พ่อค้าผจญภัย : สินค้าของคนในวันนี้
ผมเป็นพ่อค้าเร่

ผมเริ่มต้นออกเดินทางโดยที่ไม่พกเงินติดตัวแม้สักเหรียญเดียว 
สิ่งของที่ผมพกติดตัวมีแค่สินค้า ของใช้ส่วนตัว และกระเป๋าเดินทางเท่านั้น 


การค้าขายแน่นอนว่าไม่ใช่เรื่องง่าย 
แม้พ่อค้าจะเตรียมความพร้อมไว้อย่างดีก็ใช่ว่าจะประสบความสำเร็จได้โดยไม่พบเจออุปสรรคเลย


พ่อค้าที่ดีควรรับมือกับลูกค้าได้ทุกประเภทและรู้จักแก้ไขสถานการณ์เฉพาะหน้า

เมื่อผมเริ่มต้นเดินทาง 
แค่สถานที่แรกที่มาทำการค้า ก็เจอเข้ากับปัญหาแล้ว กระเป๋าเดินทางของผมขาดเนื่องจากความหวังดีของแม่ที่มอบเพชรเม็ดงามแก่ผม 

แต่ผมสามารถแก้ไขรับมือและผ่านมันได้เรียบร้อย ตอนนี้กระเป๋าเดินทางใบใหญ่ของผมสามารถกลับมาใช้งานได้อีกครั้ง 

ผมเดินอยู่บนถนนเส้นหลักของ “เมืองไม่รอพรุ่งนี้” เมื่อตั้งใจจะวางขายสินค้า สิ่งแรกที่ผมทำคือการสำรวจตลาดของเมือง 

ตลาดในเมืองนี้ สินค้าที่วางขายจัดอยู่ในสินที่จำเป็นต่อการใช้ชีวิตประจำวันทั้งสิ้น อาหาร เครื่องนุ่งห่ม ยารักษาโรค เมล็ดพันธุ์ที่ใช้เพาะปลูก และอุปกรณ์จำพวกของใช้จำเป็น เครื่องมือในการทำงาน ...ไม่มีสินค้าฟุ่มเฟือย 


ที่นี่ไม่มีร้านขายสินค้าฟุ่มเฟือยของตกแต่งของประดับเลยแม้แต่ร้านเดียว นี่เป็นโอกาสของผม!!


ผมคิดว่าเครื่องเงินของประดับตกแต่ง แก้วน้ำชุดเครื่องชาที่ผมพกติดตัวมาสามารถเปิดตลาดเป็นเจ้าแรก โดยไม่มีคู่แข่ง

สินค้าของผมเป็นสินค้ามือสอง แต่พวกมันสภาพดี ผมตั้งราคาถูกมากถ้าเทียบกับคุณภาพของมัน



เมืองแห่งนี้ให้เสรีภาพกับการค้า เราสามารถตั้งแผงขายสินค้าตรงไหนก็ได้ในตลาด
ผมเลือกจุดปูเสื่อขายสินค้าที่กลางตลาด ตั้งสินค้าพร้อมติดป้ายราคาเรียบร้อย...

...ผ่านมาสามชั่วโมงผมไม่สามารถขายสินค้าได้เลยสักชิ้น ผมไม่ได้นั่งอยู่ที่แผงเฉิยๆนะครับ ผมยืน ผมเรียกลูกค้า พูดชักจูง ทำทุกอย่างที่เป็นการโปรโมทเบื้องต้นให้ลูกค้าที่ผ่านไปมาหันมาสนใจ แต่มันไม่ได้ผลเลย

โดยปกติสินค้ามือ 2 มีราคาถูกกว่าสินค้ามือ 1 ย่อมต้องได้รับความสนใจบ้างไม่มากก็น้อย

อย่างน้อยที่สุดก็ควรจะมีลูกค้าสักรายที่เดินเข้ามาเช็คตำหนิ แต่ที่นี่ไม่มีเลยสักคน



ผมนั่งคิดว่ามันเป็นเพราะอะไรถึงไม่มีใครสนใจ ...

