เมื่อฉันโทรหายาย

ไม่ค่อยอยากโทรหายายเท่าไหร่เพราะช่วงนี้’อาการ’ไม่ค่อยดี ครั้งสุดท้ายที่โทรก็ปีใหม่ที่บอกว่าเราไม่กลับบ้านเพราะติดหัดเยอรมันมาจากเชียงใหม่ ยายก็หงอยๆไปแหละ เพราะเราก็กลับไปล่าสุดคือสงกรานต์ปีที่แล้ว


 คือพาลุงไปให้เจอในฐานะ ‘หลานเขย’

สิ่งที่ยายไม่รู้คือหลังจากกลับมากรุงเทพ สถานการณ์ทางจิตใจของเราแย่ลงมากถึงขั้นละเมอบีบคอลุง อาการเราหนักมากขึ้นเพียงแค่รู้ว่า ‘เขา’ มีตัวตนตรงนั้น

...ไม่ต้องพูดคุยกัน ไม่ต้องมองกัน อาการก็กำเริบขึ้นมาได้

ตะกี้โทรหาเพื่อที่จะบอกว่าสงกรานต์ไม่กลับบ้าน เหมือนดูออกว่าป่วย บอกให้รักษาสุขภาพก็เลยเออออไป
แต่สิ่งที่เค้าไม่รู้คือ

...เราไม่ได้ป่วยทางกายไง 

ที่ป่วยคือจิตใจ หนักมากด้วย หนักจนกลับบ้านไม่ได้เพราะรู้ว่าต้องไปเจอคนที่ทำให้เป็นแบบนี้ หนักแบบที่สงสารคนดูแลที่ก็หนักพอๆกัน เรียกได้ว่าหนักจนสมเพชตัวเอง

ที่หมอบอกว่าดีขึ้นก็เหมือนจะไม่ใช่ความจริงเลยทั้งที่กินยาทุกวัน
ก็ไม่ได้อยากป่วยแบบนี้หรอก มันกระทบหมดทั้งเรียน ทั้งงาน ไหนจะความสัมพันธ์ต่อคนรอบข้างอีก

แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้อยู่ดีว่าที่เป็นแบบนี้ก็คนรอบข้าง

กับคนดูแลก็ทั้งรัก ทั้งสงสาร ไม่อยากให้มาทนอะไรแบบนี้ด้วย แต่ก็นะ ถ้าใช้แค่คำว่าแฟน อะไรก็คงง่ายกว่านี้

...แต่นี่ใช้คำว่าสามีไง 

กับยาย...

ยายคือคนที่เลี้ยงเรามาแทนคนที่เรียกว่าพ่อแม่ โดยได้เงินรายเดือนเพียงแค่สามพันบาทมาตลอดสิบห้าปี 

ค่าเทอมเรา ค่าหมอเวลาเราป่วย ค่าอุปกรณ์การเรียนนั่นนี่ หรือแม้กระทั่งค่าของฟุ่มเฟือยต่างๆ บางทียายต้องควักเงินจ่ายเองด้วยซ้ำ โดยที่คนที่เรียกตัวเองว่า’พ่อ’ ออกความเห็นว่าเราควรเรียนโรงเรียนวัด โตไปเดี๋ยวก็แต่งงาน มีผัวเลี้ยง 

...ทั้งที่ตัวเองพูดอย่างภาคภูมิใจว่าเป็นเด็กสารสาสน์ หึ

กลับมาหาเรื่องดีๆกันบ้าง
ยายคือคนที่ทำอาหารอร่อยที่สุดในอำเภอ เห็นได้จากงานสงกรานต์ประจำปีที่ชุมชนส่งประกวดด้วยอาหารที่ยายทำ แล้วได้รางวัลมาหลายปีอยู่
แถมรับจ้างทำกับข้าวส่งตามงาน งานบวช งานบุญ งานศพยายรับหมด เรียกได้ว่าช่วงเวลาที่ยายยังรับจ้างอยู่ ยายคือคนดังของอำเภอ ชนิดที่ว่าครูทั้งโรงเรียนรู้จักยาย พวกนายกเทศมนตรี สส. สจ.หลายคนยังต้องยกมือไหว้ยาย 

มันคงไม่เกินจริงไปหรอกมั้ง ก็มาจากความทรงจำของหลานรักอย่างเรานี่


ยายคือหนึ่งในคนที่ทำให้เรายังพอเหลือสภาพเป็นผู้เป็นคนได้ในการผ่านช่วงเวลามืดดำของชีวิตมาได้หลายหน 

...คงจะเหมือนพระเจ้าหลายคนที่ยึดไว้เป็นความหวังนึงของชีวิตกระมัง

 แต่ถึงอย่างนั้น ยายก็ไม่ใช่คนที่เราจะปรึกษาอะไรได้ทุกอย่างอยู่ดี

...ยิ่งถ้ายายรู้ว่าคนที่ทำให้เรามีบาดแผลลึกเป็นลูกเขยของยาย คนที่ยายเกลียดเพราะเป็นหนุ่มเมืองกรุงไม่ยอมทำตามประเพณี คนที่ให้กำเนิดเรา เรายิ่งให้รู้ไม่ได้

คนรอบตัวจะรู้ว่าเราเป็นพวกที่ไม่กลัวอะไรเลย ชนิดที่ว่าเอาปืนมาจ่อหน้าผาก เราก็ยืนนิ่งให้ยิง 

