แม่จิ้งจอกกับเด็กหลงทาง !
มนุษย์ได้มอบตำแหน่งพิเศษให้กับฉัน
เขาให้ฉันเป็น
สัญลักษณ์ของความเจ้าเล่ห์ 
และการโกหกหลอกลวง

ฉันคือสุนัขจิ้งจอก
เมื่อฉันได้เป็นสัญลักษณ์ของการโกหกหลอกลวง 
วันเกิดของฉันคงตรงกับวันที่ 1 เมษายน ที่พวกมนุษย์คิดว่า 
การโกหกกันเป็นเรื่องตลกขบขัน 
แต่พวกเราจิ้งจอกใช้การโกหกและแผนการหลอกลวงต่างๆ
เพื่อการเอาตัวรอด เราไม่ได้มีพละกำลังและการอยู่ร่วมกันเป็นฝูงเหมือนหมาป่า
เราจิ้งจอกแยกกันอยู่
ดังนั้นแผนการกับกลลวงเป็นอาวุธที่สำคัญที่สุดของเรา 
เราโกหกเพราะจำเป็น
เราโกหกเพื่อจะได้อยู่รอดถึงวันพรุ่งนี้

ฉันเองก็โกหกหลอกลวงมาตลอดชีวิต
ทุกครั้งฉันโกหกให้ตัวเองตลอด 
ทุกครั้งฉันทำได้สำเร็จ 
แต่การโกหกซ้ำแล้วซ้ำเล่าทำให้ผู้ฟังเชื่อถือฉันน้อยลง และด้วยความโชคร้ายการโกหกที่ไม่ได้ผลเพียงครั้งเดียวทำให้ฉันต้องสูญเสียสิ่งสำคัญไป ฉันจำเหตุการครั้งนั้นได้ดี

ช่วงนั้นมีมนุษย์แม่ลูกหลงเข้ามาในป่า
แม้ป่าจะกว้างใหญ่ไพศาล 
แต่ทุกสถานที่ย่อมมีสังคม 
และในสังคมย่อมมีพวกสอดรู้สอดเห็น
พูดต่อๆ กันจนเป็นข่าว
มีข่าวว่ามีมนุษย์สองแม่ลูกหลงเข้ามาภายในป่า 
ป่าจึงส่งทีมค้นหาฝีมือดีเข้าไปต้อนรับการมาเยี่ยมเยียนของมนุษย์นั้นคือหมาป่า 
การตามหามนุษย์ของหมาป่านั้นมันจะเสาะหาทุกที่ และแวะกินทุกร้านอาหารที่มีอาหารอยู่เช่นกัน 

ตอนนั้นฉันอ่อนแอเพิ่งจะคลอดลูกน้อยได้ไม่นานฉันจึงซ้อนลูกน้อยไว้ในโพรงไม้ 

ไม่นานทีมค้นหาก็มาถึง เขาถามฉันด้วยความเป็นมิตรว่าเห็นมนุษย์ผ่านมาทางนี้ไหม หมาป่าเป็นลูกค้าประจำฉันอยู่แล้ว ฉันหลอกเขาครั้งแล้วครั้งเล่า

ฉันออกอุบายให้จ่าฝูงตามฉันมา
เพื่อที่จะให้ฝูงของเขาออกหาจากบริเวณนี้เช่นกัน 

ฉันพาเขาวิ่งออกมาห่างจากโพรงไม้ที่ลูกฉันอยู่ ใช่ฉันทำสำเร็จจ่าฝูงตามฉันมา ตามที่ฉันได้ตั้งใจไว้ 
แต่เขามาเพียงตัวเดียว ฝูงของเขาไม่ตามมา ฉันเห็นรอยยิ้มของจ่าฝูงที่สนุกกับเกมโกหกที่ไม่ได้ผลของฉัน
เขายอมเล่นไปตามเกม 
ฉันรู้ได้ทันทีว่าการหลอกครั้งนี้ไม่ได้ผล ฉันจึงวิ่งกลับมาทางเดิม 

จ่าฝูงเขาได้พูดทิ้งท้ายว่า
เกมโกหกในครั้งนี้สนุกดีนะคุณ 
“แม่จิ้งจอก” 
ผมแพ้คุณมาหลายครั้ง
แต่ครั้งนี้ผมคิดว่าผมชนะ 
ไว้ครั้งหน้าเรามาเล่นกันใหม่นะ

วิ่งฉันวิ่งสุดฝีเท้า
ระหว่างทางฉันสวนทางกับฝูงของเขา ฉันไม่สนใจ 
ไม่สนใจ 
ลูกของฉันต้องปลอดภัย 