แม่ค้าที่อยู่แผงข้างๆ พูดขึ้นมาลอยๆว่า

แก้วน้ำทำด้วยเงินสวยงาม
แต่ราคาแพงกว่าแก้วน้ำธรรมดา
ทั้งที่มันใช้ใส่น้ำเพื่อดื่มกินเหมือนกัน
เหตุใดพวกเราที่ทำงาน
เพื่อให้วันนี้อยู่รอด
ต้องเสียเงินมากกว่า
เพื่อการดื่มน้ำเหมือนกันละ


...เธอตั้งใจพูดให้ผมได้รู้ถึงเหตุผลที่ไม่มีใครซื้อสินค้าพวกนี้


ผมเดินทางมาเมืองนี้เพื่อที่จะหาทุนจากการขายสินค้ามือสอง
เพราะได้ยินเพียงว่าที่นี้ยากจน จึงตัดสินเองว่าสินค้าที่ดีมีคุณภาพและถูก น่าจะสามารถขายได้ที่นี่

แต่เปล่าเลยผมคิดผิด 
การคิดเอาเองว่าตลาดที่ยากจนต้องการของถูกและดีนั้นไม่ใช่คำตอบทั้งหมด 


แค่คำว่าถูกและดี
ไม่สามารถเอาชนะใจคนที่หาเช้ากินค่ำ
เขาทำงานเพื่อวันนี้เพียงอย่างเดียว
เขาไม่สนใจอายุการใช้งาน
เขาต้องการของที่ใช้งานได้เหมือนกัน
และ “ถูกที่สุดเท่านั้น”

คำว่าดีกว่าไม่ได้ถูกนำไปพิจารณา เขาพิจารณาแค่ราคา

สินค้าที่ผมมีไม่สามารถขายราคาเท่ากับแก้วทั่วไปได้ 

ถ้าผมลดราคาให้ต่ำกว่าแก้วทั่วไป 
ให้สินค้าผมถูกที่สุดในตลาดแน่นอนว่าผมจะขายหมดได้
แต่เป้าหมายของการค้า
ไม่ใช่การขายให้หมด
เป้าหมายคือกำไรต่างหาก

เมื่อได้ทราบถึงความจริงข้อนี้
แล้วมองไปที่แผงอื่นๆ ที่วางขายสินค้าอยู่ สินค้าที่นี่ มีการตั้งราคาไว้ใกล้เคียงกัน (พวกเขาคงแอบตั้งราคากลางไว้) 

แม้ปากจะบอกราคาเท่ากัน
แต่ถ้าชิงขายก่อนได้
ปากเดียวกันกับที่สัญญาไว้
ก็สามารถเปลี่ยนราคาได้
เพื่อผลประโยชน์ของวันนี้

ราคากลางไม่มีความหมาย


ผู้คนที่เดินตลาดนี้ถือสินค้าในมือน้อยชิ้น แต่เดินเข้าถามทุกร้าน พูดคุยและเลือกสินค้าที่หน้าตาเหมือนกับแผงข้างๆ
จับพลิกซ้ายพลิกขวา 
นั้นคือการสัญญาณหนึ่งที่บอกกับพ่อค้าว่า ลดราคาสิ ท่าทางนี้ของลูกค้าที่ต้องการ “ต่อราคา” 

ซึ่งถ้าพ่อค้าจะขายก็ต้องลดให้ 

การตกลงกับลูกค้าลับหลัง จึงทำให้ราคากลางไม่มีความหมายและ
สูญเสียกำไรที่ควรจะได้
ผมเข้าใจแล้วว่านี่ ไม่ใช่สนามแข่งของสินค้าคุณภาพเป็นสนามแข่งที่วัดด้วยราคาอย่างเดียว ผมวิเคราะห์ตลาดได้ไม่ดี ผมไม่สามารถแข่งขันราคากับที่นี้ได้

ผมได้ข้อคิดว่าสินค้าที่ผมตั้งราคาเหมาะสมกับคุณภาพและอายุการใช้งาน ไม่อยู่ในสายตาของคนที่มองแค่เรื่องราคาถูกเพียงอย่างเดียว

