ความฝันไม่จำกัดอายุ
ความฝันมันหอมหวาน
แต่ความหอมนั้นจะอยู่กับเรายาวนาน
คือ ต้องคว้ามันมาให้ได้...

บทความนี้ฉันได้รับแรงบันดาลใจมาจากการได้รับชมรายการแข่งทำอาหารชื่อดัง
เวอร์ชั่นเด็ก...
'มาสเตอร์เชฟ จูเนียร์ ไทยแลนด์'

แม้ว่ารายการจะออกอากาศจนได้ผู้ชนะเลิศไปตั้งแต่เดือนธันวาคม ปีที่แล้ว แล้วก็ตาม
แต่ฉันก็เพิ่งได้มาดูรายการนี้แบบมาราธอนเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมานี้เอง 
และก็ได้ไล่ดูจนจบครบทั้ง 16 Episode ภายในช่วงระยะเวลา 3 วัน

กติกาโดยรวม คล้ายคลึงกับรายการมาสเตอร์เชฟ เวอร์ชั่นผู้ใหญ่ 
เพียงแต่ผู้เข้าแข่งขันต้องอยู่ในช่วงอายุ 8-13 ปี 

ตอนแรกฉันไม่ได้คาดหวังอะไรมากนัก... 
ยอมรับว่าเคยแอบตั้งคำถามล่วงหน้าไปก่อนด้วยซ้ำ ว่าเวอร์ชั่นเด็กจะสนุกเท่าผู้ใหญ่ได้ยังไง
แต่เพราะความเชื่อมั่นในรูปแบบของรายการ จึงมาลองไล่ย้อนดู 
จากหนึ่งตอนเป็นสองตอน จากสองตอนไปสามตอน...
เป็นแบบนี้เรื่อยไป
รู้ตัวอีกที...อ้าว...นี่ฉันติดงอมแงมแล้วเหรอเนี่ย !?

ระหว่างทาง คำตอบก็ชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ...
เวอร์ชั่นเด็กนั้นสนุกไม่แพ้เวอร์ชั่นผู้ใหญ่เลย
มันเป็นความสนุกคนละรูปแบบ
การมองเด็กๆ ท่ามกลางการแข่งขันและอดทนต่อความกดดัน 
ทำให้ฉันสัมผัสได้ถึงความสดใส ซื่อตรง แต่แฝงไปด้วยความมุ่งมั่น
ฉันได้เห็นพัฒนาการที่ดีขึ้นของผู้แข่งขันวัยเยาว์ จนทำให้วัยรุ่นอย่างฉันต้องทึ่งแล้วทึ่งอีก 
เวอร์ชั่นผู้ใหญ่ฉันอาจจะเชียร์แค่บางคน
แต่เวอร์ชั่นเด็ก ฉันกลับเอาใจช่วยเด็กทุกๆ คน
ยิ่งดูไปนาน ก็ยิ่งน่าติดตาม 
คล้ายๆ กับกำลังดูภาพยนตร์เรื่องหนึ่งที่ไม่รู้ว่าระหว่างทางจะมีอะไรเกิดขึ้นบ้าง
แต่ฉากสุดท้ายกลับเป็นตอนจบที่ทำให้หัวใจพองโต...

1 | ผู้ชนะไม่ได้มีเพียงหนึ่งเดียว
มีน้องผู้เข้าแข่งขันคนนึงพูดทิ้งท้ายก่อนที่เธอจะออกจากการแข่งขันทำนองที่ว่า
'พวกเราไม่ใช่คู่แข่งกัน...แต่เป็นกลุ่มคนที่มีความสนใจในเรื่องอาหารเหมือนๆ กันมารวมตัวกัน'
คำพูดนี้ถูกพิสูจน์ได้ดีแม้กระทั่งในตอนสุดท้ายของรายการ...

