love ro'se 🥀 11

         "And she was fair, as is the rose in May"
.

เปลือกตาสีนวลปรือขึ้นช้าๆ แพขนตางอนหนากระพริบปริบยามที่แสงแดดอ่อนสาดส่องลอดผ่านผ้าม่านเข้ามา
คนร่างบางขยับตัวยุกยิกอยู่ใต้ผ้านวมหนาผืนใหญ่อย่างไม่ค่อยจะสบายตัวนัก ค่อยๆ ประคับประคองร่างเอิบอิ่มให้ลุกขึ้นนั่งพิงหัวเตียง

"อ๊ะ"

แต่กลับต้องหลุดร้องครางออกมาด้วยความเจ็บปวดทันทีที่สะโพกกลมกลึงสัมผัสกับพื้นเตียงนุ่ม

สัมผัสเพียงแค่แผ่วเบาแต่ร่างกายเหมือนจะแหลกสลาย รู้สึกปวดระบมจนน้ำตาแทบไหล 

นัยน์ตากลมโตวาดสายตามองสำรวจไปทั่วทั้งห้องนอน ลอบสำรวจภาพที่ไม่คุ้นเคยนักจนกระทั่งสายตาพลันเหลือบไปเห็นแผ่นหลังกว้างเปลือยเปล่าของใครบางคนที่ยืนหันหลังให้กันอยู่ที่ระเบียงห้อง 

แผ่นหลังที่ดูอบอุ่นและน่าพักพิงประหลาด

มือแกร่งคีบบุหรี่มวนไว้ อีกมือหนึ่งยกโทรศัพท์เครื่องหรูแนบใบหูขยับปากพูดสลับพ่นควันสีบุหรี่

ทุกท่วงท่าและการกระทำต่างกระตุ้นพริมโรสให้เกิดอาการแปลกประหลาด รู้สึกปั่นป่วนและวูบไหวเสียจนต้องรีบละสายตาออกมา

ผ้าปูเตียงสีขาวที่ยับจนยู่ยี่ กางเกงในผ้าบางตัวจิ๋วที่มุมห้อง ทุกอย่างล้วนเป็นหลักฐานชิ้นดีว่าสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อค่ำคืนที่ผ่านมาไม่ใช่เพียงแค่ความฝัน

ภาพเหตุการณ์ต่างๆ ล้วนฉายย้อนกลับเข้ามาในห้วงความคิดจนคนตัวเล็กต้องรีบส่ายหน้าสลัดมันทิ้งไปก่อนที่พวงแก้มขาวจะร้อนและระอุไปเสียมากกว่านี้

ฝ่ามือเล็กเลื่อนลงไปกระตุกผ้านวมผืนหนาที่คลุมร่างอยู่ออกก่อนไล่สายตาสำรวจเรือนร่างของตัวเอง 

ริมฝีปากอิ่มเม้มเข้าหากันแน่นเมื่อสายตาพลันเหลือบไปเห็นร่องรอยจากรสรักร้อนฉ่าที่เปื้อนไปทั่วเนื้อผิวขาวนวล ปลายนิ้วมือนุ่มลูบไล้ไปตามรอยแดงช้ำทั่วต้นขาขาวทั้งสองข้าง 

ร่องรอยจากฝ่ามือหนา รอยดูดเม้มจากริมฝีปากร้าย ไปจนถึงรอยกัดจากฟันซี่คม

รอยที่ก็คงจะเป็นของใครไปเสียไม่ได้นอกจากเจ้าของแผ่นหลังกว้าง

เพราะคนตัวเล็กเองก็ยังรู้สึกได้ดีถึงสัมผัสร้อนๆ ที่ใครคนนั้นเขาฝากทิ้งไว้ให้ตั้งแต่เมื่อคืน

มือขาวค่อยๆ ถกชายเสื้อยืดตัวใหญ่ขึ้นจนเห็นสัดส่วนอ่อนไหวขนาดน่ารักสีนวล ส่วนที่โดนคนใจร้ายกลืนกินและสัมผัสจนสาแก่ใจ 

