[Fic] White Shirt (Gaeun x Eunbi) <34>
พูดเองเจ็บเอง.. เยนาที่พลั้งปากออกไปด้วยความน้อยใจได้แต่เจ็บปวดกับคำพูดของตัวเอง ก็ยูจินน่ะไม่พูดอะไรตอบมาเลยสักคำ

พอเห็นแบบนั้นเธอก็ทนมองยูจินต่อไปไม่ไหวจึงเดินหนีจากตรงที่ยูจินนั่งอยู่ เธอรู้แค่ว่าต้องไปจากที่นี่ เธอดึงฮู้ดแพดดิ้งขึ้นมาสวมเพื่อปิดหน้าตัวเองไว้ เพราะไม่อยากให้ใครสังเกตว่าเธอกำลังร้องไห้..

ยูจินน่ะไม่เคยนัดเธอออกมาข้างนอกเลย มีแต่เธอคนเดียวที่คอยจะชวนยูจินออกไปด้วยกัน พอวันนี้เค้านัดมาก่อนเธอก็ดีใจซะมากมาย คิดว่าเค้าคงอยากจะใช้เวลาร่วมด้วย ที่ไหนได้เค้านัดเธอออกมาเพราะอยากจะไล่เธอไปไกล ๆ ต่างหาก ที่ผ่านมาเธอคงรบกวนเค้าบ่อยจนเค้ารำคาญเค้าถึงตัดสินใจแบบนี้

จะไม่ไปเจอยูจิน จะไม่สนใจว่ายูจินจะคุยด้วยรึเปล่า จะเป็นแค่เพื่อนร่วมงานกันอย่างนั้นเหรอ เพราะกำลังเสียใจเธอจึงพูดอะไรออกไปตามอารมณ์ ปากเก่งจริง ๆ เลย.. ทั้งหมดนั้นเธอจะทนทำมันได้จริงมั้ยนะ.. ในเมื่อเธอรู้ตัวแล้วว่ายูจินสำคัญกับเธอขนาดไหน

ที่ผ่านมาเธอก็แค่พยายามหลอกตัวเองเท่านั้น ว่าความรู้สึกที่เกิดขึ้นมันไม่ใช่เรื่องจริง ก็ไม่เคยมีคนบอกหนิว่าความรู้สึกระหว่างผู้หญิงด้วยกันมันเกิดขึ้นได้.. เธอเลยไม่เข้าใจว่าความรู้สึกที่มีต่อเพื่อนตัวเองคืออะไร เธอมาเข้าใจมันตอนเห็นว่าพี่กาอึนกับพี่อึนบีนั้นรักกันอยู่ เธอจึงได้เริ่มสงสัยในความรู้สึกลึก ๆ ของตัวเอง เธอลองมองเรื่องราวระหว่างเธอกับยูจินด้วยมุมของคนนอกอย่างที่ได้รับคำแนะนำจากพี่กาอึนและเธอก็เริ่มเข้าใจ

ยิ่งนับวันเธอก็ยิ่งต้านทานมันไม่ไหว ความรู้สึกมันชัดเจนเกินไป ยิ่งเห็นยูจินอยู่กับใครก็ยิ่งไม่พอใจ.. พอรู้ตัวเธอก็เกิดกลัวขึ้นมาเพราะมันขัดกับที่เธอเคยถูกสอนมาโดยตลอด ว่าผู้หญิงต้องคู่กับผู้ชาย การแต่งงานคือจุดสูงสุดของชีวิตผู้หญิง เธอจะต้องได้เจอผู้ชายที่รักเธอ และแต่งงานมีลูกในที่สุด

ตอนที่รู้ว่าพี่กาอึนกับพี่อึนบีรักกัน เธอรับรู้เรื่องนั้นและยอมรับมันได้ แต่พอเป็นเรื่องของตัวเองแล้วเรายอมรับมันได้ยากกว่า เนื่องจากเธอไม่เคยเตรียมใจไว้เลยว่าสิ่งนี้จะเกิดขึ้นกับตัวเอง นี่มันหลุดวงโคจรวิถีชีวิตที่เธอคิดไว้ไปไกลโข เธอเลยไม่รู้ว่าถ้าออกจากเส้นทางที่คนส่วนใหญ่เค้าทำกันมันจะเป็นยังไง เธอไม่อยากเป็นคนประหลาด.. เธอไม่อยากถูกสังคมรังเกียจ.. เธอเลยไม่กล้ายอมรับว่าความรู้สึกที่เธอมีให้ยูจินนั้นมันมากกว่าเพื่อนกัน

แม้จะรู้ว่าความรู้สึกของตัวเองคืออะไร แต่เธอไม่ได้หวังให้ระหว่างเรามันเปลี่ยน เธอคิดว่าขอแค่เรากลับไปเป็นเหมือนเดิม ให้เธอได้มียูจินอยู่ข้าง ๆ เหมือนเดิมก็พอใจแล้ว แต่เหมือนยูจินจะไม่ได้คิดเหมือนกัน ยูจินเค้าจะพร้อมช่วยใครต่อใครอยากได้ใจเธอ เค้าไม่สนด้วยซ้ำว่าเธอจะคิดยังไง

เธอยอมรับว่าผิดหวังมากที่ยูจินทำแบบนี้ ถ้าเป็นคนอื่นเธอคงจะเก็บความไม่พอใจเอาไว้ได้ แต่นี่คือยูจิน.. ยูจินคนที่เธอไม่อยากให้ใครมาอยู่ใกล้เค้า ยูจินคนที่เธอแสนจะหวงแหน ยูจินคนที่เธอคิดว่าจะไม่มีวันทำร้ายใจเธอได้.. เธอจึงถูกความผิดหวังเข้าครอบงำ น้อยเนื้อต่ำใจจนน้ำตาไหลที่ได้รู้ว่ายูจินอยากให้เธอไปกับคนอื่น

ไม่อยากให้เข้าไปอยู่ใกล้ ๆ ก็บอกมาตรง ๆ ก็ได้ ไม่เห็นต้องใจร้ายทำแบบนี้เลย..





จะไม่มาหาแล้วงั้นเหรอ.. จะไม่สนใจฉันแล้วงั้นเหรอ ทั้งที่ความสุขในชีวิตฉันมีแค่นั้น เธอก็ไม่อนุญาตให้ฉันได้รับมัน เธอเกลียดฉันแล้วอย่างนั้นเหรอ..