มนุษย์จิ๋วและเจ๋งผู้ฝ่าฟันโจทย์หินมาสารพัดและผู้เข้าแข่งขันคนอื่นๆ เป็นหลักพัน
ได้เข้าสู่รอบไฟนอลเป็นสามคนสุดท้าย  
เป้าหมายสูงสุดของการแข่งขัน คือ 
การคว้าแชมป์และได้ครอบครองโทรฟี่หรือถ้วยรางวัลอันทรงคุณค่า
ทว่า ในการทำงานแข่งขันกับเวลาเพื่อสร้างสรรค์สิ่งที่ดีที่สุดพร้อมกับความกดดันมหาศาล
ทำให้ความผิดพลาดเกิดขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้...

หนึ่งในผู้เข้าแข่งขันติดปัญหาที่ทุกอย่างไม่ได้เป็นไปด้วยความราบรื่น 
ข้อเลวร้ายที่สุดที่อาจจะเกิดขึ้น คือ น้องอาจจะเสิร์ฟอาหารให้กรรมการไม่ทันเวลา 
วินาทีนั้นน้องให้สัมภาษณ์ทำนองที่ว่า อยากจะถอดใจ อยากจะตัดใจยอมแพ้ไปแล้ว
แต่สุดท้ายน้องก็พยายามลุกขึ้นสู้อีกครั้งด้วยหัวจิตหัวใจของนักสู้จนกระทั่งหมดเวลา

หากในภาพยนตร์มีจุดไคลแมกซ์ให้ผู้ชมตื่นตาตื่นใจ
การกระทำของเด็กวัยประถมดังต่อไปนี้ 
ก็คงเป็นฉากที่ตรึงตาตรึงใจที่สุดในซีซันนี้...

ภาพของผู้เข้าแข่งขันอีกสองคนที่เหลือเดินเข้ามาช่วยเหลือเพื่อนอีกคนที่กำลังมีปัญหา
เพื่อให้เพื่อนทำอาหารได้ทันเวลาและมีเมนูเสิร์ฟให้กรรมการตัดสิน 
แม้ว่าพวกเขาจะขึ้นชื่อว่าเป็นคู่แข่งกันก็ตาม...ส่วนน้องๆ ผู้เข้าแข่งขันคนอื่นๆ ก็ส่งเสียงปรบมือและตะโกนให้กำลังใจเพื่อนด้วยความหวังดี
ภาพนี้สร้างความประทัับใจและยังทรงพลังอยู่ในใจฉันจนถึงตอนนี้
เพราะนี่คือความบริสุทธิ์อย่างหมดจด...

มนุษย์มักบอกว่าตัวเองเป็นสัตว์สังคม
จึงเกิดคำถามที่มันลึกซึ้งลงไปกว่านั้นคือ อะไรที่ทำให้มนุษย์ยังพอใจกับการอยู่รวมกันเป็นสังคม
หนึ่งในนั้น ฉันคิดว่ามันคือ น้ำใจไมตรี ที่ทำให้โลกมันยังงดงามและดำเนินต่อไปได้...
 
และข้อคิดแฝงสัจธรรมอีกอย่าง 
คือ...บางทีเราไม่จำเป็นต้องมาแข่งกับใคร แต่เราควรมุ่งมั่นทำตามฝันของตัวเอง
เราไม่จำเป็นต้องสกัดฝันหรือขัดแข้งขัดขากัน เพราะทุกคนมีสิทธิ์ที่จะประสบความสำเร็จ
ถ้วยรางวัลในรายการมีเพียงหนึ่งเดียวสำหรับผู้ชนะ
แต่ในสนามแห่งความเป็นจริง...แค่ชนะใจตัวเองได้ คุณก็คือหนึ่งในผู้ชนะแล้ว 

2 | ความฝันเปื้อนน้ำตา
ความฝันราคาแพง ไม่ได้หมายรวมถึงเพียงแค่ ความยากลำบากในการได้มา อย่างเดียว
แต่ครอบคลุมไปถึง ความฝันที่มีคุณค่าทางจิตใจ  
ซึ่งไม่สามารถตีราคาออกมาในรูปแบบของเงินตราได้

