วันที่เราเคลื่อนที่ช้ากว่าก้อนเมฆ



2,225 เมตร คือระยะห่างระหว่างระดับน้ำทะเลกับจุดสูงสุดบนยอดดอยหลวงเชียงดาว



696 กิโลเมตร คือระยะห่างระหว่างกรุงเทพกับเชียงใหม่



แต่ระยะห่างระหว่างเรากับคุณ,
ไกลกว่านั้นอีก









1 |

รูปภาพปกนี้ของบทความนี้ ถูกถ่าย ณ จุดสูงสุดของยอดดอยหลวงในเดือนมกราคมที่ผ่านมา ผ่านมุมกล้องธรรมดาๆของฉัน


นี่คงเป็นการตัดสินใจขึ้นดอยครั้งแรกแบบปุปปัปที่ไม่ได้หาข้อมูลล่วงหน้ามาก่อน ปุปปัปชนิดที่ว่าตอนที่เพื่อนเอ่ยปากชวนก็รีบตกลงทันที 

สาเหตุก็แค่อยากหนีไปไกลๆจากตรงนี้
ตรงที่มีภาพของคุณวนเวียนอยู่
ในทุกพื้นที่ที่มีความทรงจำของเรา

ในวันที่เปิดจองผ่านเว็บไซต์ ก็รีบตื่นแต่เช้ามาช่วยกันกดจองเพื่อที่จะได้ขึ้นไปบนดอย (เพิ่งมารู้ทีหลังว่าเค้าเปิดให้เข้าอย่างจำกัดในแต่ละวัน)


ทั้งหมดนั้นดำเนินในช่วงเดือนตุลาคม
ช่วงที่คุณกำลังปลีกตัวออกไปเพื่อทำอะไรบางอย่าง และฉันก็พอที่จะเดาสาเหตุนั้นได้ลางๆ
และก็เป็นช่วงที่คุณมีอิทธิพลต่อการกระทำหลายๆอย่างของฉัน









2 |

หลังจากที่เดินทางอย่างทุลักทุเลออกจากกรุงเทพ เราก็ทำการเที่ยวในเชียงใหม่ 1 วันตามแพลนที่วางไว้ และรีบตื่นแต่เช้ามืดในวันถัดมาเพื่อที่จะเตรียมตัวไปเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า


ก่อนการเดินทางประมาณ 1 เดือน ฉันก็ได้ทำการสำรวจข้อมูลเกี่ยวกับดอยหลวง รวมทั้งการเตรียมตัวสำหรับการขึ้นดอย และนั่นก็ทำให้ฉันรู้ว่า ดอยหลวงเชียงดาวสูงเป็นอันดับ 3 สำหรับดอยที่สูงที่สุดในประเทศไทย


และใช่, ฉันเริ่มต้นการขึ้นดอยครั้งแรก ด้วยดอยที่มีความสูงจากระดับน้ำทะเล 2,225 เมตร
ถือว่าเป็นการเดินขึ้นดอยครั้งแรกที่หนักเอาการ


ฉันและเพื่อนๆรวมกับพี่ผู้ร่วมทางอีก 2 คน พร้อมกับพี่อาสาสมัครของเขตรักษาพันธ์ุสัตว์ป่าที่เป็นคนนำเราขึ้นดอย ทำให้กรุ๊ปของเราเป็นกรุ๊ปเล็กๆที่มีสมาชิกเป็นผู้หญิง 7 คน เดินขึ้นดอยไปพร้อมๆกัน


เริ่มตั้งแต่ทางราบ ผ่านภูเขาลูกที่หนึ่ง อ้อมไปยังลูกที่สอง เดินต่อไปยังลูกที่สาม ผ่านป่าชื้น ป่าไผ่ ดินโคลน และอื่นๆอีกสารพัดสิ่ง แม้จะเหนื่อยมากๆจากระยะทางที่ไกลและลาดชัน แต่ตลอดเส้นทางที่รายล้อมไปด้วยธรรมชาติ มีอะไรแปลกตาเต็มไปหมด ภาพวิวของภูเขาลูกที่เราเดินผ่านมาพอหันหลังมองย้อนกลับไป กลับทำให้ฉันไม่รู้สึกเสียดายเลยซักนิดที่ตัดสินใจมา


กลุ่มผู้พิชิตยอดดอยที่เดินสวนออกมา
ต่างให้กำลังใจกลุ่มผู้พิชิตใหม่ที่กำลังเดินเข้าไป



      ‘นี่ยังไม่ถึง 10% เลยน้อง สู้ๆนะครับ’