ยูจินรู้สึกได้ว่าหัวใจมันเต้นช้าลง เธอตอบไม่ไหว พูดอะไรออกไปไม่ได้ ความรู้สึกที่ว่ากำลังจะสูญเสียเยนาไปมันทำให้เธอหายใจไม่ออกด้วยซ้ำ..

ที่เธอทำเธอก็ฝืนใจ..

ไม่มีใครอยากให้คนที่ตัวเองรักไปรักกับคนอื่นหรอก

แต่เธอคิดไปว่าทำแบบนี้แล้วเยนาน่าจะยิ้มได้ ซึ่งมันผิดจากที่เธอคิดทั้งหมด.. เธอทำเยนาร้องไห้ เค้าร้องไห้แล้วต่อว่าเธอเหมือนว่าเธอไปล้อเล่นกับหัวใจเค้า มองเธอเหมือนกับว่าเธอทำให้ผิดหวังครั้งใหญ่ ถามถึงความในใจในประโยคที่เธอเคยพูดไปก่อนหน้านี้ ซึ่งเธอก็อยากจะบอกกับเยนาว่าหัวใจเธอน่ะให้เยนาไปแล้ว แค่เยนาไม่รู้ก็ไม่ใช่ว่ามันไม่มีอยู่จริง..

ฉันควรจะทำยังไงดีล่ะเยนา.. ถ้าฉันปล่อยเธอไปเธอจะไม่สนใจฉันแล้วจริง ๆ ใช่มั้ย ฉันว่าฉันคงทนให้เธอเมินกันไม่ไหวหรอก ฉันยังอยากยืนข้างเธออยู่ ยังอยากรับรู้เรื่องราวของเธอ ถ้าเราเจอกันแล้วเธอไม่ยิ้มให้ฉัน วันนั้นต้องเป็นวันที่มืดมนจนน่ากลัวมากแน่ ๆ

ที่อดทนเก็บความรู้สึกของตัวเองเอาไว้มานาน เพราะกลัวเสียเยนาไป แต่ในเมื่อมันเป็นแบบนี้.. ถ้ามันจะค่าเท่ากัน.. ก็สู้พูดออกไปอย่างใจเลยดีกว่า อย่างน้อยก็ให้เยนาได้รู้ว่าเธอคิดยังไง ถ้าเค้ายังอยากไปเธอจะไม่รั้งไว้ แต่อย่าไปเพราะเข้าใจผิดแบบนี้เลย

รู้ตัวอีกยูจินก็วิ่งฝ่าลมหนาวพยายามก้าวขายาว ๆ เพื่อให้ทันรั้งเยนาไว้ คงเพราะเธอมานั่งส่วนด้านหลังที่ไม่ค่อยมีคน ทำให้เห็นว่าเยนาเป็นคนเดียวที่กำลังจะเดินออกจากสวนส่วนนี้ไป เธอคว้ามือเยนาไว้ เห็นเยนามีน้ำตานองหน้ายิ่งทำให้เธอใจเธอเจ็บ

“ปล่อยเลยนะ”

“ไม่เอา”

“ฉันบอกให้ปล่อยไง”

“ฉันจะไม่ปล่อยเธอไปแล้ว”

เยนาพยายามสะบัดมือของยูจินแต่ไม่สำเร็จ

“เธอจะมาลากฉันไปหาพี่ฮยอนอูอีกหรือไง”

“ฉันไม่ทำแบบนั้นหรอก”

“แล้วเธอจะมาจับมือฉันทำไม ในเมื่อเธอไม่ได้อยากให้ฉันอยู่ใกล้ ๆ น่ะ!”

เยนาสะบัดมือของยูจินออกอย่างแรงจนยูจินเซถอยหลังไป

“ไม่ตอบอีกแล้ว เธอก็เป็นแบบนี้ทุกที ถ้าไม่พูดก็ไม่ต้องพูดไปตลอดเลยละกัน!”

เยนากำลังจะเดินหนีไปแต่ยูจินก็คว้าแขนเยนาเอาไว้อีกครั้ง

“เยนายา ฟังฉันก่อนนะ”

“อะไรอีกล่ะ! เธออยากให้ฉันคบกับเค้าฉันก็กำลังจะไปหาเค้าแล้วไง ไม่ดีเหรอ?!?”

เผลอไปมองตาเยนาจนได้.. สายตาแบบนั้น.. อย่ามองฉันด้วยสายตาแบบนั้นได้มั้ย อย่ามองเหมือนฉันเป็นคนใจร้ายแบบนั้นเลย

“ฉัน.. ไม่ได้อยากให้เธอคบกับเค้า”

“แล้วเธอทำแบบนั้นทำไม”

“ฉันคิดว่า.. ทำแบบนั้นแล้วเธอจะมีความสุข”

“…”

“ฉันไม่ได้ตั้งใจจะทำให้เธอรู้สึกแย่ ฉันไม่ได้อยากผลักไสเธอไปให้ทั้งนั้น ฉันอยากอยู่กับเธอนะ อยากอยู่ข้าง ๆ เธอจริง ๆ ”

“ถ้าฉันคบกับพี่ฮยอนอูแล้วเธอจะอยู่ข้างฉันได้ยังไง เธอไม่ชอบอยู่ใกล้พี่ฮยอนอูด้วยซ้ำ เดี๋ยวเธอก็เดินหนีไปอีก”

“ก็ฉันทนไม่ไหว”

“ทนไม่ไหว?”

ถ้าต้องมาเห็นว่าเธอรักเค้าแค่ไหน ฉันทนไม่ไหวหรอก

ยูจินเงยหน้าขึ้นมาทำให้เยนาได้เห็นแววตาแสนเศร้าคู่นั้น แววตาที่ทำให้ใจเธอเจ็บแปลบ ๆ

“เธอ.. หมายความว่ายังไง”

“ในเมื่อเธอไม่อยากจะอยู่ใกล้ ๆ กันแล้ว อย่างน้อยก็ขอให้ฉันได้พูดความจริงให้เธอฟังก่อนเถอะนะ ถ้าเธอฟังแล้วยังตัดสินใจแบบเดิม ฉันก็จะไม่รั้งเธอเอาไว้แล้ว”