การเดินตามฝัน ก็เหมือนการปลูกต้นไม้
คุณต้องรู้ว่าคุณจะปลูกอะไร 
ต้องดูแลรักษาด้วยการหมั่นรดน้ำพรวนดินสม่ำเสมอ
เฝ้ารอจนกว่ามันเติบโต ออกดอกออกผลให้เราชื่นชมเมื่อปลายทาง

อุปสรรค...
คำนี้มันน่ากลัวและอันตรายในตัวมันเองอยู่แล้ว
มันถูกกำเนิดเกิดมาเพื่อพิสูจน์และทดสอบความเข้มแข็งของจิตใจ
หน้าที่ของเรา คือ ต้องปกป้องความฝันของตัวเองจนถึงที่สุด
อดทน ฝึกฝน และ ให้เวลากับมันเสมอ

ในมาสเตอร์เชฟจูเนียร์...
ฉันได้เห็นน้ำตาของน้องหลายๆ คนระหว่างการแข่งขัน
พวกเขาให้เหตุผลกับคณะกรรมการทำนองเดียวกันว่า กลัวทำไม่ทันเวลา
นั่นทำให้ฉันรู้สึกว่า เพราะพวกเขามีความรับผิดชอบต่อความฝันของตัวเอง
พวกเขามุ่งมั่นจะทำให้ได้ ทำให้ดี เพื่อให้บรรลุเป้าหมาย
ซึ่งความตั้งใจจริงเป็นสิ่งที่น่ายกย่อง...
เสียใจมันไม่ใช่เรื่องผิด แต่เราต้องรีบปาดน้ำตาแล้วเดินหน้าต่อ
เหมือนที่น้องๆ ได้มุ่งมั่นทำมันให้สำเร็จจนกว่าเสียงสัญญาณของเวลาจะหมดลง

ในสนามแห่งการตามฝัน มันไม่มีอะไรที่โรยด้วยกลีบกุหลาบอยู่แล้ว
ทุกอย่างมีเหตุ มีปัจจัย มีโชคชะตา มีความรู้สึกหลากหลาย ผสมปะปนกันอยู่
ระหว่างทางเราอาจเสียน้ำตาเป็นปี๊บ 
ก็มันก็เทียบไม่ได้กับรอยยิ้มที่ชื่นบานในตอนจบ
แต่ลำดับแรก
ต้องอย่ากลัวที่จะฝันเสียก่อน... 

3 | ความฝันไม่จำกัดอายุ 
น้องแพรพาเพลิน-เมคอัพอาร์ทติสวัย 12 ปี 
ผู้เคยโชว์ฝีไม้ลายมือแต่งหน้าให้นางแบบเวทีระดับโลกในลอนดอนแฟชั่นวีค

เมย์ รัชนก-นักกีฬาแบดมินตันชาวไทย คว้าแชมป์ระดับซุปเปอร์ซีรีส์ 3 รายการติดเป็นคนแรกของโลก และผงาดเป็นมือ 1 โลกท่ามกลางความภูมิใจของคนไทยทั้งประเทศ ในวัยเพียง 21 ปี

เจ.เค.โรว์ลิ่ง-เจ้าของผลงาน แฮร์รี่พอตเตอร์ ผู้เคยโดนสำนักพิมพ์ปฏิเสธต้นฉบับถึง 12 ครั้ง พลิกบทบาทจากบุคคลผู้มีมรสุมชีวิตไปสู่นักเขียนพันล้าน ตอนอายุ 32 ปี

ลีโอนาร์โด ดีคาปริโอ-นักแสดงชายฝั่งฮอลลีวูดที่มีผลงานการแสดงอันโด่งดังหลากหลายเรื่องแต่ต้องเฝ้ารอรางวัลออสการ์มาถึง 22 ปีเต็ม และคว้ามันมาครองได้สำเร็จในวัย 41 ปี
 