ภาพที่ฉันได้เห็นหลังจากการวิ่งสุดกำลังนั้นคือโพรงไม้ที่เต็มไปด้วยเลือด 
และ
ร่างของลูกสุนัขที่ถูกกัดจนจมเขี้ยว 
แผลตามตัวคล้ายกับการถูกคาบเอาไว้
และสะบัดด้วยความสนุก 

หน้าตาของลูกสุนัขตัวนี้คล้ายๆกับลูกของฉัน แต่เด็กคนนี้ต้อง ไม่ใช่ลูกของฉันแน่นอน

ฉันพาร่างไร้วิญญาณของเด็กคนนี้ไว้ที่
โพรงไม้และพูดว่า
ฉันให้หนูอยู่ที่นี่ไปก่อนนะ
นี่เป็นที่ ที่ลูกของฉันชอบมาก 
แต่ตอนนี้ลูกของฉันไม่อยู่ 
ฉันให้หนูพักไปก่อนนะ 
ฉันต้องรีบไปตามหาลูกของฉัน
แล้วหวังว่าหนูจะไปสู่ภพภูมิที่สงบสุขนะ

ฉันใช้อาวุธเพียงหนึ่งเดียวของฉันช่วยในครั้งนี้ การโกหกนอกจากช่วยเหลือให้ร่างกายตัวเองปลอดภัยแล้ว ยังสามารถช่วยเหลือจิตใจได้ดีด้วยเช่นกัน 

ฉันทิ้งร่างของลูกสุนัขตัวนั้นไว้ 
ฉันไม่กล้าที่จะมองเพราะไม่รู้ทำไม 
การเห็นร่างไร้วิญญาณนั้นมันเรียกน้ำตาของฉันออกมาแบบที่ไม่สามารถหยุดยั้งมันไว้ได้เลย

วันต่อมามีข่าวว่า
หมาป่าพบกับมนุษย์ที่หลงเข้ามาที่บริเวณน้ำตก 
แต่ฉันก็ไม่ได้สนใจ ตามหาลูกของฉันต่อไป 

ด้วยความบังเอิญ
ฉันที่กำลังจะพักเหนื่อยจากการเดินทางพักอยู่บริเวณธารน้ำห่างจากน้ำตกพอสมควร 

พบกับวัตถุปริศนาที่ลอยน้ำมาเกยตื้นที่ฝั่ง หญิงสาวที่เต็มไปด้วยบาดแผล และเด็กผู้ชายที่กำลังร้องไห้และต้องการพยุงร่างของเธอที่สภาพอิดโรยขึ้นมา 
ฉันฟังไม่ออกว่าที่เด็กคนนั้นพูดหมายความว่าอะไร 
..แม่ลุกขึ้นครับเดี๋ยวจะพาแม่ไปเอง..

แม้ฉันไม่ใช่หมอก็พอจะรู้ว่า ผู้หญิงคนนี้กำลังจะตาย แต่ที่ยังหายใจอยู่
คงเป็นเพราะใจที่ไม่อาจปล่อยให้ลูก
ต้องอยู่เพียงลำพังในป่าแห่งนี้ได้

เขาแรงแค่นั้นจะไปช่วยอะไรได้
สิ้นหวังเสียจริง ฉันควรจะรีบไปตามหาลูกของฉันได้แล้ว

แต่ฉันไม่อาจละสายตาไปจากภาพตรงหน้านี้ได้เลย 

ผู้หญิงที่กำลังจะสิ้นใจนั้นเธอหันมาเห็นจิ้งจอกตัวนี้เข้าพอดี 

เธอส่งสายตามาที่ฉัน 
แต่สายตานั้นมีข้อความส่งมาถึงฉันด้วย เป็นข้อความที่ไม่จำเป็นต้องใช้ภาษา 
แค่สายตาที่จ้องมองมา ฉันก็รู้ได้ทันทีว่าเธอต้องการอะไร 
ช่วยเขาทีนะ 
ฉันฝากเด็กคนนี้ด้วยเถิด ฉันขอร้อง 

ประโยคขอร้องที่แสนจะเห็นแก่ตัว 
ฉันไม่ได้อะไรจากการช่วยเธอเลย 
ไม่จำเป็นต้องทำตามก็ได้
เพียงแต่ถ้าฉันไม่ช่วยแล้ว 
เด็กคนนี้จะเป็นอย่างไร?

ตอนต่อไป แม่จิ้งจอกกับเด็กหลงทาง !!
SHARE
Written in this book
นิทานจากฉัน
เขียนไว้อยากให้คุณได้อ่าน
Writer
Suyzeiy
ขอให้โชคดี
คนธรรมดามานั่งแต่งนิทาน (นิทานที่ไม่มีคนอ่าน)

Comments