สิ่งที่ผมพลาดไปคือผมไม่ได้สำรวจตลาดให้ดีเพราะนอกจากเรื่องจน ผมก็ไม่ทราบถึงวิถีชีวิต ใดๆของคนในเมืองนี้เลย
เพราะคนที่เมืองนี้เขา

ทำงานในวันนี้
ใช้ชีวิตเพื่อวันนี้
สินค้าที่เขาต้องการ
ต้องถูกที่สุดตอนนี้

การทำตลาดกับลูกค้าที่เดินหนีราคาแบบนี้

ผมรู้ว่าสามารถเรียกคนที่สนใจให้เข้ามาสอบถามต่อราคากับผมได้
ด้วยการเก็บป้ายราคา 
และให้เข้าสอบถามเพื่อต่อรองราคากัน


แต่มันก็ไม่ได้อะไรเพราะว่าสุดท้ายสิ่งที่เขาจะเลือกก็คือสินค้าที่ถูกที่สุด


ผมต้องยอมถอยจากตลาดที่น่ากลัวแห่งนี้ 

ผมไม่ได้อยู่ในจุดที่สามารถลดราคาให้ได้
เพราะมันไม่สามารถตักตวงกำไรได้
ถ้าผมขายสินค้าทั้งหมดในราคาต่ำเท่ากับสินค้าทั่วไป

เงินที่เหลือจะไม่สามารถทำอะไรได้ นอกจากซื้อสินค้าที่ถูกที่สุดและนำมาขายเพื่อให้ได้กำไรอันน้อยนิด วนอยู่ในวงจรของตลาดล่าง


ผมรอช้าและปล่อยเวลาให้เสียไปมากกว่านี้ไม่ได้

ต้องออกเดินทางไปเมืองอื่นและยอมรับต่อความพ่ายแพ้ในสนามแข่งนี้ แต่ผมยังเชื่อว่าสักวันจะต้องกลับมาเอาชนะตลาดแห่งนี้ใหม่ได้


ผมเก็บสินค้าและรีบออกเดินทางโดยทันที เพราะขืนยังขายไม่ได้แบบนี้จะต้องเดือดร้อนแน่ๆ ข้าวที่มีเหลือพออีกแค่สามวัน

บางครั้ง ยอมรับและถอยก่อนที่จะเสียหายมากไปกว่านี้ นับเป็นหนึ่งในทางออกของพ่อค้า 

พ่อค้าไม่ใช่นักเสี่ยงโชค
ที่จะยืนยิ้มเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
ยืนยิ้มเฉิยๆ บนทางที่ไม่เห็นอนาคต
แล้วกล่าวโทษว่าดวงไม่ดี
ลูกค้าวันนี้ไม่มีเลยสักคน


เจอปัญหาแบบนี้ถามว่าผมจะหยุดการขายไหม ไม่ครับ
พ่อค้าหยุดไม่ได้ครับ

เพราะวันไหนที่ไม่ได้ขาย
วันนั้นก็จะไม่ได้เป็นพ่อค้า

ซึ่งผมตั้งใจว่า จะเป็นพ่อค้าตลอดชีวิต


จุดหมายต่อไปต้องใช้เวลาเดินทางอีกห้าชั่วโมง เมืองที่มีชื่อว่า “เมืองจะรวยพรุ่งนี้” เป็นเป้าหมายต่อไปของผม
ปล. วันนี้ก็ยังคิดถึงไม่เปลี่ยนเลย


SHARE
Written in this book
พ่อค้าผจญภัย
เรื่องราวการผจญภัยของพ่อค้าเร่ ที่ออกแสวงหาสินค้าที่สมบูรณ์แบบ

Comments

_bigworld
2 months ago
สนุกดีค่ะ
Reply
Suyzeiy
2 months ago
ขอบคุณครับ
Skye61
2 months ago
ชอบค่ะ กระชับ อ่านเพลิน :)
Reply
Suyzeiy
2 months ago
ขอบคุณครับ