INTO STEP #อายูจิน2 [Yujin x Wonyoung] - 8
.
.
.
.
.
สายฝนโหมกระหน่ำ คลื่นใหญ่สาดเข้าชายฝั่งตามขนาดพายุ ทำให้เรือยอร์ชลำใหญ่ที่จอดอยู่ใกล้ฝั่งโงนเงนเล็กน้อย แต่ก็ไม่ทำให้เด็กสาวอายุยี่สิบตื่นกลัวเท่าเสียงฟ้าร้อง เจ้าของเรือได้ยินเสียงก็รู้ทันทีว่าอีกคนต้องตกใจแน่ๆ สองเท้าเร่งเดินไปอีกห้อง

Knock knock knock

“ซากุระ..”
มือเรียวเคาะประตูอย่างร้อนใจ

“ซากุระ…….มิยาวากิ ซากุระ!!”
แชยอนทั้งเคาะทั้งเรียกให้อีกคนเปิดประตู

นอกจากไม่มีทีท่าว่าประตูจะถูกเปิด คนในห้องยังไม่ตอบยิ่งทำให้เขาใจไม่ดี ตะโกนเรียกแม่บ้าน ให้เร่งไปขอกุญแจห้องจากคนดูแลเรือ

ไม่ถึงสิบนาที แม่บ้านรีบวิ่งเอากุญแจมาให้คุณหนูของเธอ เจ้าของเรือรีบไขเข้าไปอย่างไม่รีรอ ภาพที่เขาเห็นคือเด็กสาวนอนคลุมโปงยกสองมือปิดหู เขาหันไปบอกแม่บ้านขอนมอุ่นๆสักแก้ว

แชยอนนั่งลงบนเตียงข้างๆซากุระ เขาแง้มผ้าห่มออก เล็กน้อย ใช้มือทั้งสองข้างช่วยปิดหูเธออีกแรง เด็กสาวลืมตาเงยหน้ามอง พอเห็นอีกคนเป็นเจ้าของเรือที่พาเธอมา เธอรีบลุกขึ้นนั่งแล้วขยับไปใกล้อีกคนเหมือนหาที่กำบัง

“ไม่มีอะไรน่ากลัวเลย แค่เสียงเอง โตๆแล้ว”
แทนที่จะเป็นคำปลอบกลับเป็นคำต่อว่า ทำให้เด็กสาวตวัดสายตามองคนพูดอย่างโกรธ

“ไม่เกี่ยวกับโตเสียหน่อย ก็มันไม่ชอบนินา”
ซากุระแหวกลับใส่เจ้าของเรือ แต่เขากลับทำหน้าไม่รู้สึกรู้สาอะไร หยักไหล่ใส่เสียด้วยซ้ำ

“ไม่ชอบแล้วยังไง ห้ามได้หรอ เธอหนีมันได้หรอ”

“ถ้าไม่คิดจะช่วยก็ไม่ต้องมายุ่ง”
เด็กสาวทั้งผลักทั้งดันอีกคนให้ลุกออกจากเตียงของเธอ

“เฮ้ๆ นี่เรือชั้นนะ ชั้นจะอยู่ส่วนไหนก็ได้”
เจ้าของเรือโวยวายยันตัวเองไม่ให้กระเด็นตามแรงผลักของอีกคน

“ออกไปเดี๋ยวนี้นะ ตอนนี้ห้องนี้คือห้องส่วนตัวของชั้น”
ทั้งคู่เถียงกันอย่างไม่ลดล่ะ จนกระทั้งเสียงเคาะประตูดังขึ้น แชยอนเอ่ยให้แม่บ้านเข้ามา แก้วนมอุ่นๆถูกส่งให้เจ้าของเรือ

“หายกลัวแล้วหรือคะ”
แม่บ้านเอ่ยยิ้มๆ เธอรู้จักคุณหนูของเธอดี ไอวิธีการชวนทะเลาะเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจเนี้ย แชยอนใช้ตั้งแต่เด็ก