ผู้พันแซนเดอร์-ผู้เคยชินกับความล้มเหลวมานับครั้งไม่ถ้วน กลับกลายเป็นตำนานผู้ก่อตั้งไก่ทอด KFC จนประสบความสำเร็จในวัย 65 ปี

ในโลกนี้ยังมีผู้คนอีกมากมาย...
บางคนกำลังเริ่มต้น 
บางคนกำลังลงมือ 
บางคนกำลังพบเจอปัญหา 
บางคนได้ประสบความสำเร็จแล้ว 
และบางคนก็พยายามต่อยอดความสำเร็จต่อไปเรื่อยๆ 
ในโลกนี้มันไม่มีสูตรตายตัวว่าเราจะต้องประสบความสำเร็จตอนอายุเท่าไหร่
เพราะทุกคนมีไทม์ไลน์ชีวิตเป็นของตัวเอง
ความฝันมีระยะทาง บางคนสั้น บางคนยาวนาน
แต่นั่นก็ไม่สำคัญเท่ากับว่า เราทุ่มเทกับมันมากแค่ไหน

จริงๆ ก่อนที่ฉันจะตัดสินใจดูรายการมาสเตอร์เชฟจูเนียร์ไทยแลนด์นั้น
มันมีจุดเริ่มต้นมาจากการที่ฉันได้ไปดูคลิปวิดิโอที่น่าสนใจโดยบังเอิญ
ซึ่งเป็นบทสัมภาษณ์ของแชมป์จากรายการมาสเตอร์เชฟจูเนียร์
น้องแพทตี้-สาวน้อยมหัศจรรย์วัย 11 ปี 
ผู้หลงรักการทำอาหาร ฝีมือเก่งฉกาจ พูดจาฉะฉานน่าฟัง
และมีความใฝ่ฝันว่าอยากเป็นเชฟมิชลินสตาร์

น้องมีทัศนคติและแพสชันต่อความฝันที่ยอดเยี่ยมและน่ายกย่อง
ช่วงก่อนที่คลิปจะจบ น้องแพทตี้ได้พูดปิดท้ายด้วยประโยคกินใจว่า...
"คุณมีความฝัน คุณก็ต้องทำให้ได้ 
ถ้าเรารักอะไร เราก็จะทำมันได้..."

ความฝันไม่จำกัดอายุ
และไม่มีวันหมดอายุ
ตราบใดที่เรายังมีลมหายใจ
เราก็มีสิทธิ์ที่จะฝัน
ตราบใดที่ยังมีความมุ่งมั่น
ฝันนั้นก็อาจจะไม่เป็นแค่ฝันอีกต่อไป...

ความฝันของทุกคนมีคุณค่า
หาให้เจอแล้วทำมันให้ได้
เอาสิ่งนั้นเป็นแรงขับเคลื่อน 
เป็นแรงบันดาลใจในการใช้ชีวิต

สุดท้ายคุณอาจจะพบกับความหมายของการมีชีวิตอยู่
และตอบคำถามที่สงสัยมาโดยตลอด
ว่าแท้ที่จริงแล้ว 
เราเกิดมาเพื่ออะไร... 



หมายเหตุ : 
ภาพประกอบ คือ ตาข่ายดักฝัน หรือ Dream Catcher ที่ชนเผ่าอินเดียนแดงมีความเชื่อว่า ถ้าแขวนไว้เหนือเตียงนอน มันจะช่วยกรองความฝัน ถ้าเป็นฝันดีจะดักให้มันอยู่กับตัวเรา แต่ถ้าเป็นฝันร้ายมันก็จะปัดเป่าให้หายไป 

ขอให้ฝันที่ดีจงบังเกิดกับทุกคนนะคะ...

SHARE
Writer
Piekhai
Ordinary girl
รักแมวและสัญญาณอินเตอร์เน็ต . . .

Comments