ยูจินรู้ว่าพูดไปขนาดนั้นจะถอยตอนนี้ไม่ได้แล้ว เธอจึงมองตาเยนาแล้วพูดออกไป

“เยนายา ที่ฉันเคยพูดไปว่าเธอให้ฉันเป็นอะไรฉันก็เป็นให้ได้ทุกอย่างน่ะ ฉันพูดจริงนะ ฉันอยากจะเป็นคนที่คอยสนับสนุนเธอในทุก ๆ อย่าง อยากเป็นคนคอยดูแลเธอเวลาเธอไม่สบาย ฉันอยากเป็นคนคอยตามใจไม่ว่าเธอจะต้องการอะไร เวลาที่เธอมีความสุขเธอไม่ต้องคิดถึงฉันก็ได้ แต่ถ้าเธอเศร้าเมื่อไหร่ฉันอยากเป็นคนคอยปลอบใจเธอ ฉันอยากจะอยู่ข้าง ๆ เธอในฐานะอะไรก็ได้ ขอให้ได้ทำอย่างที่บอกมา ฉันก็เลยเลือกทำแบบนี้เพราะคิดว่าเธอจะมีความสุข ทั้งที่ในใจฉันก็แอบหวังอยู่ลึก ๆ ว่าเธอจะปฏิเสธเค้าไป.. ”

เยนาทำตัวไม่ถูกเมื่อเห็นว่าน้ำตาของยูจินค่อย ๆ ไหล เพราะยูจินไม่ใช่คนที่จะร้องไห้ง่าย ๆ

“ทั้งที่รู้เต็มอกว่าเธอชอบผู้ชาย ฉันก็ยังมีความหวังลม ๆ แล้ง ๆ ว่าถ้าเราอยู่ใกล้ ๆ กันแบบนี้ อาจจะมีวันนึงที่เธอหวั่นไหวและเปิดโอกาสให้ฉันบ้างก็ได้.. เราก็อาจจะได้เป็นมากกว่านั้น แต่ความหวังลม ๆ มันจะเป็นจริงได้ยังไงในเมื่อเธอชอบผู้ชาย.. ถึงไม่ใช่พี่ฮยอนอูก็คงไม่ใช่ฉันอยู่ดี.. ฉันรู้ว่าเป็นได้แค่นี้ ก็เลยไม่เคยคิดจะสารภาพความรู้สึกให้เธอได้ฟัง ยอมอยู่ข้างเธอในฐานะเพื่อนดีกว่าไม่ได้เป็นอะไรกับเธอเลย.. แต่ฉันก็มีความสุขกับการได้เป็นเพื่อนคนสำคัญของเธอได้ไม่นาน เพราะพี่ฮยอนอูกลับมา.. ในขณะที่ความรู้สึกของฉันที่มีต่อเธอถลำลึกมากขึ้นทุกที ผู้ชายคนที่เธอชอบกลับมาหา ฉันที่รู้สึกมากกว่าเดิมจึงคิดว่าถึงเวลาที่ฉันควรจะไปเพราะฉันไม่อยากเจ็บปวดที่ได้รู้ว่าเธอรักใครอีกแล้วเลยพยายามตัดใจจากเธอ แต่มันยากมากเลยล่ะ.. สุดท้ายฉันก็ทำไม่ได้ หนีไปไหนไกลจากเธอไม่ได้เลย ฉันจึงทำได้แค่แอบร้องไห้คนเดียวในวันที่มันเจ็บเกินไปก็เท่านั้น”

“…”

“ฉันขอโทษนะ.. ถ้าสิ่งที่ฉันจะพูดต่อไปนี้ไปทำให้เธอลำบากใจ แต่ฉันก็เก็บไว้ไม่ไหวอีกต่อไปแล้ว ยังไงเธอช่วยรับฟังความรู้สึกของฉันหน่อยเถอะนะ”

ในขณะที่เยนายิ่งนิ่งค้าง ยูจินก็สืบเท้าเข้าไปใกล้ เธอกอดเยนาไว้ให้หัวใจที่เต้นอยู่ในตัวเธอได้อยู่ใกล้เจ้าของที่แท้จริงของมันมากที่สุดเท่าที่จะทำได้

ฉันรักเธอ

ยูจินกระชับอ้อมกอดของตัวเองให้แน่นขึ้น เพราะกลัวเยนาจะเดินหนีไป

“ฉันไม่รู้มันเกิดขึ้นเมื่อไหร่ รู้ตัวอีกความรู้สึกที่ฉันมีให้เธอมันก็เกินเพื่อนไปแล้ว ถ้าเธอไม่ได้คิดเหมือนกัน.. ฉันเข้าใจ เธอจะด่าจะว่าฉันก็ได้ แต่ที่ฉันพูดไปคือความจริง ฉันยอมช่วยพี่ฮยอนอูเพราะคิดว่าเธอคงจะมีความสุข แต่มันไม่ใช่มันกลายเป็นว่า ฉันก็ฝืนใจเธอก็ไม่มีความสุข ฉันทำอะไรที่งี่เง่ามากเลยใช่มั้ย ฉันขอโทษนะ”

“…”

“ในเมื่อเธอไม่ได้ชอบเค้าแล้ว ถ้าตอนนี้เธอยังไม่มีใครจะเป็นไรมั้ยถ้าฉันจะขอเป็นคนทำให้เธอมีความสุขเอง ฉันไม่สนใจว่าจะอยู่ในสถานะไหน เธอให้ได้แค่ไหนฉันจะเป็นแค่นั้น ขอแค่ได้ดูแลเธอใกล้ ๆ แบบนี้ เธอไม่ต้องทำอะไรตอบแทนคืนมา เพราะแค่ฉันเห็นว่าเธอมีความสุขฉันก็พอใจ ฉันขอแค่นี้ได้มั้ย.. ”

ความเงียบจากเยนากัดกินหัวใจยูจินใจเป็นแผลมากขึ้น พอเป็นแบบนั้นน้ำตามันก็ยิ่งไหล เจ้าของหัวใจไม่ตอบอะไรกลับมาเลยสักคำ

“ถ้าเธอไม่ชอบใจที่ฉันพูดไป จะทำลืม ๆ มันไปฉันก็ไม่ว่า ฮึก.. แต่ให้เราเป็นเพื่อนต่อไปนะ ฉันจะพยายามตัดใจเอง ฮึก.. อย่าไปจากฉันเลยนะ”

ความเงียบคือคำตอบรึเปล่า.. ที่ไม่ตอบอะไรเลยเพราะเยนารับไม่ได้ใช่รึเปล่า.. ยูจินปล่อยมือที่เคยกอดเยนาไว้แล้วมาปิดหน้าตัวเองไว้แทน ไม่กล้าไปกอดเค้าไว้แล้ว.. ไม่กล้ามองหน้าเยนาแล้วด้วย น้ำตานี่ก็จะไหลอะไรนักหนา.. หยุดซะทีเถอะ.. ทั้งที่เราอยู่ใกล้กันแค่นี้แต่ไม่มีเสียงอะไรตอบกลับมาเลย แค่ไม่กี่วินาทีทำไมมันทรมานขนาดนี้นะ..