“หายแล้วล่ะ เถียงคอเป็นเอ็นเลย เห็นมั๊ยมันไม่ได้มีอะไรน่ากลัวเลย ถ้าเธอไม่สนใจมัน”
แชยอนเอ่ยยิ้มๆ หันไปพยักหน้าให้แม่บ้านไปพักผ่อน ก่อนจะยื่นแก้วนมอุ่นให้เด็กสาว

“ดื่มนมอุ่นๆนี่ จะได้หลับง่าย สบายๆ อ้ะ”
ซากุระเป่าปากจนลมพัดผมด้านหน้าของเธอ ยื่นมือไปรับแก้วนมจากมืออีกคน มือเรียวของคนแก่กว่าหยิบบางอย่างในกระเป๋าเสื้อของตน มันคือหูฟังin-ear นั่นเอง

“ใส่ แล้วเปิดเพลงหรือดูการ์ตูนไปก็ได้ จะได้ไม่ต้องสนใจเสียงนั่น ชั้นไปล่ะ ห้องชั้นอยู่ตรงข้ามนี่ มีอะไรก็เข้าไปได้ ชั้นจะไม่ล็อคประตูแล้วกัน”
แชยอนยิ้มให้ก่อนจะเดินออกไปจากห้อง ปิดประตูเบาๆทิ้งไว้แต่เด็กสาวที่ล้มตัวลงนอนทำปากยื่น มือเล็กชูหูฟังที่ได้จากอีกคนมาดู รอยยิ้มเล็กเผยออกมาอย่างไม่รู้ตัวแล้วจึงเสียบหูฟังเข้าที่หู แล้วเปิดเพลงตามที่เจ้าของแนะนำ

คนผมบรอนด์ที่เพิ่งกลับเข้ามาในห้องโดยไม่ลืมปลดล็อคประตูไว้เผื่ออีกคนจะเข้ามา เขาทิ้งตัวลงบนฟูกหนานุ่ม นึกภาพที่เพิ่งผ่านมาไม่นาน ภาพของซากุระที่ก้มหน้าก้มตาปิดหูกลัวเจ้าเสียงฟ้าร้องฟ้าผ่าตามธรรมชาติ หางตาเผยให้เห็นน้ำตาน้อยๆมีที่ซึมออกมา

แต่กระนั้นเขาก็ยังแข็งใจไม่โอ๋ เขาจะไม่ทำเหมือนเพื่อนของเขาที่เข้าไปคอยปกป้องหลานสาว เพราะหากวันนึงที่เขาไม่อยู่ เธอจะยิ่งกลัว เพราะฉะนั้นเขาต้องการให้เธอมีวิธีจัดการกับปัญหานี้ได้ด้วยตัวเธอเอง เขาแค่มีหน้านี้ไกด์ให้เล็กน้อย เพราะเมื่อก่อนพ่อกับพี่ชายแชยอนทะเลาะกันบ่อย คนกลางอย่างเขาและน้องสาวก็ต้องมาฟังไปด้วย แต่ก็ได้เจ้าหูฟังเนี้ยแหละ ทำให้เธอไม่ต้องหงุดหงิดไปด้วย
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
ร่างบางอาบน้ำเตรียมตัวเข้านอน เสื้อยืดตัวโคร่งสีขาวแขนยาวกับกางเกงวอร์มเหมาะกับอากาศหนาวๆอย่างคืนนี้ วอนยองยืนมองหน้าตัวเองในกระจก พลันคิดถึงคำขอของเธอที่ขอเจ้าของบ้านไป

เขาจะมานอนกับเธอจริงหรอ?

เสียงเคาะประตูดังขึ้นเหมือนเป็นคำตอบสำหรับคำถามของเธอ ร่างบางยิ้มกว้างแต่พอบิดลูกบิดประตูเธอต้องรีบหุบยิ้มกว้างๆของเธอเสียก่อน ริมฝีปากบางขบเม้ม นัยน์ตาสีน้ำตาลจ้องมองคนที่ยืนยกมือปิดปากหาวอยู่หน้าประตู

“จะนอนที่ห้องเธอ หรือห้องชั้น?”

