ลาออกครั้งสุดท้าย : ไปตามความฝัน
สองเดือนต่อมา ฉันยื่นใบลาออกสานต่อกับสิ่งที่ค้างคาในความรู้สึก เริ่มต้นวางแผนชีวิตใหม่ เมื่อไม่มีงานมารองรับแล้ว ฉันจะอยู่อย่างไรต่อไปเมื่อไม่มีรายได้...กลัวไหมกับหนทางที่เลือก คำตอบคือกลัว

เป็นการใช้ชีวิตที่เสี่ยงมากสำหรับการตัดสินใจของฉัน อะไรที่ฉันกลัวในตอนแรก ตอนนี้มันเกิดขึ้นตั้งแต่ยื่นใบลาออกไป

ผู้ใหญ่ที่ทำงานหลายคนเป็นห่วงฉัน เรียกฉันไปคุยเลยว่าทำไมตัดสินใจออก สุดท้ายพวกเขาก็เข้าใจว่าฉันอยากทำในสิ่งที่ฉันรัก สิ่งที่ใช่ และพี่ๆ หลายคนเข้าใจ เมื่อเห็นฉันอยากทำในสิ่งที่ใช่จริงๆ

หลังจากนั้นไม่กี่สัปดาห์ข่าวลือว่าฉันจะออก เริ่มมีคนพูดถึง มีคนมาถามเพื่อความแน่ใจ ฉันตอบไปว่าคือเรื่องจริงค่ะ เพราะยังไงก็เป็นความจริง ฉันยอมรับ แน่นอนต้องมีถามว่า ได้งานที่ไหน? ไปทำอะไร? เรียนที่ไหน? จนฉันเองไม่รู้จะอธิบายเช่นไรดีตอบคำถามแต่ละคนเเทบจะไม่เหมือนกัน แต่มันเป็นคำถามที่ตอกย้ำจิตใจเราพอสมควรนะ 

ช่วงนี้เหมือนกลับมามีไฟเเรงอีกครั้ง หรืออาจจะเรียกว่าพลังฮึดเฮือกสุดท้ายก่อนจาก รีบเคลียร์งานให้ทัน และกลับมาอยู่โอทีอีกครั้ง เพื่อเป็นเงินก้อนใหญ่ครั้งสุดท้ายก่อนออกไป ฉันเริ่มเดินสายลาในสัปดาห์ที่จะออกกับพี่ๆ ในที่ทำงาน ทั้งในไลน์ผลิต แม่บ้าน ออฟฟิศ คนประสานงานให้ทราบ ก็ตกใจกันหลายคน 

จากนั้นงานเลี้ยงส่งทยอยเข้ามามากมาย รู้สึกซาบซึ้งใจที่พี่ๆหลายคนเต็มใจมาส่งจริงๆ บางคนเราแทบไม่เคยประสานงานด้วยยังมาส่งเลย หรือแม้แต่คนไม่ชอบหน้าเราก็ตามก็มาไม่รู้ว่าฝืนใจแค่ไหน ฮ่าๆ ก็แปลกดี วันสุดท้ายบอกตรงๆ ว่ายังเคลียร์งานไม่หมด แต่ต้องส่งต่อให้พี่ที่ดูแลตรงนี้ต่อไป ใจหายนะ เพราะจากประสบการณ์เวลาใครออกไป ก็ยากแล้วล่ะที่จะเจอกันใหม่ 

วันสุดท้ายของการเลี้ยงส่ง มานั่งร้องไห้ตอนเลี้ยงส่งในทีมและเสียใจที่รอให้คนๆ หนึ่งมาส่งเราครั้งสุดท้ายเเต่เขาไม่มา ก็ใช้เวลาทำใจกับการจากลาครั้งสุดท้าย ตอนนี้น้ำหนักพุ่งขึ้นมาเยอะจากการเดินสายกินเลี้ยงส่ง คงต้องมาลดในช่วงว่างงานเนี่ยเเหละนะ 

