จุดจบคือจุดเริ่มต้น ตอน อนาคตการทำงานของคนกระจอก
    เคยได้ยินประโยคที่ว่า "เมื่อไม้ใหญ่ล้มไป จะมีกล้าไม้ต้นใหม่งอกเงย" เป็นประโยคที่ตีความได้กว้าง ๆ ซึ่งเมื่อก่อนเราเองก็ไม่ค่อยเข้าใจอะไรที่เป็นปรัชญาชีวิตแบบนี้หรอก เมื่อเวลาผ่านมาในวัย 26 ปี ชีวิตช่วงนี้เริ่มมีความเข้าใจในชีวิตรวมทั้งประโยคเมื่อสักครู่ขึ้นมาบ้าง "มันคงหมายถึงสถานะหนึ่งหมดไปเพื่อเข้าสู่สถานะใหม่ละมั้ง!" สำหรับเราน่ะ
    
    เกือบ 20 ปีกับ 3 สถาบันการศึกษาในแต่ละช่วงระดับที่คอยประสิทธิ์ประสาทวิชาให้เรา เด็กหลายๆคนคงไม่ต่างอะไรจากเรามาก พวกเขาต้องมุ่งมั่น พยายาม อดทนกับความแตกต่างของมนุษย์ในความไม่เท่าเทียมทางสติปัญญาและโอกาสทางการศึกษาอย่างหนัก เพื่อความอยู่รอดตอนที่เขาเป็นผู้ใหญ่แล้ว

    วันนี้เรากำลังเอาความรู้และประสบการณ์ มาแลกปัจจัยในการอยู่รอดของการดำรงชีพ และนั่นก็คือ"เงิน" โดยที่เราตระเวรสมัครงานไปทั่วเมืองหลวง ที่ๆผู้คนเล่าขานถึงโอกาสมากมายรอคุณอยู่ "คงเป็นคุณ(ที่หมายถึงคนอื่น)ไม่ใช่เราแน่นอน" เพราะเรามันกระจอก 

    พยายามมองหางานธุรการงานเอกสาร แม้จะไม่ตรงสายอาชีพที่เรียนมาก็ตาม แต่ก็พอมีประสบการณ์บ้างเล็กน้อย หากได้รับการอบรมเพิ่มนิดหน่อยรวมกับความตั้งใจและความซื่อสัตย์ที่มี เราคิดว่าน่าจะทำได้ดีอยู่น่ะ! เพราะงานที่ตรงสายอาชีพหรืองานราชการ ส่วนใหญ่ต้องสอบแข่งขัน บอกตรงๆเราเอือมกับการสอบที่สุดเลย 
     
     สำหรับบางคนอาจจะง่ายแต่สำหรับเรามันสาหัสน่าดู ฝากประวัติไว้กับทุกเว็บไซต์ ออกหาผู้ประกอบการผ่านบอร์ดจัดหางานในมหาวิทยาลัยและทุกๆสถานที่ที่มีการติดประกาศ ความเหนื่อย ความท้อ ส่งผลให้ในหัวมีความคิดหนึ่งดังขึ้นมา  "20 ปีที่เสียไป เพื่ออะไรว่ะ?" ในที่สุดโอกาสและโชคชะตามันยังเป็นเหตุผลต้นๆในการดำรงอยู่เพื่อปัจจัยมากกว่าด้วยซ้ำ

     หลังจากเรียนจบมามาดๆ เราคิดว่ามันคงสิ้นสุดระยะเวลาที่แสนยากลำบากแล้วล่ะ! ความกดดันจากการครอบครัว จากสังคม และการสอบแข่งขันตลอดระบบการศึกษาที่ผ่านมาจะสิ้นสุดแล้วจริงๆ กระทั้งวันนี้เราได้ตระหนักแล้วว่า "มันเพิ่งเริ่มต้น" และดูเหมือนครั้งนี้เดิมพันสูงกว่าช่วงชีวิตที่ผ่านมาเสียอีก เพราะมันหมายถึงอนาคตเราตั้งแต่นี้ไป
SHARE
Writer
PleeNajuak
Cr:บอยอน้อย🐊
อักษรศิลป์ จินตอุดมการณ์

Comments