ซอยเดียวกัน และเรื่องสั้นเรื่องแรก
ในช่วงเวลาของการเป็นวัยรุ่น 
วัยกำลังโต วัยกำลังค้นหาตัวเอง วัยที่กำลังหัดเรียกร้องความสนใจจากสังคมที่ตัวเองอยู่ 

แทบทุกคนคงเคยมีช่วงเวลา ‘เห่อ’ เป็นของตัวเองกันบ้างไม่มากก็น้อย

ช่วงเวลาความเห่อในตอนนั้นของเราคือการได้แอบชอบใครคนนึงเป็นครั้งแรก ฮีเป็นแบดบอย ลูกนักการเมืองท้องถิ่น (แหม เล่นของสูงใช้ได้) ติดนิยาย หัดเล่นโซเชียล และได้รู้จักเว็บเด็กดี 

ด้วยความสามารถทางด้านวิชาภาษาไทยในตอนนั้น

 การันตีด้วยรางวัลแต่งกลอนวันวิทยาศาสตร์อันดับ 1 กับ 2 เชียวนะ

... แต่รางวัลที่ 1 มันเป็นของเพื่อนสนิทที่เราไปแต่งกลอนให้แค่นั้นเอง 

เราเลยตัดสินใจลองเขียนนิยายขึ้นมา ประชดความไม่สมหวังของตัวเองซะเลย

แต่ในวันนี้เราไม่ได้พูดถึงนิยาย 

...เรามาพูดถึงแรงบันดาลใจของเรื่องสั้นเรื่องแรกต่างหาก

ตอนนั้นเราอยู่ประมาณม.3 ไปบังคับเพื่อนคนนึงให้ซื้อหนังสือรวมเรื่องสั้นที่อยากได้เป็นของขวัญวันเกิดให้เรา เอาจริงก็แอบรู้สึกผิดเล็กๆแฮะ

หนังสือเล่มนั้นชื่อว่า 
ซอยเดียวกัน
ถ้าคุณคิดว่ามันคือหนังสือรางวัลซีไรต์ของวาณิช จรุงกิจอนันต์ ใช่ คุณคิดถูก 

แรงบันดาลใจที่เกิดจากหนังสือ ความฝันต่างๆ ผสมปนเปกับความขี้เกียจที่ไม่อยากเขียนอะไรยาวๆเหมือนนิยาย ทำให้เราตัดสินใจใช้เวลาหลังเลิกเรียน ขลุกอยู่แต่หน้าคอม และ ’ทศลอง’ เขียนมันขึ้นมา


เรื่องราวเริ่มต้นที่นักหนังสือพิมพ์วัยเกษียณได้บังเอิญเจอสิ่งของบางอย่างในระหว่างที่กำลังรื้อค้นเตรียมย้ายบ้าน 

สิ่งที่หล่อนเจอคือแหวนเงินธรรมดา 
...จากพ่อของลูกที่หายไปในเหตุชุมนุมทางการเมือง

ตลอดเวลาหล่อนพยายามหลอกตัวเองว่าลืมทุกอย่างไปแล้ว ไม่ได้รักเขาอีกต่อไปแล้ว แต่ลูกชายที่หน้าละม้ายคล้ายพ่อเหลือเกินดันตอกย้ำว่าหล่อนไม่มีวันและไม่มีทางลืมได้

และเนื้อเรื่องก็พาย้อนเวลากลับไปตามสเตป...

แต่ตอนจบที่ตลกและดูดาษดื่นสำหรับตัวเราเองในวัย 22 คือ เขากลับมา กลับมาแบบทื่อๆ ลูกก็เข้าใจง่ายจัด พอบอกว่าเป็นพ่อก็ร้องไห้ดีใจ ยืนกอดกันกลมหน้าบ้านตามสเตป

พล็อตฟังดูน้ำเน่า นักหนังสือพิมพ์สาวต๊อกต๋อย แต่จบโทเมืองนอก พ่อเป็นเสรีไทย กับเด็กวิศวะสีเหลืองแสดหัวซ้ายจัด แถมเหตุการณ์เกิดในช่วงปี 2535 ซะด้วย 

นึกไปถึงตอนเขียน ไฟน่าจะพุ่งพล่านพอสมควร สวนทางกับความรู้ที่มี ที่หาได้จากกูเกิลและหนังสือห้องสมุดในสมัยนั้นอย่างลิบลับ แถมภาษาก็เวิ่นเว้อ ใช้คำได้เปลืองมาก ไม่กระชับแบบที่อ่านแล้วรำคาญ

แถมมีความกล้าถึงขั้นส่งไปให้สนพ.ชื่อดังพิจารณาด้วยนะ

แน่นอนว่าถ้าผ่าน คงไม่ได้มาเขียนกัดแซะให้อ่านอย่างนี้แน่ๆ

แต่อย่างน้อยก็ได้เห็นแหละว่าตัวเองในวัยนั้นยังพอจะมีไฟ มีความคิดที่จะทำอะไรดีๆกับเค้าบ้าง ต่อให้อะไรรอบตัวมันจะไม่เป็นใจเลยก็ตาม


ว่าด้วยเรื่องของวัย

15 กับ 22 
ถ้านับเป็นตัวเลข ถือว่าห่างกันไม่มากเท่าไหร่

แต่ถ้านับเป็นอายุ 
เราถือว่าตัวเองเดินทางมาไกลพอสมควรนะ 

จากยัยแว่นแดงที่เพื่อนตราหน้าว่าจะไม่ได้แต่งงาน หัวยุ่งๆ ใส่ชุดนักเรียนคอบัว กระโปรงยาว 

วัยหัดมีความรัก วัยเพิ่งเริ่มทำความรู้จักกับตัวเอง วัยที่ต้องเริ่มคิดถึงเส้นทางของตัวเองในอนาคต 

จนในตอนนี้ เราในวัยย่าง 22 
กำลังจะเป็นเจ้าสาว ของหนุ่ม(เหลือน้อย) วิศวะเหลืองแสด ที่เหมือนพระเอกเรื่องสั้นเรื่องนี้นี่แหละ
เราผ่านการเปลี่ยนชื่อ โดยชื่อใหม่เราได้มาจากชื่อจริงของนางเอกนิยายเรื่องแรกที่เราได้อ่าน
ความหมายของมันคือหญิงสาวบริสุทธิ์ อะไรทำนองนั้น ซึ่งสวนทางกับประสบการณ์ชีวิตโชกโชนจากความเลวร้ายรอบตัว เหมือนคนที่ต้องวิ่งหลบกับระเบิดที่ฝังอยู่ใต้พื้นอยู่ตลอดเวลา

ทุกอย่างค่อยๆหล่อหลอมและหลอกล่อ ให้เราเดินทางมาไกลจากจุดที่เด็กผู้หญิงคนนั้นยืนอยู่และเคยเป็น

สายตาที่สั้นมากขึ้น แต่ก็ทำให้เราเห็นอะไรรอบตัวได้ละเอียดมากขึ้นด้วย

เทคโนโลยี โรคภัยที่เป็น ผู้คนที่ได้เจอ หนังสือที่ได้อ่าน การงานที่ได้ทำ หลักสูตรที่ได้เรียน อาหารที่ได้กิน
ทุกอย่างที่มากขึ้นล้วนมีส่วนหล่อหลอมให้เราเป็นเราในทุกวันนี้

...เราที่ไม่เหมือนใคร และไม่น่าจะอยากมีใครเหมือนแน่ๆ



SHARE
Writer
Nitch
笑顔が戻ってる
Prepotente 20’s girl. 🐻 Bipolar Disorder Sophisticated Lady

Comments