้มันดับเอง หมากฝรั่งกลิ่นมิ้นต์ถูกนำเข้าปากแล้วเจ้าตัวก็ยื่นหน้ามาทางเธออย่างช้าๆ คนโตกว่าวาดแขนลงบริเวณเอวเล็กแล้วรั้งเข้ามาหาตัว ถึงแม้ว่าจะรู้ว่าอีกคนจะทำอะไรต่อไปแต่ตัวเธอเองก็ไม่ได้ขัดขืน อาจจะเป็นเพราะลมหายใจอีกคนที่เต็มไปด้วยกลิ่นเฉพาะตัวของลักกี้สไตรท์กำลังดึงดูดเธอ

ริมฝีปากของทั้งคู่ประกบกันอย่างเชื่องช้า ความนุ่มนวลที่เธอไม่เคยสัมผัสกำลังทำให้เธอหลงไหลมันอย่างช้าๆ กลิ่นมิ้นต์ของหมากฝรั่งที่ผสมกับกลิ่นของลักกี้สไตรท์อย่างลงตัว มันเหมือนกับว่าตลอดเวลาที่ผ่านมาเธอโหยหากลิ่นแบบนี้มาโดยตลอด ริมฝีปากของคนโตกว่าเริ่มขยับอีกครั้ง จัดการดูดเม้มปากล่างของคนที่เด็กกว่าราวกับเป็นเยลลี่ชิ้นโปรด ก่อนที่ทุกอย่างจะไปไกลกว่านี้เจ้าตัวก็ผละออกแล้วก็เอาหน้าผากของตัวเองมาอิงเธอไว้

“หายเครียดยัง”

“อือ”
“เห้อออออ”
เธอขมวดคิ้วอย่างหงุดหงิด ไม่รู้ว่าเป็นเพราะฝนที่ตกหนักข้างนอกจนเป็นเหตุที่ทำให้เธอต้องเข้ามาหลบฝนในที่แห่งนี้ หรือเป็นเพราะไฟแช็กราคาแปดบาทได้หล่นหายไปอย่างไม่ทราบสาเหตุ ไม่ว่าจะเป็นเหตุผลไหนเธอก็หงุดหงิดทั้งนั้นแหละ พลางมองไปรอบๆร้านเพื่อหาตัวช่วยในการจุดบุหรี่ครั้งนี้ แต่แล้วสายตาก็ไปสบกับเด็กสาวคนหนึ่งที่กำลังควงคาร์เทียไปมาอย่างสนุกสนาน เดี๋ยวนี้เขาให้เด็กเข้าผับได้แล้วอย่างนั้นหรอพึ่งรู้

ได้แต่ยักไหล่ไปมาก่อนที่จะหยิบลักกี้สไตรท์ตัวโปรดมาคาบไว้ในปากแล้วมุ่งหน้าเดินไปหาอีกคนอย่างเร่งรีบ

“นี่ จุดบุหรี่ให้หน่อยสิ”

คนตัวเล็กกว่าเงยหน้ามามองเธอด้วยแววตาสงสัย ไม่ต้องสงสัยหรอกนี่ก็สงสัยตัวเองเหมือนกันว่าไฟแช็กมันหายไปไหน

“แล้วของคุณล่ะ”

“หายน่ะ”

อีกคนพยักหน้าอย่างเข้าใจก่อนที่จะยื่นมือมาจุดบุหรี่ในปากให้กับเธอ ก่อนที่เจ้าตัวจะถอยหลังไปหนึ่งก้าวเพื่อรักษาระยะห่างระหว่างเราสองคน

“ซักตัวไหม”

“ไม่ ฉันไม่สูบ”

เธอพยักหน้าเบาๆแล้วเก็บบุหรี่ราคาแพงใส่ในกระเป๋าเสื้อของตัวเองแล้วเอนหลังไปพิงกับเคาน์เตอร์ด้านหลังเบาๆก่อนที่จะสังเกตหน้าตาอีกคน ดูก็รู้ว่าอายุไม่ถึงน่ะ