“ช่วยพูดอะไรกับฉันสักคำเถอะ ขอร้องล่ะ”

ขอโทษนะ

ถึงจะทำใจไว้แล้วว่าอาจจะเป็นแบบนี้ แต่คำขอโทษของเยนาก็พาให้เธอรู้สึกหมดแรง ราวกับว่าคำขอโทษเบา ๆ ของเยนาดับความหวังอันน้อยนิดของเธอจนหมดสิ้น เธอทิ้งมือทั้งสองลงข้างตัว ข้างในอกมันโหวงหวิวราวกับหัวใจไม่เคยอยู่ในนั้น คงไปทำให้เค้าลำบากใจเข้าแล้วสินะ เค้าถึงไม่อยากให้ไปยุ่งด้วยไม่ว่าจะในสถานะอะไร

แต่พอยูจินขยับออกไปให้มีระยะห่างระหว่างทั้งสองคนมากขึ้น เยนาก็คว้ายูจินมากอด เธอซบลงที่ไหล่กว้าง ๆ ของยูจิน การกระทำแบบนั้นทำให้ยูจินสับสน

“ฉันขอโทษนะ ที่ผ่านมาเธอคงเศร้ามากเลยใช่มั้ย ยูจินอา”

“…”

“ฉันนี่มันโง่จริง ๆ เลย ทั้งที่เธอก็อยู่ใกล้ฉันแค่นี้ เธอดีกับฉันตั้งมากมาย แต่ฉันกลับไม่รู้ว่าเธอรัก.. ฉันขอโทษนะ”

เธอเพิ่งจะเข้าใจว่าการกระทำของยูจินที่ผ่านมาคือการบอก ‘รัก’ โดยไม่มีคำว่า ‘รัก’ ทุกการกระทำมีความรู้สึกซ่อนอยู่ทั้งนั้น แค่เธอมองมันไม่เห็นเอง ดวงตาแสนเศร้าเวลามองเธอเดินไปกับใครเป็นเพราะใจเค้าเจ็บ ที่เค้าคอยตามใจเพราะอยากให้เธอมีความสุข

“เธอ.. ไม่ได้รังเกียจฉันใช่มั้ย”

เธอคงกอดหลวมเกินไปยูจินถึงยังไม่เข้าใจว่าเธอรู้สึกยังไงกับคำสารภาพของเค้า เยนาจึงกอดให้แน่นขึ้นอีก ให้ยูจินรู้ไว้ว่าเธอไม่ได้คิดแบบนั้น

“ฉันจะคิดแบบนั้นได้ยังไงล่ะ”

“กะ..ก็ เธอชอบผู้ชาย”

“อืม ก็ฉันเป็นผู้หญิงหนิ”

“แล้วฉันก็เป็นเพื่อนเธอ”

“ใช่ ฉันชอบอยู่กับเธอมากเลยด้วย”

“นี่เธอเข้าใจฉันใช่มั้ย ที่บอกไปน่ะ”

“เข้าใจสิ”

“ฉันเพิ่งสารภาพว่ารักเธอ..”

“อือได้ยินชัดมากเลยล่ะ”

“ไม่ได้รักแบบเพื่อนนะ ‘รัก’ ที่แปลว่า ‘รัก’ น่ะ เข้าใจใช่มั้ย”

“เข้าใจสิ ฉันเข้าใจว่า ‘รัก’ ของเธอหมายความว่ายังไง”

“หมายความว่า..”

เยนาประคองใบหน้าของยูจินขึ้นมา เธอมองตาแล้วพูดออกไป

“ยูจินอา ที่ผ่านมาฉันไม่แน่ใจว่าตัวเองรู้สึกยังไง เธอทำให้ฉันสับสนมากเลยรู้มั้ย”

“…”

“เรื่องของเธอน่ะ มันยากมากเลยนะสำหรับฉัน ฉันไม่เคยคิดว่าฉันจะมีวันนี้เหมือนกัน วันที่ฉันได้ฟังเธอสารภาพว่ารักฉันน่ะ”

เยนาใช้นิ้วหัวแม่มือปาดน้ำตาที่ไหลออกมาจากตาคู่สวยของยูจิน

“ยูจินอา ฉันยังไม่รู้ว่าต้องทำตัวยังไง.. นี่มันเรื่องใหม่มากสำหรับฉัน บางครั้งฉันอาจจะเผลอทำให้เธอเสียใจ แต่ถึงอย่างนั้นเธอช่วยอยู่ข้างฉันต่อไปเถอะนะ”

“…”

“ฉันปากไวไล่เธอไปเพราะทนไม่ได้ที่คนที่ฉันมีใจผลักไสฉันไปหาคนอื่น ไม่ได้อยากให้ไปจริง ๆ หรอกเข้าใจใช่มั้ย ไม่มีเธอฉันจะทำยังไงล่ะ ฉันติดเธอจะตายไม่รู้หรือไง”

“สรุปว่าเธอ.. ไม่ไล่ฉันไปแล้วใช่มั้ย”

“ก็ใช่น่ะสิ แล้วฉันก็ไม่อนุญาตให้เธอตัดใจจากฉันนะ รู้ไว้ด้วย”

“เธอพูดจริงนะ”

“จริงสิ”

“ยูจินอา.. พวกเราค่อย ๆ เป็นค่อย ๆ ไปได้มั้ย.. คือถ้าจะให้เปลี่ยนปุ๊บปั๊บ ฉันก็ไม่รู้ว่าต้องทำตัวยังไงน่ะ..”

“ดะ..ได้สิ”

“เธอไม่โกรธฉันนะ”

“ไม่หรอก ฉันเข้าใจ”

เยนาเริ่มเป็นห่วงที่ยูจินนิ่งไป ยูจินอาจจะไม่พอใจที่เธอขอแบบนั้นก็ได้ เค้ารวบรวมความกล้าสารภาพความใจในให้เธอฟัง แต่เธอกลับขอให้เราค่อยเป็นค่อยไป.. เธอจึงแตะตัวยูจินเบา ๆ เพื่อให้ยูจินหันมาสนใจกัน

“ยูจินอา.. เป็นอะไรรึเปล่า”

“เปล่า ๆ”

“พูดมาเถอะ”

“ฉันแค่โล่งใจน่ะ”

“โล่งใจ?”