เขาถามสั้นๆพลางยกมือขึ้นเสยผมที่ปรกลงมาอย่างลวกๆ ร่างบางไหวไหล่ไม่ตอบอะไร ยกมือขึ้นปิดไฟห้องของเธอเป็นอันรู้ว่า คืนนี้คงนอนห้องของอีกคน

“ยังไม่ง่วงหรอคะ เมื่อกี้เห็นอาหาวอยู่เลย”
ร่างบางนอนพลิกตัว พองลมจนแก้มป่อง ช้อนสายตามองอีกยูจินที่นอนอ่านหนังสือเล่มเล็กๆอยู่ในมือ

เขาใช้นิ้วดันแว่นให้เข้าที่ เหลือบมองคนถาม ยูจินวางหนังสือลงขยับเข้ามาใกล้เด็กงอแง พร้อมยื่นหน้าเข้ามาใกล้ๆ ย่นจมูกใส่

“งอแง”
คำต่อว่าเบาๆแต่ก็ทำให้อีกคนก้มหน้างุด นึกเขินอยู่ในที บ้าจริงๆต้องเป็นเธอสิที่ทำให้เขาเขิน
ร่างบางถอนหายใจ ก็เดี๋ยวนี้คนข้างๆชักจะสเน่ห์แพรวพราวเล่นหูเล่นตา น่าหลงจะตายไป เธอไม่อยากให้ครบสองสัปดาห์เลย วอนยองขยับซุกตัวหาอีกคน

“นี่..อาเล่าให้นยองฟังหน่อยได้ไหมคะ หลังจากที่ เอ่อ เราทะเลาะกันอาทำอะไรบ้าง”

“อยากรู้ไปทำไม”
คำถามสวนกลับมาทำให้ร่างบางวาดแขนกอดเอวอ้อนอีกคน

“ก็นยองอยากรู้นี่นา ว่าอาจะคิดถึงนยองเหมือนที่นยองคิดถึงอาไหม”

“ไม่อ่ะ ไม่มีอะไรให้คิดถึง มาอยู่นี่ก็สนุกดี คนที่นี่ก็โอเค ไม่มีอะไรให้ปวดหัว ไม่ต้องเทคแคร์ ขึ้นอยู่กับดีลได้สิ่งที่ต่างคนต่างต้องการก็จบ”
คำตอบของยูจินทำให้วอนยองนิ่งเงียบไปชั่วขณะ

“ใจร้ายจังเลยนะคะ”

“แล้วสิ่งที่เธอทำเรียกใจดีหรอ”
ยูจินสวนทันทีอีกรอบแทบไม่ต้องคิด

“ช่างเถอะ พูดไปก็ไม่มีอะไรดี นอนไม่หลับหรอ”
พอเห็นอีกคนหน้าจ๋อย เขาก็เปลี่ยนท่าที จากเกรี้ยวกราดเมื่อครู่ก็เป็นน้ำเสียงเรียบเฉย คนเด็กกว่าพยักหน้าหงึกๆ

“เอานมอุ่นไหม เดี๋ยวลงไปเอาให้”

“ขอกอดอุ่นๆจากอาก็พอค่ะ”
ร่างโปร่งหันไปปิดโคมไฟ พร้อมเอนตัวลงนอนวาดแขนลงให้อีกคนขยับขึ้นมาหนุน ก่อนจะหลับไปด้วยกัน
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
แสงแดดอ่อนๆยามเช้าที่สาดส่องเข้ามาผ่านม่าโปร่งแสง ทำให้ร่างบางค่อยๆขยับตัวลืมตาขึ้น ภาพตรงหน้าเป็นภาพที่ทำให้เธอเผลออมยิ้มอีกแล้ว เมื่อคืนเขายอมนอนกอดเธอ เขาขยับตัวเล็กน้อย น่าจะเป็นเพราะร่างบางขยับทำให้เขารู้สึกตัว มือเรียวยกขึ้นลูบหน้า เสยผมขึ้นก่อนจะป่ายปัดไปหยิบแว่นตามาสวม