      ‘ข้างหน้ามีจุดพักด้วย แวะพักได้นะคะ’


      ‘ครึ่งทางแล้ว สู้ๆครับ’


      ‘ทางข้างหน้าชันนะ ระวังด้วยนะ
              เมื่อกี้พี่เพิ่งลื่นล้มมา แต่ใกล้ถึงแล้ว’


     ‘สู้ๆ อีกนิดเดียวแล้วจ้า’

      
นั่นคือกำลังใจและรอยยิ้มที่ฉันได้รับมาตลอดทาง









3 |

ใช้เวลารวมประมาณเกือบๆ 5 ชม. ก็มาถึงจุดสำหรับกางเต้นท์ โชคดีหน่อยที่พี่ลูกหาบจัดแจงอะไรให้ครบหมด ถึงกับเลือกทำเลและกางเต้นท์ให้ด้วย พอมาถึง ฉันก็วางกระเป๋าสัมภาระที่หอบหิ้วขึ้นมาไว้ข้างๆ และทิ้งตัวลงนอนโง่ๆบนผ้าใบหน้าเต้นท์


ลมเย็นๆพัดเอื่อยๆผ่านจุดที่ฉันนอนอยู่
ฉันนอนจ้องมองท้องฟ้าที่ก้อนเมฆกำลังเคลื่อนที่อย่างรวดเร็ว


เร็วกว่าอัตราการเดินของกลุ่มนักเดินทางคนอื่นๆที่เพิ่งมาถึงและทิ้งตัวนั่งลงเพื่อพักหายใจ


เร็วกว่าการขยับตัวของฉันเพื่อเปลี่ยนไปในท่าที่สบายกว่าเก่า


เร็วกว่าการเคลื่อนตัวของก้อนเมฆที่มองจากข้างล่างขึ้นมา ในตอนที่ฉันสะกิดให้คุณแหงนหน้ามองท้องฟ้าในวันที่ฟ้าโปร่ง


เร็วกว่าการเคลื่อนที่ของเข็มนาฬิกาเรือนนั้น ที่คุณชอบบอกว่าทำไมดีไซน์มันแปลกๆ แต่คุณก็ชอบที่ฉันใส่มัน


เร็วกว่าระยะเวลาที่คุณใช้ตอบแชทของฉัน หรือบางทีอาจจะเร็วกว่าเวลาในบทสนาของเราผ่านโทรศัพท์


และมันก็ทำให้ฉันรู้ว่า
บางครั้งความสุขก็คือการทิ้งตัวลงนอนโง่ๆ
ปล่อยให้เวลาและก้อนเมฆเคลื่อนที่ผ่านเราไป


และมันคงจะดีกว่านี้
ถ้ามีคุณอยู่ข้างๆในเวลานี้ด้วย


แต่ฉันก็รู้ว่า
— มันเป็นไปไม่ได้









4|

การตัดสินใจมาขึ้นดอยในครั้งนี้ ไม่ได้ทำให้ฉันคิดถึงคุณน้อยลงเลยซักนิด ทุกอย่างที่วางไว้พังลงไม่เป็นท่า ฉันไม่สามารถลบคุณออกไปได้จริงๆ


ฉันออกมาไกลเพื่อที่จะหนีทางสถานที่เดิมๆที่มีภาพคุณอยู่ในนั้น หนีจากความเป็นจริงที่ว่าจะไม่มีคุณอยู่ข้างๆอีกต่อไปแล้ว


แต่คุณกลับอยู่ในทุกเพลงรัก เพลงอินดี้ และเพลงเศร้าที่ฉันฟังระหว่างเดินทางขึ้นมา, แม้จะไม่ใช่เพลงที่เคยส่งให้คุณฟังหรือเพลงที่คุณส่งมาให้ฟัง แต่ภาพของคุณยังลอยอยู่ในนั้น ลอยอยู่ในทุกๆความหมายของเพลงพวกนั้น กลายเป็นว่าคุณกลับอยู่ในความคิดของฉันตลอดระยะเวลาที่มาที่นี่


คุณไม่ชอบเดินทางไกล
ถ้าเรามาด้วยกันคุณจะบ่นฉันมั้ยนะ


คุณชอบใส่รองเท้าผ้าใบวิ่ง
แต่ถ้าใส่มาที่นี่คุณต้องลื่นแน่ๆ


อากาศเย็นมากๆ
คุณคงจะคัดจมูกและหายใจไม่สะดวก
คุณเป็นภูมิแพ้นี่หน่า


บนนี้ไม่มีอินเตอร์เน็ต
คุณจะอยู่โดยที่ไม่ใช่โทรศัพท์ได้มั้ยนะ


คืนนี้ดาวสวยมากๆ
แต่คนขี้เซาอย่างคุณคงไม่ตื่นมาตอนเที่ยงคืน
เพื่อถ่ายดาวแบบฉันแน่ๆ