“หน้าตาเธอไม่น่าจะเข้าที่นี่ได้นะ อายุถึงรึเปล่า”


คนเด็กกว่าเงียบไป ซึ่งเธอก็ไม่ได้จะซักไซร้อะไรหรอก ไม่ตอบก็คือไม่ตอบแค่นั้นเอง

“เงียบแสดงว่าใช่”

เธอคายลักกี้สไตรท์ลงสู่พื้นแล้วนำเท้าข้างขวาไปบดขยี้จนไฟที่ปลายบุหรี่นั้นดับสนิท ก่อนที่จะหยิบหมากฝรั่งมาแกะใส่ปากแล้วเคี้ยวไปมา เราทั้งคู่ต่างคนต่างเงียบ และดูเหมือนว่าจะเป็นเธอเองที่ทนไม่ไหว เธอยืนเต็มความสูงแล้วหยิบบุหรี่ราคาแพงมาคาบไว้แล้วยื่นหน้าไปให้เด็กน้อยอีกครั้ง


“จุดให้หน่อยสิ”

เด็กตรงหน้าชักสีหน้าอย่างหน่ายใจแล้วหยิบไฟแช็กในกระเป๋ากางเกงมาจุดให้เธอ เธอทำสีหน้าที่พอใจก่อนที่จะถอดหมวกสีน้ำเงินเข้มมาใส่บนหัวของคนที่เด็กกว่าเอาไว้


“ข้างนอกฝนตก เดี๋ยวจะไม่สบายเอา”

เธอยิ้มให้อีกคนเบาๆก่อนที่จะคายบุหรี่ในปากทิ้งลงพื้นแล้วก็เหยียบมันซ้ำแบบเดิม จริงๆเธอไม่ได้อยากสูบมันอีกหรอก เธอแค่อยากเห็นคาร์เทียที่ติดไฟด้วยน้ำมือเด็กน้อยที่อยู่ตรงหน้าแค่นั้นเอง

เธอตัดสินใจเดินออกมาเนื่องจากพรุ่งนี้เช้าเธอจะต้องบินไปทำงานที่อื่น จัดการเอาตัวเองขึ้นไปไว้บนบิ๊กไบค์คันโต ใส่หมวกกันน็อคให้เรียบร้อย แล้วมองเข้าไปในร้านโดยมีเจ้าเด็กกำลังยืนมองเธออยู่เช่นกัน

“หวังว่าเธอจะไม่โยนหมวกทิ้งถังขยะนะ แพง”

เกือบเดือนที่เธอนึกถึงหน้าเด็กสาวที่ควงคาร์เทียไปมาจนทำให้เธอไม่มีสมาธิกับงาน แต่ก็ต้องสิ้นหวังเมื่อการกลับมาครั้งนี้เด็กคนนั้นไม่ได้อยู่ในที่แห่งนี้แล้ว ได้แต่ถอนหายใจแล้วเดินเตะฝุ่นตามท้องถนนไปเรื่อยๆ ไม่รู้เพราะความโชคดีรึเปล่าเธอจึงมองเห็นเด็กน้อยคนเดิมกำลังเดินไปตามถนนอย่างเลื่อนลอย

เธอตัดสินใจเพิ่มความเร็วเพื่อนเดินตามอีกคนให้ทันจนตอนนี้ใบหน้าเธออยู่ข้างๆใบหูของเด็กน้อยคนเดิม คนที่ทำให้เธอเกือบเสียการเสียงาน พลางถอยหลังออกมาเล็กน้อยแล้วหยิบบุหรี่รสชาติโปรดมาคาบไว้ในปาก ก่อนที่จะโน้มตัวไปหาอีกคนอีกรอบ

“ไง”

คนตัวเล็กมีอาการสะดุ้งอยู่เล็กน้อย ก่อนที่จะหันมามองค้อนใส่เธออย่างเอาเรื่อง แต่แล้วไงล่ะอีกคนไม่ระวังตัวเองนี่นา