“ตื่นนานแล้วหรอ”
คำถามเรียบเฉยไม่ได้ต้องการคำตอบแต่เหมือนเป็นคำทักทายยามเช้าเสียมากกว่า

“วันนี้จะทานอะไร เดี๋ยวลงไปทำให้”
น้ำเสียงงัวเงียบ่งบอกให้รู้ว่าเขายังไม่ตื่นดี ร่างบางก้มหน้าหัวเราะเบาๆ ก็มันดูน่ารักดี เพราะปกติเขาจะนิ่งๆ เก็กหน้า แต่ตอนนี้เหมือนเด็กประถมเสียนี่

“ยังไม่ให้ลงไปค่ะ ขอนยองนอนกอดแบบนี้ก่อน”

“ได้คืบจะเอาศอก ถ้าไม่เลือกเมนู ทำอะไรให้ก็ต้องทานนะ”
ร่างโปร่งลุกขึ้นแกะมือเล็กๆที่พาดอยู่บนตัว หยิบโทรศัพท์ที่อยู่ข้างหัวเตียงเดินออกจากห้องไป ทิ้งให้เด็กสาวนอนซุกตัวอยู่ในผ้าห่มต่อ
.
.
.
.
.
.
.
โซล

ภายในออฟฟิศเวลาสาย เหล่าพนักงานต่างคนต่างทำงานบางคนลุกขึ้นไปกดกาแฟ บางคนนั่งทำงานไปด้วยกินแซนวิชไปด้วยที่โต๊ะทำงานของตัวเอง แชวอนก็เช่นกัน มือเล็กข้างนึงจิ้มๆอยู่ที่คีย์บอร์ด ส่วนอีกข้างถือแซนวิชไว้ด้วย ปากก็เคี้ยวอยู่

“พี่แชว มินบอกแล้วไงคะ ทานให้เรียบร้อยก่อนค่อยทำงาน”

มินจูเดินเข้ามาในห้องทำงานของหัวหน้าทีมมาร์เก็ตติ้งด้วยความเคยชิน เธอเป็นข้อยกเว้นในการเข้าห้องนี้ จะเข้าตอนไหนก็ได้ ไม่ต้องเคาะประตูก็ยังได้

“ก็งานมันเยอะนิคะ พี่ต้องรีบเคลียร์ส่งให้พี่อึนบี”

“เอากาแฟไหมคะ เดี๋ยวมินไปเอาให้”

คนตัวเล็กพยักหน้าพร้อมส่งยิ้มหวานให้ มินจูเดินออกไปชงกาแฟให้แฟนสาว แชวอนจะหันไปทำงานต่อก็ต้องถูกขัดด้วยแรงสั่นของโทรศัพท์เครื่องเล็ก มือเล็กวางแซนวินในมือลงเมื่อเห็นชื่อปลายสายที่โทรเข้ามา

รุ่นพี่ยูจิน

“พี่ยูจิน!!!”
ทันทีที่รับสาย แชวอนกรอกเสียงเรียกอีกคนด้วยความรู้สึกดีใจ ก็ครึ่งปีแรกเขาพยายามติดต่อคนปลายสาย แต่ไม่เคยติดต่อได้เลย จนคิดว่าพี่เขาเปลี่ยนเบอร์ไปแล้ว

“ไง แชว สบายดีนะ?”
เสียงอบอุ่น รุ่นพี่ที่แสนดีของเขา รอยยิ้มกว้างระบายบนใบหน้าเล็ก

“สบายดี พี่ล่ะ เป็นไงบ้าง”

“ก็เหมือนจะดีขึ้น แต่ตอนนี้ก็เริ่มไม่แน่ใจ ฮ่าๆ”
ยูจินหัวเราะเบาๆ

“แล้วตอนนี้พี่อยู่ที่ไหน อยู่ญี่ปุ่นกับพี่ยุนโฮหรอ”

