ในวันที่ฉันมีความเคารพในตัวเอง
ตั้งแต่เป็นโรคซึมเศร้า ฉันวนเวียนอยู่กับตัวเองมากขึ้น ในทุกๆ วันฉันจะคิดทบทวน สำรวจและสังเกตใจตัวเองอยู่เสมอ แน่นอนว่าบางวันก็ชนะขาดรอย บางวันก็ทุลักทุเล บางวันก็แพ้ราบคาบ ชีวิตฉันต้องลุ้นอยู่ทุกวันว่าวันนี้แกจะทำงานเสร็จไหม แกจะนอนดูเพดานโง่ๆ หรือเปล่า แกอยากคึกลุกออกกำลังกายเต้นบ้าๆ บอๆ หรืออยากขัดห้องน้ำขึ้นมา 

พูดตามตรงฉันเริ่มดึงความนับถือ และเชื่อใจตัวเองกลับมาได้เรื่อยๆ ดึงเอาตัวฉันกลับมาได้บ้าง แม้บางครั้งมันจะถูกกระชากกลับไปจุดเดิมอีก แต่ก่อนฉันยอมแพ้ตลอด โดนอีกฝั่งลากดึงไปจนจมดิ่งไปสุดทาง แต่ตอนนี้ชัยชนะเริ่มเป็นของฉันแล้ว ก็นั่นแหละมันคือการเล่นกีฬาชักคะเย่อกับตัวเอง บางครั้งก็พยายามสุดๆ บางครั้งเราปล่อยเชือกยอมๆ บ้างก็ได้ แต่ถ้ามันไม่ไหวจริงๆ ก็ขอความช่วยเหลือจากคนอื่นบ้าง เมื่อฉันเริ่มนับถืออีกครั้ง ภาพที่เคยเลือนไปก็ชัดเจนขึ้น เช่น คนรัก เพื่อน หรือครอบครัว การขอความช่วยเหลือจากคนเหล่านั้นก็ไม่แย่เท่าไหร่ แม้ว่าถ้อยคำต่างๆ จะถาโถมกลับมาหาฉันตอนตีสาม ตีสี่ก็ตาม ว่าฉันคิดถูกแล้วหรอ จะไม่เป็นภาระให้ใครใช่ไหม เรื่องที่ฉันเล่าจะไม่มีใครมากังวลใจรึเปล่า
เพราะความทรมานที่สุด คือการตอบคำถามกับตัวเองอย่างไม่รู้จบ แต่ตอนนี้ก็สามารถเลี่ยงบางคำถามได้
สิ่งที่ไม่ควรมีความลับที่สุดคือ ตัวของเราเอง ทุกอย่างที่เกิดขึ้นแม้มันจะแย่หรือดี มันก็เก็บไว้ไม่ให้ตัวเองรับรู้ไม่ได้ ฉันเริ่มรู้สึกยินดีเมื่อฉันทำอะไรสำเร็จเป็นชิ้นเป็นอัน แม้จะเล็กๆ น้อยๆ ฉันก็รู้สึกขอบคุณตัวเองอยู่เสมอว่า “แกพยายามได้ดีแล้ว” พลังใจที่จะทำอะไรสำเร็จจึงเป็นรางวัลที่ฉันได้ตอบแทนในแต่ละวัน ซึ่งมันก็คุ้มค่าที่จะเสี่ยงและฝืนตัวเอง 

ฉันเคยคิดว่าเราสามารถเลือกเวลาที่จะเศร้าได้ แต่ความจริงมันต่างกันอย่างสิ้นเชิง ตอนนี้ฉันรับรู้ว่าความเศร้านั้นถาโถมเข้ามาหาเราได้ทุกสถานการณ์แบบที่ไม่ทันตั้งตัว ซึ่งบอกตามตรงฉันก็ปล่อยให้มันเป็นไป แต่ฉันเริ่มสังเกตว่าความเศร้านี้มันสั้นลง และไม่จมดิ่งทุกครั้งไป...
แม้จะกินบุฟเฟต์กับคนรัก จู่ๆ ฉันก็รู้สึกแย่ขึ้นมา เดินอยู่กับครอบครัวในห้างฯ ดีๆ ฉันก็รู้สึกหนักอึ้งขึ้นมา การเตรียมรับมือกับความเศร้า จึงเป็นเรื่องที่ท้าทายสำหรับฉันมาก
🌻 ด้วยรัก — ขอบคุณเธอผู้เป็นดั่งแสงตะวันส่องทางให้ฉันในทุกๆ วัน 
SHARE

Comments