“เมื่อกี้น่ะ ฮึก.. ฉันคิดว่าจะต้องเสียเธอไปแล้ว”

ยูจินปล่อยโฮทันทีโดยมีเยนาไหล่ของเยนาเป็นที่ซับน้ำตา เยนากอดยูจินไว้เธอปลอบใจยูจินที่ร้องไห้ให้คลายความกังวล

“เมื่อกี้ฉันกลัวมากเลยนะ กลัวว่าบอกเธอไปแล้วเธอจะไม่ยอมคุยกับฉันอีก”

“ไม่เป็นไรแล้วนะ ไม่เป็นไรแล้ว”

เยนาเอื้อมมือขึ้นลูบหัวเจ้าหมาตัวใหญ่ ที่พูดอู้อี้เพราะยังร้องไห้ไม่หยุด เธอพูดปลอบใจยูจินอีกหลายคำกว่าจะทำให้ยูจินหยุดร้องได้ จนหิมะแรกของปีโปรยปรายลงมาทำให้ยูจินยอมเงยหน้าขึ้นมองฟ้าไปพร้อม ๆ กับเธอ

“ยูจินอา ปีที่แล้วตอนหิมะแรกมา ฉันก็อยู่กับเธอใช่มั้ย”

“อือ เธอกำลังยืนกินออมุกอยู่แล้วหิมะก็ตก”

“จริงด้วยจำได้แล้ว เธอความจำดีจัง”

“ถ้าเป็นเรื่องเธอ ฉันก็จำได้หมดแหละ”

อย่ามาพูดเหมือนเป็นเรื่องทั่ว ๆ ไปแบบนั้นได้มั้ยล่ะยูจินอา.. ฟังไปฟังมาเริ่มเขินแล้วนะ..

“เยนาเป็นอะไรรึเปล่า ทำไมทำหน้าแบบนั้นล่ะ”

“เอ่อ.. ฉันหิวน่ะ พอเธอพูดถึงออมุกฉันก็หิวเลยอะ ไปหากินออมุกกันนะ”

“ก็เอาสิ.. เอ่อ.. พอกินเสร็จแล้วอยากไปนอนดูซีรี่ส์ที่ห้องฉันมั้ย เรื่องที่เธอชวนวันก่อนน่ะ”

เยนาอมยิ้มให้กับท่าทีประหม่าของยูจิน แค่ชวนไปดูซีรี่ส์ต้องประหม่าขนาดนี้เลยหรือไง นี่เธอคิดอะไรมากกว่าดูซีรีส์รึเปล่ายูจินอา~

“นี่เธอชวนฉันไปห้องเธอเหรอ”

“อืม”

“นี่มีอะไรแอบแฝงรึเปล่า”

“อะไรแอบแฝงอะ?”

“ก็เธอเพิ่งบอกว่าไม่ได้คิดกับฉันแค่เพื่อน แล้วก็ชวนฉันไปห้องเธอสองต่อสอง คิดอะไรรึเปล่ายูจินอา”

“เปล่านะ! ไม่ใช่อย่างนั้น ถ้าเธอไม่อยากไป..”

“ฮ่า ๆ ๆ เธอตลกจังแค่นี้ก็ต้องลนลานด้วย งั้นตามนี้แหละไปกินออมุกแล้วก็ไปห้องเธอกัน”

“เธอไม่ได้กลัวฉันใช่มั้ย..”

“กลัวเธอ? กลัวทำไมล่ะ”

“ก็ที่เธอบอกเมื่อกี้”

“นี่เธอคิดแบบนั้นจริงเหรอ นี่ชวนฉันไปห้องเพราะคิดอะไรแปลก ๆ อยู่จริงอะ”

“ไม่ใช่นะ ฉันแค่อยากอยู่กับเธอ.. แต่ถ้าเธอกลัวจะไม่ไปก็ได้นะ”

ไม่น่าไปแหย่ยูจินเลย เธอแค่แกล้งพูดไปอย่างนั้นเอง คิดไปไกลใหญ่โตแล้วมั้งเนี่ย..

“คิดมากไปแล้ว ฉันแค่แกล้งเธอเล่นก็แค่นั้นเอง ฉันจะกลัวเธอได้ยังไงล่ะ ไปกันเถอะยูจินอา ตรงนี้หนาวจะตาย”

ยูจินจับมือของเยนาที่ยื่นมารอไว้อยู่ตรงหน้า พลางคิดว่าถ้าอยากจะขอจับมืออุ่น ๆ ของเยนาเอาไว้ตลอดไปเยนาจะว่าอะไรรึเปล่านะ..





“เมื่อกี้พี่ก็สั่งแพนเค้กเหมือนกันเหรอ?”

“ใช่ค่ะ”

“นี่พี่สั่งแพนแค้กมากิน?”

“ก็ใช่สิคะ”

“เกิดอะไรขึ้นล่ะเนี่ย”

“พี่ก็แค่อยากกินเหมือนแฟนก็แค่นั้น ไม่ได้เหรอ”

“ได้ แต่พี่อย่ามาคาดหวังให้ฉันกินกาแฟโคตรขมแบบพี่นะ บอกตรง ๆ ว่าทำไม่ได้”

“ฮ่า ๆ ๆ อันนี้พี่รู้อยู่แล้วค่ะ”

วันนี้อึนบีจะกลับห้องตัวเอง กาอึนจึงตั้งใจว่าจะพาอึนบีมากินแพนเค้กก่อนแล้วค่อยไปส่งอึนบีที่ห้อง เธออยากทำเหมือนเมื่อก่อนตอนเดทกันใหม่ ๆ ที่เธอมักจะไปส่งอึนบีที่หน้าห้องตลอด จนอึนบีใจอ่อนยอมให้เข้าไปส่งถึงข้างในห้องนั่นแหละ

กาอึนเงยหน้าอ้าปากรับแพนเค้กที่อึนบีตัดมาจากจานตัวเองเข้าปากไป อึนบีก็ยังเป็นอึนบี เวลากินอะไรที่เจ้าตัวคิดว่าอร่อยก็ต้องเอามาแบ่งให้เธอ ถึงในจานเธอจะมีแพนเค้กอยู่แล้วอึนบีก็ยังตัดแพนเค้กของตัวเองมาป้อนให้อยู่ดี ซึ่งเธอก็รับแพนเค้กที่อึนบีป้อนมาด้วยความยินดี เธอรู้อยู่แล้วว่าน้องจะทำแบบนี้เลยสั่งแพนเค้กของตัวเองให้น้อยกว่าของอึนบีอยู่ชิ้นนึง