“ป่าว พี่มาทำงานที่ออส แล้วที่บริษัทเป็นไงบ้าง”
คนตัวเล็กเลิกคิ้ว รุ่นพี่ถามเหมือนรู้อะไรอย่างนั้นแหละ เขาจึงเล่าให้ฟังว่าวอนยองให้อึนบีกลับมาทำงานแล้ว ตอนนี้ที่นี่ราบรื่นดี

“แล้ววอนยองล่ะ”
เสียงสบายๆจากปลายสายทำให้คนฟังคิดว่า เขาคงทำใจได้แล้วจริงๆ จึงเล่าให้ฟังถึงประธานเด็กที่พอเข้ามาดูแลเธอก็โตขึ้น เป็นผู้ใหญ่มากขึ้น ถึงแม้จะมีบ้างที่โดนคนที่อยู่มาก่อนแอนตี้แต่สุดท้ายเธอก็ผ่านมันไปได้ ทำให้คนอื่นยอมรับในตัวเธอได้แม้แต่ตัวแชวอนเองก็ยอมรับให้ตัวเด็กสาว

“พี่โอเคแล้วใช่มั๊ย ยังโกรธน้องอยู่มั๊ย”
เป็นจังหวะที่มินจูเข้ามาในห้องพอดี คนร่างเล็กหยิบปากกาเขียนยุกยิกลงบนโพสอิสให้แฟนสาวดู

พี่ยูจินโทรมา -

มินจูอ่านเสร็จก็หันไปยิ้มกว่าเดิม เพราะรู้ว่าคนตัวน่ะ มีหลายเรื่องอยากคุยกับรุ่นพี่คนสนิท

“ก็ยังมีบ้าง เอ่อ ไว้พี่ว่างแล้วจะโทรหานะ ตอนนี้เหมือนจะติดธุระล่ะ”
รุ่นน้องขมวดคิ้วเหมือนได้ยินเสียงผู้หญิงแทรกไม่ไกล ก่อนที่รุ่นพี่จะรีบวาง หรือว่าอยู่กับสาวนะ?  ถ้าได้เริ่มต้นใหม่แล้วก็ดี เขาก็ยินดีด้วย
.
.
.
.
.
.
“อายูจินนนน~~~”
เสียงใสของหลานสาวสุดที่รัก ทำให้ร่างโปร่งต้องรีบตัดบทวางสายจากรุ่นน้อง ก่อนที่ซากุระจะได้ยินเรื่องของเขา

“กลับมาแล้วหรอ หืมมม”
เด็กสาวโผเข้ากอดเหมือนแต่ก่อนตอนเด็กที่ออกมาจากห้องเรียนเวลาที่เขามารอรับ

“งื้อออ แจยนขับรถเร็วมากกกกก เพราะกุระจังอยากกลับมาหาอา”
ไม่วายออดอ้อนอาสุดที่รักของเธอตามเคย ร่างโปร่งยิ้มแล้วเงยหน้าไปส่งยิ้มให้เพื่อนสนิทที่เดินตามมา

“แต๊งกิ้วนะแจย๊นน”
ชื่อที่เขาล้อเลียนทำให้เจ้าของชื่อชักสีหน้าใส่ แล้วก็ขำกัน

ยูจินตั้งโต๊ะอาหารเรียบร้อย ยื้อให้เจ้าเพื่อนสนิทอยู่ทานข้าวด้วยกันเพื่อเป็นการขอบคุณที่ทั้งตามใจ ทั้งพาหลานสาวของเขาไปเที่ยว วอนยองนั่งทานข้าวเงียบๆ ลอบมองร่างโปร่งเป็นระยะ เขาไม่สบตาเธอเลยแม้แต่น้อย ตั้งแต่หลานสาวเขากลับมา

บรรยากาศภายในโต๊ะดูจะสนุกสนานด้วยเรื่องเล่าที่น่าตื่นเต้นของคนเด็กสุดในโต๊ะ มีแต่เพียงวอนยองที่นั่งก้มหน้าก้มตาเขี่ยข้าวในจาน

