- อย่าเพิ่งชะล่าใจกับอาหารที่แปะป้ายว่า “0% แคลอรี่”
      - อย่าเพิ่งชะล่าใจกับอาหารที่แปะป้ายว่า “0% แคลอรี่” เพราะสิ่งที่น่ากลัวคือ “ความหวาน” ที่แฝงอยู่ และทำให้ไม่ผอมเสียที -

ในยุคสมัยที่หลายคน ใส่ใจเรื่อง สุขภาพมากขึ้น แต่ก็ยังมีความอยากกิน ปะปนอยู่ด้วย ทำให้บางครั้ง เราเลือกรับข้อมูลเพียงด้านเดียว คือด้าน "ตามความพึงพอใจของเรา" ชิมิ ^^(หลายคนแอบยิ้ม)รวมถึงตัวหมอเองด้วยเช่นกัน เพราะเรามักหลงกล กับคำว่า เพื่อสุขภาพบ้าง ,ปราศจากน้ำตาลบ้าง , ปราศจากไขมันบ้าง , หรือ พลังงาน 0% แคลอรี่ แล้วมันจริงไหมนะ 🧐

วันนี้เราจะมาพูดถึง อาหารที่ให้พลังงาน 0 แคลอรี่ มันมีจริงไหม❓

หมอขอบอกเลยว่าคงมีแค่น้ำเปล่าเท่านั้นที่ให้พลังงานเท่ากับ 0 แต่อาหารที่ให้แคลอรีต่ำกว่า 5 กิโลแคลอรี่สามารถแปะป้าย “0% แคลอรี่” ได้ตามเงื่อนไขของกระทรวงสาธารณสุข ว่าด้วยการระบุฉลากโภชนาการ

แล้วทำไม อาหารที่ระบุว่า "ปราศจากน้ำตาล"ถึงยังมีรสหวานล่ะ❓ยกตัวอย่างเช่น น้ำอัดลม น้ำอัดลมจำพวกปราศจากพลังงานจะใช้สารให้ความหวานเช่น แอสปาแตม (Aspartame) ซึ่งแอสปาแตม 1 กรัมจะให้ความหวานเทียบเท่าน้ำตาล 200 กรัม ดังนั้นแม้จะใช้แอสปาแตมเพียง 0.1 กรัม ก็จะให้ความหวานเทียบเท่าน้ำตาล 20 กรัมได้เลยทีเดียว

น้ำตาล 20 กรัม ให้พลังงาน 80 กิโลแคลอรี ดังนั้นแอสปาแตม 0.1 กรัม จะให้พลังงานเพียง 0.4 กิโลแคลอรี่… จึงสามารถกล่าวอ้างได้ว่าน้ำอัดลมรสนี้ “0% แคลอรี่” นั่นเอง

ถึงแคลอรี่จะน้อยกว่า แต่ผลการวิจัยชี้ว่า สมองของเรากำหนดปริมาณอาหารที่กินจากรสหวานที่รับรู้ผ่านลิ้น เมื่อเรากินสารให้ความหวาน ถึงมันจะหวานเจี๊ยบ แต่ร่างกายกลับไม่ได้รับพลังงานเท่ากับรสหวานที่กินเข้าไป ดังนั้นระบบย่อยอาหารของเราก็จะแปรปรวน และยิ่งกินมากขึ้นเพื่อเติมพลังงานให้เท่ากับ “รสหวาน” ที่รับรู้ได้

ฉะนั้นใคร กำลังลดน้ำหนัก แล้วคิดว่าทานได้ ก็เค้าเขียนว่า “0% แคลอรี่” นิ หมอบอกเลยว่า เราอาจจะต้องคิดให้รอบคอบเสียก่อน ไม่เช่นนั้นอาการ “โหย” พลังงานอาจไปทำลายกระบวนการเผาผลาญพลังงาน และจะมีไขมันสะสมเพิ่มขึ้น ส่งผลให้ ล้มเหลวกับการลดน้ำหนัก และเป็นโรคร้ายตามมาได้นะครับ
ด้วยรักและใส่ใจ หมอก้อง ❤️บิสฟิต ครับ
#ลดน้ำหนักด้วยความรู้บิสฟิต
#ผอมแบบไม่เหนื่อย
#หมอก้องบิสฟิตนครสวรรค์

SHARE
Writer
DtcmKogkiat_Bizfit
หมอก้อง^^ครับ
大家好! หมอก้องแพทย์จีนครับ - รักการท่องเที่ยว และชอบกิน เป็นชีวิตจิตใจ

Comments