มื้อสายผ่านไปได้ด้วยดี เธอเดินมาส่งอึนบีถึงหน้าห้องอย่างที่ตั้งใจ

“ขอบคุณนะคะที่มาส่ง”

“เปลี่ยนจากคำขอบคุณเป็นอย่างอื่นได้มั้ยคะ”

“พี่อยากได้อะไรล่ะ”

กาอึนไม่ตอบแต่มองซ้ายมองขวาพอเห็นว่าปลอดคนก็ก้มลงจูบอึนบีทันที

“อย่าทำหน้าเศร้าแบบนั้นสิ พี่อยากเข้ามาก่อนมั้ย”

เธอจับมือน้องที่ลูบแก้มเธออยู่ขึ้นมาจูบ

“ไม่เป็นไรค่ะ พี่กลัวว่าพี่จะงอแงกับอึนบีมากกว่าเก่า”

“พี่..”

“เอาเป็นว่า อย่าลืมคิดถึงพี่นะคะ”

“อื้อ เหมือนกันนะ พี่ก็อย่าลืมคิดถึงฉันนะ”

“พี่ต้องคิดถึงอึนบีอยู่แล้วล่ะ รีบกลับมานะคะ”

อึนบีกอดพี่กาอึนของเธออีกครั้งก่อนจะเปิดประตูเข้าห้อง ห้องที่เธออยู่มาหลายปีแต่ตอนนี้เธอขนข้าวของไปห้องใหม่เกือบหมดแล้วจึงทำให้ห้องดูโล่งผิดหูผิดตา ไม่ใช่ว่าเธอไม่อยากย้ายไปอยู่กับพี่กาอึนนะ เหตุผลที่เธอบอกพี่เค้าไปแล้วก็ส่วนหนึ่ง แต่อีกเหตุผลนึงคือเธอยังอยากให้เราลองดูก่อน พี่กาอึนน่ะเมื่อก่อนก็เกเรอยู่ไม่น้อย อะไรที่เธอไม่พูดก็ไม่ใช่ว่าไม่รู้หนิ.. ถึงตอนนี้พี่เค้าจะทำตัวดีขึ้นมากก็เถอะ แต่เพราะไม่อยากจะเป็นของตายที่พี่เค้าคิดว่ากลับมายังไงก็จะมีเธอรออยู่ที่บ้าน เธอจึงสร้างระยะห่างนิดหน่อยขึ้นมาให้เราได้มีเวลาทบทวนและคิดถึงกัน ดูซิว่าพี่เค้าจะอดทนได้จริงมั้ย จะคิดถึงเธอแค่คนเดียวเหมือนที่เธอคิดถึงเค้าแค่คนเดียวมาตลอดได้รึเปล่า ถ้าพี่เค้าทำได้เธอก็ไม่เล่นแง่อะไรอีก จะทำตามความต้องการของหัวใจย้ายไปอยู่กับพี่เค้าเต็มตัว

ดูอย่างเมื่อกี้ทั้งที่เธอตั้งใจเอาไว้ซะดิบดีแต่พอเห็นสายตาของพี่เค้าแล้วก็เกือบจะบอกออกไปว่าเข้ามานอนกอดกันข้างในเถอะนะ ไม่อยากไปไหนไกลจากพี่แล้ว

เห้อ.. พี่นอนคิดถึงฉันสักวันสองวันละกันนะ พอฉันกลับไปพี่ค่อยบอกว่าคิดถึงฉันแค่ไหน ให้ฉันได้ชื่นใจก็แล้วกัน





หลังจากเรื่องที่สวนสาธารณะวันนั้นเยนาก็เริ่มทำตัวไม่ถูกเมื่ออยู่ต่อหน้ายูจิน เธอรู้สึกเคอะเขินขึ้นมาแปลก ๆ เมื่อเข้าใจแล้วว่าสายตาที่มองมาของยูจินหมายความว่าอะไร

วันนี้เธอกับยูจินเลิกงานแล้วออกมาหามื้อเย็นกินกันในย่านมหาวิทยาลัย เพราะในย่านนี้จะมีร้านอาหารราคาย่อมเยาอยู่มาก ร้านที่เราเลือกวันนี้เป็นบุฟเฟ่ต์หมูย่างราคาน่าคบหา เธอชวนพี่อึนบีแล้วตอนกินข้าวกลางวันด้วยกัน พี่อึนบีบอกว่าไม่ว่าง ส่วนพี่กาอึนพอได้ยินพี่อึนบีบอกว่าไม่ว่างก็ไม่ว่างไปตาม ๆ กันซะอย่างนั้นแหละ สงสัยมีนัดจะไปไหนกันสองคนล่ะมั้ง..

หลายวันมานี้เธอกับยูจินอยู่ด้วยกันจนเรียกได้ว่าตัวติดกันสุด ๆ เราออกไปเดินเล่นหาอะไรกินทุกวันหลังเลิกงาน ยูจินดูจะยิ้มเก่งขึ้นส่วนเรื่องอื่นนั้นยูจินก็ปฏิบัติกับเธอเหมือนเดิมเพิ่มเดิมคือดวงตาคู่นั้นที่มองมามันไม่เศร้าเท่าเมื่อก่อนแล้ว ซึ่งเธอก็เพิ่งจะสังเกตและเห็นอะไรได้ชัดเจนว่าการกระทำของยูจินว่ามันพิเศษ กว่าเพื่อนทั่ว ๆ ไปมากแค่ไหน ความใส่ใจของยูจิน ความใจดีที่มีให้เธอ เธอมองข้ามเรื่องพวกนี้ไปได้ยังไงนะ

เธอเคยทำตัวสบาย ๆ ตอนอยู่ต่อหน้ายูจิน อย่างกินอาหารได้เต็มที่ไม่ต้องมีมาด แย่งขนมชิ้นสุดท้ายในจาน แข่งกันกินว่าใครจะกินได้เยอะกว่าอะไรแบบนั้น แต่ตอนนี้เธอไม่กล้าทำแบบนั้นแล้ว..