“อาหารไม่อร่อยหรอ”
น้ำเสียงเจือปนความห่วงใยถูกส่งผ่านคำถามแสนธรรมดา แต่ทำให้อีกคนอบอุ่นหัวใจอย่างประหลาด เพราะสิ่งที่เขาแสดงให้เธอรับรู้ได้ว่าเขาเป็นห่วงเธอ

“ป่าวค่ะ อิ่มเฉยๆ”
ร่างบางเงยหน้าส่งยิ้มให้คนถาม

สายตาอ่อนโยนของอาที่ส่งให้อีกผู้หญิงแปลกหน้าสำหรับซากุระ หลานสาวที่อยู่กับเขามาตั้งแต่เด็กสัมผัสได้ถึงความพิเศษคล้ายๆกับเวลาที่อาเธอห่วงใยเธอ ใส่ใจเธอ ริมฝีปากบางเม้มแน่น ก่อนจะเปลี่ยนไปพูดต่อ หลังจากที่อาเธอบอกให้เล่าเรื่องแก็งค์โลมาที่เธอเจอต่อ
.
.
.
.
.
.
วันนี้ทั้งวันยูจินใช้เวลาส่วนมากไปกับหนังสือเล่มเล็กที่เขาซื้อมาตั้งนานแต่ยังอ่านไม่จบสักที วันนี้แหละที่เขาตั้งใจว่าจะอ่านมันให้จบ ส่วนหลานสาวคนสวยก็นั่งอ่านหนังสือของเธออยู่ข้างๆเช่นกัน ส่วนอีกคนที่มาขออาศัยบ้านเขาชั่วคราว ยืมแล็ปท๊อปแล้วขอตัวขึ้นห้องไปเสียแล้ว

ยูจินรอจนได้ยินเสียงปิดประตูห้อง เขาเอื้อมมือหยิบเจ้าสมาร์ทโฟนเครื่องเล็กแชทหาเพื่อนตัวดีอีกคนที่เขาคิดว่ามีเอี้ยวกับการมาของวอนยองแน่ๆ ถ้าอึนบีกลับไปที่บริษัทแล้ว แสดงว่าการมาของเด็กคนนี้คงไม่ใช่เรื่องบังเอิญ

YJ : เฮ้ เค

Kaeun : ไงงง

YJ : อึนบีจะมาออสเมื่อไหร่?

Kaeun : ทำไมหรอ เดี๋ยวนี้ถามหาเมียกู ไม่เกรงใจเลยนะ

YJ : อย่ากวนตีน ถามดีๆ

Kaeun : not sure

YJ : ตอนนี้เธอยังว่างงานอยู่ใช่ม้ะ มันมีตำแหน่งว่างว่ะ ที่เมลเบิร์น เลยว่าจะชวนมาทำ

Kaeun : ยังว่างงานอยู่ แต่คงไม่อยากทำหรอกมั๊ง

YJ : โอเค

ร่างโปร่งกระตุกยิ้ม แบบนี้แสดงว่ารู้เห็นกันหมด ร้ายนักนะ ควอนอึนบี แอบช่วยอดีตลูกเลี้ยง ไม่สนใจความรู้สึกเขาเลย แบบนี้ต้องเอาคืน

แต่คงไม่ใช่ช่วงสองสัปดาห์ที่รับปากเด็กนั่น คงต้องรอหล่อนกลับไปก่อน ถึงแม้จะรู้สึกดีขึ้นที่ได้รับรู้เรื่องราวของวอนยองจากปากรุ่นน้อง เพราะเด็กสาวยังคงไม่ได้สนใจใคร นอกจากงาน ถึงแม้จะมีนักธุรกิจหนุ่มเข้าหาบ้างก็ตาม
.
.
.
.
.
.
.
“อายู คืนนี้อ่านหนังสือให้กุระฟังหน่อยสิ ก่อนนอน”
ซากุระอ้อนยูจินในขณะที่ ทั้งสามคน ยูจิน วอนยองและตัวเธอเองร่วมรับประทานมื้อเย็นด้วยกัน ส่วนแชยอนกลับไป ตั้งแต่บ่ายแล้ว

