☀ ( 01 )
เสียงดนตรีซินธ์พรอพดังสนั่นลั่นคอนเสิร์ต แสงไฟสว่างหลายลำตัดทะลวงม่านควันประดับเวที สาดไล้ผู้คนเรือนพันตรงหน้า ก่อนจะวาบเข้ามาเต็มดวงตาสองหนุ่มสาว ทั้งคู่ยืนแนบชิด ต่างฝ่ายต่างเอียงหัวพูดใกล้ๆ หูของอีกฝั่งเพื่อสื่อสารกัน

"อ๋อก็ว่าอยู่ รู้สึกว่าเราหน้าคุ้นๆ มากๆ เหมือนเคยเจอซักที่แต่จำไม่ได้ เราชื่อไรนะ?"

"ซันค่ะ"

"ชื่อคล้ายผู้ชายเลย"

"จริง ใครๆ ก็บอกงี้ แต่ไม่ใช่ซันที่แปลว่าลูกชายนะ เป็นซันที่แปลว่าพระอาทิตย์ แล้วพี่อะคะ ชื่อไร?"

"พี่ชื่ออันไตเติ้ลครับ เรียกว่าอันก็ได้"

"ไม่เคยได้ยินใครใช้ชื่อนี้เลย"

"แปลกใช่มะ ตอนเกิดพ่อเค้าอยากให้พี่มีอิสระในการตั้งชื่อน่ะ ก็เลยตั้งว่าไม่มีชื่อไว้ก่อน ค่อยรอให้เราเปลี่ยนตามใจชอบตอนที่เราโตแล้ว"

"แล้วพี่ไม่เลือกชื่อใหม่หรอ?"

"พี่ชินกับมันแล้วแหละ แล้วก็ขี้เกียจคิดชื่อใหม่ด้วย อีกอย่าง ชื่อนี้มันอาจจะแปลก แต่มันก็ไม่ได้แย่นะ"

"โอเคค่ะพี่อัน ยินดีที่ได้รู้จักนะ ถึงจะควรรู้จักกันตั้งนานแล้วก็เหอะ เหอะๆ"

"ไม่ช้าไปหรอก ยินดีได้รู้จักเหมือนกันนะซัน"

การตื่นของร่างกายเหวี่ยงหัวพี่ให้หมุนจนเคว้ง เพราะต้องกลับมายอมรับว่า แกจากไปแล้วจริงๆ

"นี่เรื่องจริงเหรอวะซัน? แกจะไม่กลับมาแล้วจริงๆ เหรอวะ?"

พี่เอาแต่ถามตัวเองซ้ำๆ ทั้งที่ก็รู้คำตอบอยู่แก่ใจ ไอเต้ปลุกพี่ตื่นขึ้นตอนหกโมง ใช่ เต้เพื่อนพี่ คนที่เคยชอบแกตอน ม.ปลายนั่นแหละ มันยอมขับมาจากลำปางเพื่อมางานแกเลยนะ เราขับรถออกนอกเมือง มุ่งตรงไปหาแกที่วัดกันแต่เช้าตรู่ วันนี้กรุงเทพฟ้าหม่น ห่มทั้งเมืองให้กลายเป็นสีเทา ถ้าเกิดขึ้นวันอื่นพี่จะชอบมากๆ แต่วันนี้ชอบไม่ลงจริงๆ ละนี่พี่ใส่เสื้อดำวง เดอะ เยอรส์ ที่แกบ่นว่าอยากได้มาด้วยนะ เสียดาย น่าจะยกให้ตอนแกยังอยู่ เพราะเค้าคงไม่ทำลายนี้ออกมาขายอีกแล้ว

เมื่อเย็นวาน ตอนโทรศัพท์ดังขึ้น แม่แกก็บอกข่าวร้ายกับพี่ แต่ไม่คิดว่าเค้าจะชวนพี่ด้วยตัวเอง เพราะแกกับพี่ก็เพิ่งมารู้จักกันตอนปีก่อนนี่เอง แล้วก็ไม่ได้สนิทกันขนาดนั้นด้วย แต่ขอโทษนะ ที่เมื่อวานพี่ไปงานแกไม่ได้ มันยังไม่พร้อมรับความจริง จริงๆ ว่ะ และตอนนี้ก็ใช่ว่าจะทำใจให้ยอมรับได้หรอก แต่ก็ควรต้องไปซะที