มาเริ่มตอนนี้ก็คงไม่แปลกใช่มั้ย.. ใคร ๆ ก็อยากเป็นผู้หญิงตัวเล็ก ๆ น่ารัก กินน้อย ๆ ต่อหน้าคนที่ชอบทั้งนั้นแหละ

“สั่งอีกสิ”

“ไม่เอาแล้วล่ะ”

“เธออิ่มแล้วเหรอ”

“อะ..อืม”

“แปลกจัง ปกติเธอกินเยอะกว่านี้นะ ไม่สบายรึเปล่าเยนายา”

“บ้า ปกติฉันกินน้อยนะ”

“อือ น้อยกว่านักกินจุนิดนึงอะ”

“ยูจิน!”

“กินอีกสิ กินน้อยแบบนี้เดี๋ยวตอนกลางคืนหิวนะ”

“…”

ยูจินคีบเนื้อหมูชิ้นที่มีขอบเกรียม ๆ อย่างที่เยนาชอบยื่นไปให้ แต่เยนาไม่สนใจหันหน้าหนีไปอีกทาง

“หรือว่าเธออยากกินขนม เราออกไปหาขนมกินกันมั้ย”

“ไม่เอา”

“งั้นก็กินต่ออีกหน่อยสิ เธอยังไม่อิ่มหรอก”

“…”

“เยนายา เธอโกรธฉันเหรอ”

“…”

“นี่ คุยกันหน่อยสิ”

อา.. โดนงอนแล้วใช่มั้ยแบบนี้.. ยูจินพยายามทำหน้าตาน่าสงสารที่สุดเท่าที่จะทำได้เพื่อให้เยนาเห็นใจและยอมคุยด้วย แม้ว่ายังไม่รู้ว่าโดนงอนเรื่องอะไรก็เถอะ

“ก็เธอว่าฉันอะ!”

“เรื่องกินอะนะ”

“เออ! เธอหาว่าฉันกินจุ”

“เอาจริงดิ”

“ก็เออสิ นี่จะหาเรื่องกันใช่มั้ยห้ะ?”

“เปล่า ๆ ฉันแค่งง”

“งงอะไร”

“ก็เธอภูมิใจในตัวเองมากเลยนะที่กินได้เยอะกว่าคนอื่น พี่อึนบีเคยบอกว่าเธอเป็น ‘ชเวโซเนะ’ เธอก็ภูมิใจออก ตอนนี้ไม่ชอบแล้วเหรอ”

“ก็นั่นมันพี่อึนบีหนิ..”

“แปลว่าพี่อึนบีพูดได้คนเดียวเหรอ”

“เปล่า”

“แล้วมันยังไงล่ะ ฉันไม่ค่อยเข้าใจเท่าไหร่”

“เธอนี่มัน..”

เห้อ.. ยูจินก็พูดถูก เธอภูมิใจในทักษะการกินของตัวเองมาก เธอกินได้เยอะและอ้วนยากกว่าคนอื่น กินเยอะขนาดที่พี่อึนบีเรียกชื่อเธอเหมือนนักกินจุซึ่งเธอก็รู้สึกว่ามันตลกดี แต่มันไม่เหมือนกันหนิ ก็พี่อึนบีเป็นพี่ แต่ยูจินน่ะเป็น..

โอ๊ย! ยูจินนี่ซื่อบื้อจริง ๆ เลย!

“ก็ฉันไม่อยากเป็นแบบนั้นแล้ว”

“ไม่อยากเป็นอะไร”

“ไม่อยากเป็นผู้หญิงกินเยอะ”

“ทำไมล่ะ”

“โอ๊ย! ทำไมแค่นี้ก็ไม่เข้าใจนะ! เธอชอบผู้หญิงกินเยอะหรือไงยูจิน”

“อือ ชอบ”

“เห็นปะ! เธอก็ไม่.. เมื่อกี้ว่าอะไรนะ”

“ฉันบอกว่าชอบ ชอบผู้หญิงที่กินเก่ง ๆ”

“ทะ..ทำไมล่ะ”

“แล้วทำไมฉันต้องชอบคนกินน้อย ๆ ด้วยล่ะ”

“ก็ปกติผู้หญิงกินน้อย ๆ ดูน่ารักไม่ใช่เหรอ”

“นั่นมันความคิดผู้ชายรึเปล่า ที่มองว่าผู้หญิงควรกินน้อย ๆ น่ะ คนเราถ้ากินไม่อิ่มจะมีแรงทำงานได้ยังไงล่ะ เพราะงั้นฉันไม่ได้คิดแบบนั้นหรอก”

“ก็จริงนะ ตอนฉันหิวฉันทำงานไม่ได้หรอก”

“ใช่มั้ยล่ะ แล้วอีกอย่างนะคนที่กินน้อย ๆ เวลาไปกินบุฟเฟ่ต์ด้วยกันน่ะไม่สนุกเลย เวลาไปกินบุฟเฟ่ต์ก็ต้องกินให้คุ้มสิ มานั่งทำหน้าประมาณ ‘ยังไม่อิ่มอีกเหรอ’ ใส่น่ะทำลายบรรยากาศการกินมากเลย”

“จริง!”

“ถ้าเยนาเห็นด้วยก็กินต่อเถอะนะ เรามากินบุฟเฟ่ต์กันเธอจะปล่อยให้ฉันกินคนเดียวจริงเหรอฮึ?”

“ก็…”

“นะ.. กินเป็นเพื่อนฉันหน่อยนะ”

“งั้น.. ฉันกินต่อก็ได้”

“มันต้องแบบนั้นสิ กินเยอะ ๆ เลยนะ”

“อื้อ”

เยนาตอบพลางยิ้มกว้างให้ยูจิน และกินหมูย่างอย่างเอร็ดอร่อย ในเมื่อยูจินพูดแบบนี้เธอก็ไม่ต้องกินแบบบีบกระเพาะแล้วสินะ ยูจินนี่สุดยอดเลย!