ก่อนเลื่อนปลายนิ้วเรียวไปลูบแผ่วเบาที่รอยสักรูปดอกกุหลาบสีแดงสดที่สะโพกมน

เฮ้อ

พริมโรสพรูดลมหายใจออกมาเบาๆ เมื่อนึกย้อนไปถึงเรื่องราวอันแสนร้อนระอุเมื่อค่ำคืนที่ผ่านมา ความทรงจำที่ชัดเจนไม่ว่าจะเป็นรูป รส กลิ่นหรือแม้กระทั่งเสียงหอบกระเส่าของเราสองคน

เขาจำมันได้ดีตั้งแต่วินาทีที่คิมหันต์โผล่ไปรับที่ผับ ฉุดกระชากลากถูกันจนมาถึงที่ห้องพัก จนเขาโดนบดขยี้ลงโทษด้วยริมฝีปากร้าย โดนสัมผัสเร่าร้อนลากผ่านไปทั่วทุกสัดส่วนของเรือนร่าง จนสมองขาวโพลนสติแตกกระเจิงกู่ไม่กลับจบลงที่ต่างคนต่างมอบความสุขสมให้แก่กันนับครั้งไม่ถ้วน

เฮ้อ

อดพรูดลมหายใจออกมาอีกครั้งหนึ่งอย่างห้ามเสียไม่ได้
เรื่องราวที่เกิดขึ้นจะไปคิดโทษใครเขาได้ พริมโรสเองก็โตแล้วต้องรู้จักหักห้ามใจ

แต่เมื่อคืนนี้เขากลับปล่อยให้อารมณ์อยู่เหนือความคิด
ปล่อยให้ร่างกายโอนอ่อนไปตามกระแสแห่งความต้องการ 

หมั่นเติมเชื้อเพลิงให้กองไฟรักที่กำลังลุกโหมหนักจนโดนมันแผดเผาไม่เหลือชิ้นดี

ถ้าจะผิดก็ผิดที่พริมโรสเองนี่แหล่ะ

ที่ปล่อยตัวปล่อยใจไปกับเขาคนนั้น 

คนที่ปากก็พร่ำบอกว่าเกลียดนักเกลียดหนา 
แต่ร่างกายกลับโหยหาเสียเหลือเกิน

ร่างเล็กค่อยๆ ขยับตัวลงจากเตียง ปลายเท้าสัมผัสกับพื้นห้องเย็นเฉียบเพียงแผ่วเบา

แต่ทันทีที่ทิ้งน้ำหนักตัวลงสะโพกก็เจ็บระบมจนแทบทรงตัวไว้ไม่อยู่เกือบจะต้องล้มหน้าคะมำถ้าไม่ได้วงแขนแกร่งของใครบางคนเข้ามาช่วยประคองไว้

เนี่ย 

รู้เลยว่าจะต้องโดนดุอีกแน่ๆ

"จะไปไหน" คิมหันต์เอ่ยถามเสียงเรียบพลางขมวดคิ้วยุ่งมองคนในอ้อมกอด

วงแขนแข็งแรงโอบกอดรอบเอวบางของโรสไว้อย่างหวงเเหน ออกแรงดึงรั้งให้คนตัวเล็กขยับเข้ามาชิดกัน

"ปะ ปล่อยเดี๋ยวนี้นะ" 

"จะไปไหน" เอ่ยเสียงเรียบถามย้ำอีกครั้งหนึ่ง

"ก็ปล่อยโรสก่อนดิคุณ" 

"คุณยืนไหวหรอ" 

ถอนหายใจก่อนถามเสียงอ่อนลง ใจก็อดนึกเป็นห่วงเด็กดื้อในอ้อมกอดไม่ได้

เมื่อคืนนี้เราทั้งสองต่างก็ใช้พลังกันไปเยอะ เขาเองยังแทบสลบคาอกขาว แล้วพริมโรสของเขาก็ตัวเล็กแค่นี้จะไม่ให้ห่วงได้ยังไง

"โรสยืนไหว ปล่อยได้แล้ว"

"ปล่อยแล้วเดี๋ยวคุณหนีกลับบ้าน" 

"..."

