ไม้ตักกระดาษ
ไม้ตักกระดาษ กับ ความรู้สึกของคน อะไรมันบอบบางกว่ากันนะ?เวลาที่เราไปเดินงานเทศกาลต่างๆ ในช่วงต้นปีปลายปี 
แทบทุกครั้งเรามักจะได้เห็น รถไฟเหาะขนาดเล็กๆ รถบัมพ์ ซุ้มปาลูกดอก ซุ้มยิงปืน
และอีกหลายเกม ที่ดูเหมือนจะทำมาให้หน้าม้าเล่นเท่านั้น
แต่มีอยู่หนึ่งเกมที่ฉันชื่นชอบ 
เกมที่ไม่ว่าใครจะเล่น ก็จะตรึงคนดูนับสิบ ได้เกือบชั่วโมง
โดยเฉพาะหากคนนั้นมีฝีมือฉมัง รับรองว่าคนมุงทั้งงานแน่ๆ 
และมั่นใจว่าเมื่อไหร่ที่ได้เจออีกครั้ง ฉันก็ยังยินดีที่จะใช้เวลาเรื่อยเปื่อยเพื่อเฝ้ามอง
ถึงแม้สมัยนี้ฉันจะไม่เคยเห็น "ช้อนปลาทอง หรือ ตักปลาทอง" อีกเลยก็ตาม

วัน
สัปดาห์
เดือน
นานจนกลายเป็นหลายปี ที่เรื่องราวพวกนี้ห่างหายไปจากความคิดของฉัน
แต่แล้วจู่ๆ...วันนี้มันก็กลับโดนรื้อประวัติขึ้นมาซะดื้อๆ
ในขณะที่ฉันกำลังเศร้า จากลมปากใครบางคน
ในขณะที่หัวใจเกิดแผลถลอก จากภาพเหตุการณ์บางเรื่อง
ในขณะที่เรื่องราวทุกอย่างยังคงประดังกันเข้ามาไม่เว้นช่วง
ในขณะนั้น...
ฉันที่กำลังคิดเรื่อยเปื่อย ตามแต่สภาพของแรงใจที่หลงเหลือจะเพ้อเจ้อไปได้ไหว
มันเริ่มต้นที่ความรู้สึกแย่ๆ ขยายออกมาเป็น คำถาม
คำถามว่าทำไมเรื่องพวกนี้ถึงเยอะแยะเหลือเกิน
คำถามที่ว่าฉันแบกรับเรื่องเหล่านี้ได้ไหวแค่ไหนกัน
จนไปถึงคำถามที่ว่า...
ไม้ตักกระดาษ กับ ความรู้สึกของคน อะไรมันบอบบางกว่ากันนะ?

ฉันก็ตอบไม่ได้เหมือนกันนะ ?
ทำได้เพียงคาดเดาต่างๆนาๆ 
อาจจะพอกัน หรือ ที่ตักอาจจะทนกว่า...รึเปล่า?
แต่สิ่งที่เหมือนกันมันก็มีนะ 
คือทั้งสองสิ่งมักจะถูกทำร้าย ทำลายอยู่ประจำๆเลย...ว่างั้นไหม?

บางทีเราอาจจะเปรียบเทียบชีวิต กับ เกมช้อนปลา ก็ได้นะ
หากเราเจอคนที่ใส่ใจในความบางของกระดาษ เขาก็จะหาวิธีที่จะทำให้เราอยู่กับเขาในนานที่สุดเอง
แต่ บางคนก็ไม่ใส่ใจในส่วนนั้นเลย เพราะเขารู้ว่ายังมีที่ตักอันใหม่ให้ใช้เสมอๆ 
ในแง่ความรู้สึกของเรา ก็คงจะคล้ายๆกัน 
เพียงแต่ว่า  
หากเป็นเรื่องของความรู้สึกล่ะก็ 
"เราไม่รู้จำนวนครั้งหรอกนะ" 
ระวังมันจะหมดลงซะก่อนแล้วกัน
 
SHARE
Written in this book
Emotion 
Writer
KonKean
Rookie Writer
Hi, I'm jame. 22 years old (23/03/1997) I love travel, culture, nature, photography and music. nice to meet yall.

Comments