“โตแล้ว ยังจะให้อ่านให้ฟังอีกหรอ 20กว่าแล้วน้า”
ร่างโปร่งยิ้มพร้อมทั้งส่ายหัวนึกเอ็นดูกับคำขอของหลานสาว

“กุระจังคิดถึงเมื่อก่อน อยากอยู่กับอายูทุกวัน ทั้งวันเลยย”
ยิ่งทั้งอาทั้งหลานคุยกันสนุกสนานวอนยองยิ่งรู้สึกไม่มีตัวตนอีกครั้งพอสบจังหวะที่ซากุระลุกออกไป ร่างบางช้อนตาขึ้นมองร่างโปร่ง จนอีกคนรู้สึกได้

“คืนนี้อาคงไม่มานอนกับนยองใช่มั๊ยคะ”
คำถามที่ถ้าเป็นเมื่อก่อนเขาคงยอมตามใจทุกอย่าง แต่ตอนนี้เขาชักหมั่นไส้ร่างบางนี้หน่อยๆ ยังคงเป็นเด็กร้ายๆคนเดิม เจ้าแผนการเหมือนเดิม ร่างโปร่งพยักหน้าแล้วหยิบแก้วน้ำขึ้นมาดื่ม
.
.
.
.
.
.
ยูจินใช้เวลาก่อนนอนไปกับการอ่านหนังสือให้ซากุระฟัง ซากุระเป็นเลือกหนังสือเอง มันเป็นหนังสือบันทึกความลับของสัตว์น้ำที่ได้มาจากแชยอน ให้ยืมมา เธอบอกยูจินว่ามันเป็นเล่มโปรดของแจยน เธอจึงอยากรีบอ่านแล้วรีบคืนเขา

เพราะเป็นหนังสือที่คนฟังสนใจ ยูจินอ่านเท่าไหร่ก็ไม่ทำให้หลานสาวหลับจนสุดท้ายเขาวางหนังสือลงที่ตัก มือเรียวดึงแว่นออก พร้อมบีบนวดที่หัวคิ้วและสันจมูก

“ปวดตาหรอคะ”
หลานสาวทำหน้างอ ที่เป็นต้นเหตุทำให้อาของเธอปวดตา เธอบอกให้ยูจินหยุดอ่านพรุ่งนี้เธอจะอ่านเอง

เด็กสาวลุกจากเตียงแบมือขอแว่นกับหนังสือของอีกคน เอามันไปวางไว้ที่โต๊ะเล็กข้างเตียงแล้วทำการปิดไฟก่อนจะปีนขึ้นเตียงไปนอนกับอาของเธอ

ลมหายใจสม่ำเสมอของเด็กสาวทำให้ร่างโปร่งที่ยังตาสว่างท่ามกลางความมืดรับรู้ได้ว่าหลานสาวของตัวเอง หลับแล้ว เขาเอื้อมมือไปลูบหัวเธอ ก่อนจะยันตัวเองลุกขึ้นอย่างเบาที่สุด แล้วค่อยๆก้าวออกจากห้อง

มือเรียวดันประตูปิดให้เบาที่สุด พอหันกลับมาก็ต้องตกใจเล็กน้อยที่เห็นร่างบางอีกคน กำลังเดินขึ้นมาจากชั้นล่าง ด้วยชุดนอนเดรสสั้น แถมยังบางอีกต่างหาก

“ยังไม่นอน?”