“จุดบุหรี่ให้หน่อย”

“หายอีกแล้วหรอ”

“ไม่หายแล้วเธอจะไม่จุดให้หรอ”

“ก็ใช้ของตัวเองสิ”

“งั้นหายก็ได้”

“กวนตีน”


เธอตัดสินใจหยิบไฟแช็กในกระเป๋ากางเกงขึ้นมากำไว้ในมือ ก่อนที่จะออกแรงเขวี้ยงไปให้ใกล้ที่สุดเท่าที่จะทำได้

“อ่ะ หายละ”

เด็กสาวตรงหน้ากรอกตาไปมาอย่างขัดใจแต่ก็ต้องยอมหยิบไฟแช็กในกระเป๋ากางเกงของตัวเองขึ้นมาจุดบุหรี่ราคาแพงให้กับเธอ เราทั้งสองคนเดินไปบนถนนที่ค่อนข้างกว้างขวางอย่างเงียบๆ ระยะห่างของเราทั้งคู่เริ่มลดลง อาจเป็นอากาศที่เริ่มเย็นลงมันทำให้เธอกังวลว่าอีกคนจะหนาวเกินไปรึเปล่า

“เธอดูเครียดนะเด็กน้อย”

“มีสอบน่ะ”

“ฉันมีวิธีคลายเครียดนะ สนใจไหม”

“ยังไง”

“ถ้าเธอโตกว่านี้ฉันจะแนะสิ่งที่อยู่ในปากตอนนี้ให้กับเธอ แต่ตอนนี้เธอยังเด็กฉันมีวิธีอื่นนะ”


เธอคายบุหรี่กลิ่นโปรดลงสู่พื้น แต่ความชื้นของอากาศคงจะดับมันลงไปเองเธอจึงเลือกที่จะไม่เหยียบมัน มือขวาที่ว่างอยู่ก็จัดการหยิบหมากฝรั่งกลิ่นมิ้นต์ที่เธอมักจะพกติดตัวบ่อยๆมาใส่ปากแล้วโน้มตัวไปมองหน้าอีกคนชัดๆ คนโตกว่าวาดแขนลงบริเวณเอวเล็กแล้วรั้งเข้ามาหาตัว ไม่รู้ทำไมอีกคนถึงไม่ขัดขืน อาจจะเป็นเพราะความเครียดที่มันมากเกินไปก็ได้ แต่สอบมันเครียดขนาดนั้นเลยหรอ

เธอมองเด็กน้อยที่หลับตาอย่างเคลิบเคลิ้มแต่สุดท้ายก็อดใจไม่ไหวที่จะทำอะไรเกินเลยกับคนที่รู้จักกันแค่สองครั้ง ความหนุบหนับของปากล่างอีกคนกำลังทำให้เธอลุ่มหลง ความรู้สึกเหมือนมันคือเยลลี่รสโปรดที่ไม่สามารถหาอะไรมาทดแทนได้กำลังทำให้เธอเผลอไผล แต่ก่อนจะเลยเถิดไปมากกว่านี้ เธอตัดสินใจผละออกมาอย่างเสียดาย ก็แหมเธอก็ไม่อยากติดคุกหรอกนะ

“หายเครียดยัง”

“อือ”

เธอปล่อยคนเด็กกว่าออกจากอ้อมกอดแล้วเปลี่ยนไปจับมือของอีกคนแทน

“ตีสามแล้วกลับบ้านไหม เดี๋ยวไปส่ง”

“แล้วแต่สิ”

“เธอชื่ออะไร”

“คุณควรจะบอกชื่อตัวเองก่อนนะ”

“ซากุระ”

“อี้เหริน”




SHARE

Comments

muangnaw
10 months ago
คือมันดจีย์มากม้ากกก
Reply
Sontosky
5 months ago
คุณไรท์เขียนได้น่ารักมากเลย จะรอติดตามผลงานน้าา
Reply
25DEC
5 months ago
เป็นซีนบุหรี่ที่ละมุนมากกกก
Reply