"จะเอาไรก็บอก เดี๋ยวผมทำให้" 

พริมโรสได้แต่ยืนนิ่ง 

สบสายตาคมที่คอยเอาแต่มองมา นัยน์ตาคู่นี้ฉายแววเป็นห่วงกันอย่างชัดเจนจนหัวใจดวงน้อยเผลอไผลเต้นผิดจังหวะไปเสียครู่ใหญ่

"..."

"ว่าไง สรุปจะเอาไร"

พริมโรสนิ่งเงียบไปเสียครู่ใหญ่ ริมฝีปากอิ่มเม้มเข้าหากันแน่นก่อนพูดสั่งพร้อมกับชี้ปลายนิ้วเล็กไปที่มุมห้องนอน

"เอากางเกงใน" 

เชิดหน้าสั่งให้อีกคนคิดว่าตัวเองไม่ได้รู้สึกกระดากอายอะไรแต่แก้มขาวๆ ยุ้ยๆ นี่กลับแต้มไปด้วยสีแดงจัด

คิมหันต์หันไปมองตามนิ้วเล็กแล้วก็ต้องหลุดยิ้มออกมา

"ยืนรออยู่นี่ เดี๋ยวไปหยิบให้"

"หะ เห้ย เดี๋ยวคุณ" 

โรสอุทานร้องออกมาเสียงหลง ไม่คิดว่าคิมหันต์จะยอมเชื่อฟังกันจริงๆ 

พริมโรสแค่อยากจะแกล้งให้คนตรงหน้ากระดากอาย ให้เขินจนทำอะไรไม่ถูกที่อยู่ดีๆ ก็โดนร้องขอให้ไปหยิบของส่วนตัวแบบนี้ให้ 

แต่เรื่องมันกลับตาลปัตรไปเสียหมด

คิมหันต์ปล่อยคนในอ้อมกอด ลอบสำรวจให้แน่ใจว่าเด็กดื้อของเขาทรงตัวได้ดีแล้วถึงเดินไปหยิบกางเกงในตัวจิ๋วที่เขาจำได้ดีว่าเป็นคนถอดเองกับมือนี้

ก่อนจะมาหยุดอยู่ตรงหน้าคนตัวเล็กอีกครั้งแล้วย่อตัวคุกเข่าลง

"ทำอะไร" 

เสียงหวานเอ่ยถาม ตากลมโตหลุกหลิกไปมาอย่างไม่เข้าใจ มือก็เอื้อมไปจับไหล่คนที่กำลังย่อตัวคุกเข่าลงตรงหน้า

"ใส่กางเกงในให้คุณไง" 

คิมตอบด้วยน้ำเสียงนิ่งๆ เหมือนเคยแต่กลับทำให้พริมโรสเบิกตาโตด้วยความตกใจ

"จะบ้าหรอ โรสใส่เองได้"

"ดื้อกับผมหรอ" 

และก็เป็นอีกครั้งหนึ่งที่พริมโรสได้แต่ส่งเสียงจิ๊ปากออกมา

เพราะโดนดวงตาคมกริบตวัดมองมาอย่างไม่สบอารมณ์นัก เขาจึงทำได้แค่ก้าวขาใส่กางเกงตามที่คนตัวสูงสั่ง

มือแกร่งค่อยๆ ดึงรั้งกางเกงผ้าบางให้ขึ้นสูง เนื้อฝ่ามือร้อนลากผ่านไปตามท่อนขาเรียว ลอบสัมผัสผิวเนื้อเนียนจนคนตัวเล็กขนลุกซู่ ในท้องรู้สึกวูบไหวจนเกือบเสียอาการ 

ก่อนที่มือหนาจะมาหยุดอยู่ที่บั้นท้ายกลมกลึง ฟาดฝ่ามือลงกับเนื้อนิ่มหนึ่งทีแล้วผละออกมาพร้อมกับเสียงแวดดังลั่นของเจ้าตัวดื้อ

"คุณคิม!!!!"