เพลง เดอะ ทัวริสต์ ของ เรดิโอเฮท คืบคลานเชื่องช้าไปทั่วศาลาวัด กดใจพี่ให้จมฮวบลงทันทีที่ไปถึง คงไม่ใช่เรื่องบังเอิญแน่ เพราะแกชอบวงนี้เอามากๆ แต่น่าแปลกใจที่มันถูกเปิดขึ้นมากกว่า ก็คงจากคนใกล้ตัวแกนั่นแหละ ที่รู้ใจว่าแกอยากฟังเพลงอะไรตอนขยับไปไหนไม่ได้ จำได้ว่าแกอยู่ฟังมันได้ทั้งวัน จนหลายครั้งพี่ต้องยอมแพ้ให้แก่ความหลอน พี่เอาแต่ก้มหน้าก้มตา แม้แต่รูปของแกก็ยังไม่กล้ามองนาน ใจมันหายวาบตั้งแต่วินาทีแรกที่ได้เห็น แกควรจะเรียนจบ ทำงาน รับรสหวานขมของชีวิตที่เข้มข้นกว่านี้ อยู่ฟังดราม่ารักที่ไม่สมหวังระหว่างพี่กับพีซไปเรื่องๆ จนกว่าพี่จะลืมเค้าได้เสียที แค่ว่าตอนนี้พี่ยังไม่รู้สาเหตุที่แกจากไปเลย

นอกจากกลุ่มนักศึกษา ซึ่งน่าจะเป็นเพื่อนจากคณะเภสัชฯ ที่แกเรียน แขกชุดดำหลายคนในงานก็หน้าคุ้นเสียเหลือเกิน พวกเขาดูเป็นผู้ใหญ่ขึ้น ต่างกันลิบลับจากสมัยมัธยมเมื่อหกปีก่อน ส่วนมากก็รุ่นแก รุ่นเดียวกับพี่ก็มีบ้าง ระหว่างที่ไอ่เต้กำลังคุยกับเพื่อนเก่าเหล่านั้น จู่ๆ แม่แกก็ผ่านมาทักทาย พี่รู้ได้ในทันที เพราะหน้าเค้าคล้ายแกมากจนน่าตกใจ

"อันใช่มั้ยลูก"

"ครับ"

"แม่ซันนะ ขอบคุณที่มางานน้องนะลูก"

"ครับแม่ เสียใจด้วยนะครับ ผมก็ใจหายเหมือนกัน"

"งั้น... กินข้าวกินน้ำด้วยกันก่อนนะ แล้วเดี๋ยวแม่มีเรื่องจะคุยด้วยนิดหน่อย อันสะดวกมั้ย?"

"ได้เลยครับแม่"

พี่ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าที่แม่แกจะคุยด้วยนั้นคือเรื่องอะไร แต่ก็แปลกใจตั้งแต่ที่เค้าโทรมาบอกข่าวแกแล้ว

พี่ไปนั่งรวมกับพวกเพื่อนเก่า รู้จักบ้าง ไม่รู้จักบ้าง แต่คุ้นหน้าทุกคน ต่างคนต่างบอกเล่าเรื่องที่เคยได้สัมผัสแก ในช่วงเวลา และมุมมองที่ต่างกัน ซึ่งเหตุการณ์เหล่านั้น พี่ไม่สามารถมองเห็นแกได้ด้วยความทรงของตัวเอง แน่ล่ะ ก็ตอนนั้นเราไม่รู้จักกันหนิ มีคนหนึ่ง บอกว่าอยู่กับแกวันที่โรงอาหารไฟไหม้ จำได้ดี มันเป็นเช้าที่อากาศหนาวมาก ไร้แสงแดดไม่ต่างจากวันนี้ พี่เหม่อผ่านหน้าต่างห้อง ม.6/3 ลงไป เห็นกลุ่มเด็กสาวหลายสิบคนวิ่งกรูกันออกจากใต้โถงโรงอาหาร มายืนระเกะระกะตรงลานเคารพธงชาติ แล้วชี้มือชี้ไม้ย้อนขึ้นไปเหนือหลังคาอาคารชั้นบนสุด พวยควันสีดำใหญ่ยักษ์โหนตัวสูงขึ้นพร้อมกับเสียงร้องของ *ทอม ยอร์ก บนศาลาวัดจนทำพี่ขนลุก แกคือหนึ่งในเด็กสาวเหล่านั้น นั่นก็เรื่องหนึ่ง ส่วนไอ่เต้ มันจำแกได้แทบทุกกระเบียดนิ้ว มันเล่าว่าทุกเช้า แกจะชอบเดินตัวคนเดียว สวมหูฟัง เข้าไปสั่งโกโก้ที่ร้านเบเกอร์รี่อยู่เป็นประจำ อยากรู้จังตอนนั้นแกฟังเพลงอะไร จะเหมือนตอนนี้มั้ย หรือเป็นแบบสมัยนิยม มันยังบอกว่าแกเป็นคนเดียวในกลุ่มเพื่อนที่ไม่ใช้แบล็กเบอร์รี่ แทบลืมไปเลยว่าเคยมีมือถือยี่ห้อนี้อยู่ด้วย แล้วในเอ็มเอสเอ็น เราเคยแอดเมล์กันไว้รึเปล่านะ เพราะตอนนั้นพี่ไล่แอดทุกตารางเมล์ จากทุกห้องเอาไว้หมด ไม่สนหรอกว่าจะได้คุยหรือไม่คุย มีเยอะไว้ก่อน ก็เป็นพอ ถ้าย้อนเวลากลับไปตอนนั้นได้ เราคงจะมีเวลาร่วมกันมากกว่านี้เนาะ แล้วแม่แกก็มาเรียกพี่ไปคุยแค่ลำพัง