สามปีสำหรับการทำงานที่แรกได้จบลง 

ฉันวางแผนไว้ว่าจะเรียนภาษาในวันอาทิตย์ ไปก่อนบวกกับตั้งใจแน่วแน่กับการอ่านหนังสือสอบ ราชการ และก็มีเวลาพักผ่อนดูแลสุขภาพกายและใจให้ฟื้นกลับมา ลงกิจกรรมอาสา หรือกิจกรรมที่เราชอบเพื่อหาประสบการณ์ไปในตัว เพื่อพบปะผู้คนบ้าง ตอนแรกอยากเรียนโทแต่อยากได้งานราชการก่อน จึงจะตัดสินใจอีกครั้ง 

เพราะปัญหาใหญ่ของฉันคือ การไม่มีรายได้ การเรียนโทต้องใช้เงินสูงเชียว ฉันมีเงินเก็บแต่ไม่อยากใช้มันเลย ยังไงต้องอยู่ให้ได้ภายในหนึ่งเดือนกับเงินก้อนสุดท้าย พร้อมหาพาร์ทไทม์ไปด้วยให้มีรายได้

เช้าวันแรกของการไม่ไปทำงานมันไม่ชินเอาเสียเลย ตื่นนอนเวลาตีห้ามาหลายวัน เพราะชินกับการตื่นเช้าไปทำงาน ตอนจะไปทำงานแทบไม่อยากจะตื่นเลย พอว่างปุ๊ป ตื่นเช้าเชียว บางวันก็ลงมานั่ง เหม่อมองแม่น้ำที่หน้าบ้านตัวเอง มีแต่ความคิดถึง ความเหงาหลายๆ อย่าง รู้สึกเบื่อกับการอยู่บ้าน จะไปไหนก็ไม่ได้ ต้องประหยัด จนเข้าวันที่สี่จึงเริ่มปรับตัวได้บ้างแล้ว ก็เริ่มตั้งใจอ่านหนังสือ ยามว่างก็มานั่งเขียนในบล๊อคนี่แหละ พร้อมทำเพจเที่ยวไปด้วย หากิจกรรมที่เป็นประโยชน์ อาสาสมัคร มันเป็นความชอบส่วนตัวด้วยและเตรียมปูทางไว้เป็นผลงานในการสมัครงานราชการ

ตอนนี้กำลังหาทางสร้างรายได้รอสอบราชการไปก่อน คิดว่าหนทางมันมีทางออกเสมอ ตราบใดที่ฉันยังมีความหวัง ความตั้งใจ มันคงไม่สายนะ...

สิ่งที่ฉันตัดสินใจมันอาจไม่ใช่แนวทางที่ดีสำหรับใครหลายคน อยากให้เข้าใจว่ามันคือมุมมองความคิดเห็นจากคนๆหนึ่ง ที่มีเหตุผลในการเลือกหนทางใช้ชีวิตต่างจากคนอื่น คนทำงานเอกชนที่อยู่จนเกษียณนั้นมีมากมายและประสบความสำเร็จก็มี...เพียงแค่ฉันอาจไม่ใช่หนึ่งในนั้น




SHARE
Writer
iamPloy
Writer&Traveller
Welcome to my story

Comments

MoonNoon
6 months ago
สู้ๆ นะคะ
อาชีพของเราที่ผ่านมาคล้ายๆคุณเลย
เราพึ่งลาออกจากที่ทำงานที่2 ตอนเดือนกุมภาพันธ์นี้เอง​ งานแรกเราก็เป็นรีเซปชั่นเหมือนกัน งานที่2เป็นแอดมิน ^^
Reply
iamPloy
6 months ago
ขอบคุณที่เข้ามาอ่านนะคะ เข้าใจเลยค่ะ และเป็นกำลังใจให้เช่นกันนะคะ
MoonNoon
6 months ago
อ่านแล้วรู้สึก เหมือนแบบเห้ย ไม่ใช่มีแค่เราคนเดียวที่เป็นแบบที่เป็นอยู่อ่ะ 555 เหมือนเจอเพื่อนค่ะ
Reply
iamPloy
6 months ago
เชื่อว่าซักวันพวกเราจะเจองานที่ใช่แน่นอนค่ะ เพียงอย่าหยุดสู้ อย่าหยุดฝันนะคะ ต้องก้าวต่อไปค่ะ
MoonNoon
6 months ago
ตอนนี้เราก็เริ่มงานใหม่มาได้สักพักแล้วละคะ

ชีวิตต้องก้าวต่อไป ^^/
Reply
iamPloy
6 months ago
ดีเลยค่ะ ยินดีด้วยนะคะ