"ดื้อนัก"

ก็ชอบทำหน้าตาท่าทางฟึดฟัดเสียจนคิมหันต์นึกหมั่นไส้ อยากลงฟันกัดเนื้อขาวให้ช้ำไปเสียทั้งตัว

คิมตวัดวงแขนโอบรอบเอวบางอีกครา ก้มหน้าวางศรีษะไว้บนไหล่แคบก่อนจะหลับตาลงช้าๆ

"อะไรของคุณอีกเนี่ย"

"อยู่นิ่งๆ"

เอ่ยเสียงดุเมื่อคนตัวเล็กทำท่าจะขยับหนี

"ก็มากอดทำไมเล่า" 

โรสส่งเสียงครางหงิงเหมือนลูกแมวอ้วนจนคิมหันต์อดใจไว้ไม่อยู่อ้าปากงับเนื้อขาวทีลำคอระหงไปอีกหนึ่งที

"กอดไม่ได้หรอ" เสียงทุ้มเอ่ยแผ่วเบา

"แล้วทำไมต้องกอดด้วย" 

"จะได้มีแรงทำงาน" 

โรสผละออกมาเงยหน้าถามเขาทันที "คุณจะไปทำงานต่อหรอ" เจ้าตัวเผลอส่งสายตาออดอ้อนออกมาโดยไม่รู้ตัว

"ให้ไปมั้ย"

น้ำเสียงอบอุ่นราวกับแสงแดดอ่อนในยามเช้าของคิมหันต์ทำให้คนตัวเล็กก้มหน้างุด เม้มริมฝีปากเข้าหากันอย่างประหม่า

"จะไปก็ไปสิ" ก่อนพึมพัมตอบกลับมา

"ไม่ไปดีกว่า"

เด็กดื้อขมวดคิ้วมองเขาแต่ก็ไม่ได้พูดอะไรต่อ คิมกระชับอ้อมแขนให้คนตัวเล็กเขยิบเข้ามาแนบชิดกันเหมือนเดิม เอียงใบหน้าพ่นลมหายใจร้อนใส่ลำคอระหง

ซึ่งรอบนี้คนตัวเล็กก็เชื่อฟังอย่างดี ยอมยืนอยู่นิ่งๆ ในอ้อมกอดแถมยังใจดียกมือนุ่มนิ่มขึ้นมาลูบที่ท้ายทอยของเขาเบาๆ จนคิมหันต์อดยิ้มกว้างออกมาไม่ได้
.
.
.
ช่วงนี้คุณคิมทำตัวแปลกๆ โรสคิดในใจ

ชอบมาวนเวียนอยู่ใกล้ๆ เดี๋ยวก็แกล้งหอมแก้มบ้าง จับมือบ้าง กอดบ้างจนโรสสับสนไปหมด 

ก็พอจะรู้ว่าไอ้การกระทำแบบนี้หมายความว่าอะไร แต่ก็ไม่อยากจะคิดเข้าข้างตัวเองเพราะตัวคุณคิมก็ไม่เคยพูดอะไรเกี่ยวกับความสัมพันธ์ของเราสองคน

ถึงแม้ช่วงหลังๆ มานี้จะแปลกไปมากก็เถอะ

ยิ่งเกิดเรื่องเมื่อคืนด้วยแล้ว 

โรสก็ไม่รู้เหมือนกันว่าความสัมพันธ์แบบนี้มันมีชื่อเรียกว่าอะไร 

ความสัมพันธ์ที่การกระทำเหมือนจะชัดเจน 

แต่กลับไม่เคยมีคำพูดใดๆ ระหว่างกัน

นึกแล้วก็เบื่อตัวเองอยู่เหมือนกันที่ชอบโอนอ่อนไปกับสัมผัสอันแสนอบอุ่นของคนตรงหน้า 

แต่จะให้ทำไงได้ต่อให้สมองปฏิเสธแค่ไหนแต่หัวใจมันกลับเรียกร้องหาคนคนนี้ 

คนที่เป็นดั่งความอบอุ่นในฤดูร้อน 

เป็นเสมือนหน้าร้อนที่ช่วยให้ดอกกุหลาบดอกน้อยๆ ได้ผลิบานอย่างสดใส

เป็นคิมหัันต์ของพริมโรส

-พริมโรส-

to be continued...

joylada ; http://www.joylada.com/story/5c39c0eba2655f0001f9098f

SHARE
Writer
springrabbit_
writer,storyteller
part-time writer, full-time MAY

Comments