5 |

ฉันได้แต่ภาวนาว่าขอให้วันนี้ฟ้าโปร่งและมืดสนิท
อาจจะมีบุญได้ถ่ายรูปทางช้างเผือก
แต่คืนนี้พระจันทร์สว่างมากๆ
ถ้าคุณมาด้วย คุณคงจะบอกฉันว่า
อย่ารออะไรที่ไม่น่าจะเป็นไปได้เลย


และใช่,
คืนนั้นฉันไม่เห็นทางช้างเผือก










6 |

ในตอนนี้


ฉันเห็นว่าคุณกำลังมีความสุขกับเธอคนนั้นอยู่
คุณยิ้มคุณหัวเราะกับสิ่งที่เธอเป็นเธอ
ในแบบที่คุณชอบ


คุณมีความสุขในทุกที่ที่ได้ไปกับเธอ


เธอมีเวลาไปกินข้าวกับคุณ
ในร้านโปรดของคุณ


คุณมีเพลย์ลิสต์เพลงใหม่ที่เธอส่งมาให้
และคุณอัดมันลงสตอรี่ไอจี


คุณบอกใครต่อใครได้ว่ากำลังคบกับเธออยู่


คุณมีสถานะและคำเรียกเธออย่างชัดเจน
ในขณะที่ความสัมพันธ์ที่ไม่มีชื่อเรียกของฉันกับคุณยังคงเป็นแค่เรื่องที่เรารู้กันแค่สองคน



และถึงแม้ว่ามันจะจบไปแล้ว
มันก็ยังคงเป็นเรื่องที่เรารู้กันแค่สองคน



ทั้งๆที่ก่อนหน้านี้
ฉันกับคุณ—เราอยู่ใกล้กันแค่ไม่กี่กิโลเมตร


แต่มันกลับไกลกว่าระยะทางทั้งหมดที่ฉันรู้จัก
















ถ้าพูดแบบสวยหรู
 ในตอนสุดท้าย


เราอาจจะแค่ต้องการใครซักคน
ที่มีความสุขในสิ่งที่เราทำ
ที่รักเราในแบบที่เราเป็นเรา




สำหรับฉันก็คงเป็น


ใครซักคน
ที่ยอมเดินขึ้นดอยไปด้วยกัน

ใครซักคน
ที่นอนโง่ๆข้างๆกันเพื่อมองเมฆบนท้องฟ้าเคลื่อนที่ผ่านไป

ใครซักคน
ที่ตื่นมาถ่ายรูปดาวด้วยกันตอนเที่ยงคืน

ใครซักคน
ที่บอกว่าถึงมองไม่เห็นทางช้างเผือกก็ไม่เป็นไร อย่างน้อยเวลาที่เสียไปก็ไม่สูญเปล่า




แต่มันก็แค่คำพูดสวยหรู


เพราะความเป็นจริงแล้ว
ใครซักคนสำหรับฉันก็ยังเป็นคุณอยู่ดี


—เป็นคุณมาตลอด




ไม่ต้องขึ้นดอยด้วยกัน
ไม่ต้องนอนโง่มองท้องฟ้า
ไม่ต้องตื่นมาถ่ายรูปดาว
ไม่ต้องปลอบใจตอนไม่เห็นทางช้างเผือก


แค่เป็นคุณ


คุณคนที่ทำให้ฉันยิ้มตอนที่เห็นคุณยิ้ม
คุณคนที่ทำให้ฉันมีความสุขตอนที่เราอยู่ด้วยกัน
คุณคนที่อยู่ข้างๆฉัน
คุณคนที่ให้กำลังใจฉันอยู่เสมอ
คุณคนที่ทำให้เวลาที่อยู่ด้วยกันผ่านไปเร็วกว่าการเคลื่อนตัวของตัวของเมฆ



แค่เป็นคุณก็พอแล้ว
...พอแล้วจริงๆ




แม้ว่าใครซักคนของคุณ
จะไม่เคยเป็นฉันเลยก็ตาม .










แด่, คุณคนที่ทำให้ฉันตัดสินใจขึ้นดอยครั้งแรกในชีวิต







SHARE
Writer
yyoosoenppp
a statistics student
— you always be my favorite star even if you decided to light up other sky.

Comments

OMLE
4 months ago
โคตรเฉียบบบบ
Reply