ในขณะที่เยนากลับมากินหมูย่างอย่างร่าเริง ยูจินก็ห่อหมูกับผักแล้วยื่นให้เยนา เยนาดูแปลกใจนิดหน่อยแต่ก็ยอมกินเข้าไป เธอเข้าใจที่เยนาดูแปลกใจ เพราะเราน่ะไม่เคยทำอะไรแบบนี้ให้กันหรอก เพื่อนกันมันก็มัวแต่ก้มหน้าก้มตาแย่งกันกินแหละ ถึงเมื่อก่อนเธอจะอยากทำให้แค่ไหนก็ไม่กล้า กลัวว่ามันจะดูแปลก ๆ แต่ตอนนี้น่ะเธอได้รู้แล้วว่าเยนาไม่ได้รังเกียจอะไรกับความรู้สึกที่เธอมีให้ ดังนั้นขอทำตามใจตัวเองหน่อยจะเป็นไรไป

ตอนเยนาไม่กล้ากินเยอะเพราะกลัวจะดูไม่น่ารักต่อหน้าเธอน่ะน่าเอ็นดูมาก ๆ เลยล่ะ เธอก็คงมีความสำคัญอยู่บ้างล่ะนะ เยนาถึงได้คิดแบบนี้อยากจะดูดีต่อหน้าเธอ แต่เธออย่างให้เยนาสบายใจมากกว่า อยากให้เป็นตัวเองเหมือนที่เคยเป็นมา เป็นเยนาที่เธอหลงรักคนนั้น..

ที่เยนาบอกกับเธอว่าอยากให้เรื่องของเราค่อยเป็นค่อยไปน่ะ เธอรู้ว่าเยนาอยากได้เวลาในการปรับตัว ตอนนี้เราเป็นอะไรกันสถานะมันยังไม่ชัดก็ไม่เป็นไร ขอให้เธอได้อยู่ดูแลเยนา และให้เยนารู้ว่าเธอมีใจแค่นี้ก็ดีกว่าที่คิดเอาไว้มากแล้ว

“ยูจินอา”

เยนาที่กำลังหน้าแดง ยื่นหมูห่อผักมาให้แล้วเรียกเธอให้หันมาสนใจเจ้าห่อนั่น นี่เยนาห่อหมูกับผักให้เธออย่างนั้นเหรอ..

“ให้ฉันเหรอ”

“เออ! จะกินไม่กินอะ”

“กินค่ะ ขอบคุณนะคะ”

ยูจินบ้า! จะมาคะขาใส่ทำไม ดู ๆ ยังจะมายิ้มให้อีก ไม่รู้หรือไงว่าใจเหลวไปถึงไหนต่อไหนแล้วอะ!!




TBC




คิดถึงกันมั้ยคะ :)

ขอโทษที่หายไปนานนะคะ พอดีหนีไปเที่ยวมาค่ะพอกลับมาก็ร้อนมากกกกกร้อนจนเลือดเดือดสติแตก ทำไมมันร้อนขนาดนี้!!! ร้อนจนแทบคิดอะไรไม่ออกเลยล่ะค่ะ..


เผื่อใครคิดภาพตามไม่ได้ แพดดิ้งคือเสื้อแหนมตัวยาว ๆ ที่เวลาใส่แล้วเหมือนเพนกวินอะค่ะ ซึ่งเราชอบเรียกแพดดิ้งว่าเสื้อเพนกวิน 55555


ถึงผู้อ่านทั้งหน้าเก่าและหน้าใหม่ ขอบคุณสำหรับ 🧡 และคอมเมนต์นะคะ คนเขียนรู้สึกมีกำลังใจ อ่านแล้วคิดยังไงบอกได้ค่ะ ไม่ต้องเขินอายนะคะ จุ๊บ ๆ



อยากมาคุยกันมาได้ค่ะที่

@705NCS

#กาอึนบีเชิ้ตสีขาว



ขอบคุณที่ติดตามและรอคอย♥️

แล้วพบกันใหม่ตอนหน้าค่ะ💋



ป.ล. อยากกินน้ำแข็งไสทั้งวันเลย





SHARE
Written in this book
White Shirt
แพนเค้กก็อร่อยดี แต่อึนบีอร่อยกว่านะ
Writer
NCS
Storyteller
วิชาการบางวัน ที่เหลือนั้นขี้ชิป #กาอึนบีเชิ้ตสีขาว

Comments

nmmmmmmmm
1 year ago
แงงง ดีใจจจ ในที่สุด จุดพรุๆๆๆ🎉🎉 ตอนยูจินสารภาพความใจในเราอ่านไปน้ำตาไหลไปเลยค่ะอินสุดๆ 5555 หลังจากนี้ก็อย่าทะเลาะกันอีกเลยน้าา
Reply
cynbestthing
1 year ago
เป็นตอนที่อ่านแล้วรู้สึกแฮปปี้ที่สุดเลยค่ะ เยนยุจน่ะกำลังไปได้ดีเลย ในที่สุดยูจินก็สารภาพไปแล้ว แถมเยนาใจก็ตรงกันอีก แงงงงง ลุ้นมากกก ลุ้นแทบตายว่าเมื่อไหร่คู่นี้จะแฮปปี้กันสักที นี่กำลังไปได้ดีเลยค่ะ ฮรือออ เค้าน่ะเข้ามาดูทุกวันเลยนะคะว่าเมื่อไหร่ไรท์เตอร์จะมาอัพ ㅠㅠ รออ่านตอนต่อไปค่าาา 
Reply
007575
1 year ago
เค้าเข้าใจกันเเล้วดีใจกับยูจินด้วยแอบรักเพื่อนแล้วยังเหมือนจะสมหวังอีกเยนาคืออยากเป็นผุ้หญิงตัวเร้กตัวน้อยตะมุตะมิบ้างแล้วแต่คงไม่ทันละที่ผ่านมาทั้งหมด5555555555555 ส่วนพิมิ้นเราจะดูแลต่อให้เองนะคะ // คู่กาอึนบีคือหวานไม่หยุด นึกว่าอึนบีมีเหตุผลอะไรเป็นเพราะแบบนี้เอง ยังจำตอนพี่กาอึนเกเร ฝังใจ ซากุระนี่จะไม่กลับมามีผลอะไรแล้วใช่มั้ย 
Reply
Ppppslp7
1 year ago
เยนาคือตล๊กตลกกกกก มีการมาใจบาง5555555 ลุ้นมากเอาที่จริง แต่ดูท่าจะไปได้ดี ฮือ ก่อนหน้านี้ก็ลุ้นมาทุกตอนว่าไรท์จะให้สองคนนี้รู้ใจกันอีพีไหน และในที่สุด ฮื้อออออ
Reply
Hao
1 year ago
ดีใจจังที่ทั้งคู่กลับมามีความสุขกัน แต่งดีมากค่ะ. เข้ามาดูตลอดว่าจะมาอัปตอนไหนขอให้อัปนิยายดีๆแบบนี้บ่อยๆนะค่ะ ชอบไรต์มากเลย เขียนมาก ขอบคุนที่อัปนะค่ะ
Reply