“นยองนอนไม่หลับ เลยลงไปกินน้ำมา”
เด็กสาวบอกก่อนจะเดินเลี่ยงไปอีกทาง ที่เป็นทางไปห้องที่เธอพัก

“เดี๋ยวก่อน”
ร่างโปร่งคว้าข้อมือเล็กๆของอีกคนเอาไว้

“มีอะไรปิดบังกันอีกมั๊ย ชั้นให้โอกาสเธอพูดครั้งสุดท้าย”

“แล้วอยากรู้เรื่องอะไรล่ะคะ อาหายไปจากชีวิตนยองตั้งนาน มีหลายอย่างที่อาไม่รู้ ไม่รู้ว่ามันเรียกว่าปิดบังมั๊ย เพราะฉะนั้นอาพูดมาเลยดีกว่า ว่าอยากรู้เรื่องไหน”
เด็กสาวใช้สกิลการเจรจาทางธุรกิจที่ได้รับจากประสบการณ์การทำงาน หากต้องเปิดเผยความลับ ไม่ควรเปิดอย่างโจ่งแจ้งทั้งหมด ควรมีชั้นเชิงเสียก่อนเพราะบางอย่างอีกฝ่ายอาจจะไม่ได้อยากรู้ เราก็ไม่จำเป็นต้องบอก

“เดี๋ยวนี้ปากแข็งขึ้นเยอะนะ สงสัยต้องง้างดูเสียหน่อย”
ร่างโปร่งกระตุกข้อมือของอีกคนโดยที่ไม่ทันตั้งตัวทำให้เธอต้องเซมาใกล้เขาตามแรงดึง มืออีกข้างของยูจินยกขึ้นกดที่ต้นคอของร่างบางให้เข้าหาเขา พร้อมโน้มใบหน้าแนบริมฝีปากประกบอีกฝ่าย

ถึงแม้จะตกใจในตอนแรก แต่ก็ยินยอมจูบตอบอีกคน จูบที่ดูไม่รีบร้อน เชื่องช้าแต่ละมุน ก่อนจะรู้สึกได้ถึงสิ่งแปลกปลอมที่แทรกเข้ามาในโพลงปากจนลิ้นของเธอสัมผัสกับลิ้นของเขา ทั้งสองคนทั้งจูบสลับกับหอบเอาอากาศเข้าไปแลกเปลี่ยนกันจนสุดท้ายเป็นร่างโปร่งที่ค่อยๆถอนจูบออก

ร่างโปร่งจ้องมองที่ริมฝีปากของร่างบางที่เขาเพิ่งครอบครองมัน ตอนนี้แดงจนเขาเผลอเลียริมฝีปากตัวเอง ก่อนจะช้อนสายตาขึ้นมองนัยน์ตาสีน้ำตาลอ่อนของร่างบาง ที่ฉายแววตาเหมือนลังเล คงแปลกใจมากกว่ากับสิ่งที่เขาทำ

“ถ้าอานอนด้วย ก็จะนอนหลับใช่มั๊ย”
คำถามพร้อมรอยยิ้มมุมปาก เธอรู้ดีว่าเขาหมายถึงอะไร

“ไม่อยากรู้แล้วหรอคะ ว่านยองปิดบังอะไรหรือเปล่า”

“ก็ถ้ายังปากแข็ง ก็ต้องหาวิธีให้พูดนั่นแหละ”
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
------------------------------------

อร๊ายยย ตอนนี้มันยากนะคะ

ฮืออออ ช่วงนี้น้องสวยทุกวัน หัวใจแม่บางมากกกก

เพราะช่วงนี้นยองทำตัวเป็นเด็กน้อย

เค้าเลยต้องใช้พลังงานในการปั้นนยองคนแซ่บของเค้าขึ้นมานานหน่อย 555555

SHARE
Written in this book
INTO STEP [Yujin x Wonyoung]

Comments

yujinie
1 year ago
ไรท์แต่งสนุกมากเลยค่ะ เปนเรื่องที่ชอบที่สุดเลย เขินมากค่ะ ไม่ได้กดดันแต่มาอัพเรวๆนะคะอารมค้าง5555 ไรท์ไฟท์ติ้งค่ะ
Reply
BlackSunDae
1 year ago
อีกนิดตัดขาเเละไรท์ (เกรงใจกันด้ยยย)🤒
Reply