"อัน เราสนิทกับน้องใช่มั้ยลูก?"

"ก็ไม่ขนาดนั้นหรอกครับ ผมเพิ่งจะมารู้จักกับซันปีก่อนนี้เอง"

"อ้าว งั้นเหรอ แม่ก็นึกว่าสนิทกับน้องมานาน รู้ว่าเคยเรียนโรงเรียนเดียวกันมาด้วย...คือซันเค้าฝากนี่ไว้ให้เราน่ะ นอกจากเขียนถึงครอบครัว ก็มีฉบับนี้น่ะแหละ ที่เค้าฝากไว้"

แล้วแม่แกก็ยื่นจดหมายซองหนึ่งมา บนซองมีลายมือเขียนว่า 'แม่ ถ้าซันตาย ฝากเอาให้พี่อันด้วย' พร้อมกับเบอร์มือถือใต้ข้อความนั้น พี่รับมาแบบงงๆ และเปิดอ่าน




พี่อัน เราเสียใจนะ ที่สุดท้ายแล้วเป็นแบบนี้ เราคิดมาก่อนแล้วว่าซักวันมันต้องเกิด เราถึงเขียนจดหมายนี้เตรียมไว้ก่อนไง
 
เรายังอยากเจอพี่อยู่นะ หวังว่าพี่คงตามมาเจอเรา วิธีการเราว่าพี่รู้อยู่แล้ว ไม่ต้องกลัวหรอก ทุกอย่างจะราบรื่น และพี่จะได้รู้ซักทีว่านี่แค่เริ่มต้น


                                                                                                    แล้วเจอกันนะพี่

                                                                                                                  ซัน 




 
เหมือนมีกระแสไฟฟ้าแล่นผ่านทั้งตัว จนขนแขนพองขึ้นอีกครั้ง พี่ไม่เข้าใจ ทำไมแกถึงเขียนไว้แค่นี้ แล้วจะให้พี่ไปเจอแกที่ไหน ก็แกตายไปแล้ว?!

“ขอโทษนะครับแม่ ผมจะขอถามได้มั้ยว่า... เกิดอะไรขึ้นกับซันเหรอครับ?”

พี่ถามแม่แกอย่างระมัดระวัง ไม่ให้ไปกระทบความรู้สึกเค้ามากที่สุด ถึงจะอย่างนั้น หน้าเค้าก็ซีดลงอยู่ดี เค้าหลบตา แสดงอาการลำบากใจอยู่หลายวินาที ก่อนจะบอกความจริงกับพี่

“ซันกินยาฆ่าตัวตายลูก”




*ทอม ยอร์ก นักร้องนำวง เรดิโอเฮท


SHARE
Written in this book
U n t i t l e d
Writer
Ed_Alternative
Memories Editor
ชายผู้หมกมุ่นในการสังเคราะห์ความจริงเทียม และ นักทฤษฎีสมคบคิดเฉพาะทางด้านความรู้สึก

Comments