แต่จุดอ่อนจุดเดียวของเราคือยาย 

เราเป็นบุคคลที่ถูกขนานนามว่าหลานรัก เป็นหลานคนเดียวที่ยายเลี้ยง พูดภาษากลางด้วย รักและตามใจมากที่สุด และถูกเพ่งเล็งมากที่สุดด้วย กลับบ้านหรือโทรหาทีก็จะโดนพวกน้าๆเล็งว่ามาปอกลอกยายรึเปล่า แล้วยายก็จะชอบแอบให้เงิน ยัดเงินใส่มือให้

... ไม่เอาก็ไม่ได้ แกสบายใจของแกอย่างนั้น

เราก็เลยเอาใส่ซองคืนไปตอนที่ที่บ้านเรี่ยไรเงินปีใหม่ให้ยาย จบกันไป 

พูดถึงจุดอ่อน
เราเคยต้องเสียสิ่งสำคัญที่สุดอย่างหนึ่งในชีวิตไปเพราะจุดอ่อนที่เรียกว่ายายนี่แหละ ตรงนี้ไม่สามารถบอกรายละเอียดได้ แต่ถ้าให้กลับไปเลือกอีกรอบ ถึงจะตัดสมการที่ชื่อว่ายายออก เราก็จะยังเลือกอย่างเดิมอยู่ดี

ตอนโทรคุยกัน ยายบอกเดินไม่ค่อยไหว ไม่มีคนดูแลแล้วไม่อยากอยู่ต่อ คงจะอยู่ได้ไม่เกินปีใหม่นี้  ในใจเรามีคำถามเต็มไปหมดว่าครอบครัวลุงไปไหน ป้าสะใภ้ที่อยู่กับบ้านทำอะไรอยู่ 

...ปากอยากจะพูดว่าไม่เอาสิ ยายต้องอยู่ต่อ แต่มันจุกอยู่ที่คอ พูดไม่ออกซะงั้น 

เรากับยายอายุห่างกัน 48 ปี 
ดูไม่มากเท่าไหร่ เราก็เคยคิดแบบนั้น
แต่พอเราอายุมากขึ้นเรื่อยๆ จนปีนี้เรา 22
หันกลับไปดูยาย ยาย 70 แล้ว เวลาผ่านไปเร็วมากๆ เร็วจนใจหาย 

ในความทรงจำวัยเด็กอันเลวร้ายของเรา เรายังมองเห็นตัวเราเองในอ้อมกอดของยายที่อุ้มเราเดินลงมาจากบันไดบ้าน ตอนโดนยายตีเพราะเอากาแฟคั่วบดไปเทใส่หม้อแกงที่ยายต้องเอาไปส่งลูกค้าได้อยู่เลย แถมยายเป็นคนที่ออกไปไหนก็มีของกินติดมือมาให้ตลอด ชนิดที่ว่าออกจากบ้านวันนึงสามรอบ ก็มีของกินมาฝากเราทั้งสามรอบนั่นแหละ 

 ซึ่งเราถือว่านั่นก็เป็นหนึ่งในความทรงจำดีๆนะ

ยายเป็นคนสวย สวยมากๆ สวยระดับนางงามภูธร จากที่เคยเห็นรูปสมัยสาวๆ 
ตอนห้าสิบกว่าๆที่เราโตมาพอจะจำอะไรได้ก็ยังสวย อ้วนท้วนตามวัย แหงล่ะ ผ่านการคลอดลูกมาตั้งสี่คนนี่
แต่ก็ยังมีเค้าความสวยอยู่ดี หน้ากลมแต่มีคาง ฟันเรียงสวย จมูกโด่ง ตาสองชั้น 

...ในขณะที่หลานรักอย่างเราดันได้หน้าหมวยๆจีนๆมาจนต้องไปเติมจมูกกับตาสองชั้นเพิ่ม แถมยังต้องจัดฟันอีก

พอย่างเข้าหกสิบ โรคมะเร็งมาเยี่ยมยาย โชคดีที่เป็นแค่ระยะแรก แค่ตัดเต้านมออกก็หาย 

...แต่ความมั่นใจของยายหายไปหมด หายจนไม่สามารถทำงานได้อีก 
จนกินข้าวไม่ได้ ผอมลงเรื่อยๆ 
จน...

จากสาวสังคม รักสวยรักงาม ย้อมผมทุกครั้งที่เห็นผมหงอกขึ้น ตอนนี้กลายเป็นคนที่ไม่มีเรี่ยวแรงจะลุกมาทำอะไรอีกแล้ว

...นี่เป็นครั้งแรกที่เรากลัวความตาย 

พูดตรงๆว่าเรากลัว สองสามวันก่อนเราเพิ่งจะฝันว่ายายตาย เราเคยฝันแบบนี้ตอนเด็กๆ แล้วยายก็ดุว่ามันคือการต่ออายุให้คนที่ฝันถึง

ปกติเราไม่ใช่พวกที่เชื่ออะไรแบบนี้
...แต่ครั้งนี้เราอยากเชื่อมัน และให้มันเป็นจริงสักครั้ง

อย่างน้อยก็อยู่รอให้เรากลับไปขอสูตรอาหารเหนือของยายมาทำกินเองบ้างก็ดี จะได้ไม่เสียชื่อหลานรักของยาย

เพราะอาหารเหนือสูตรของยายทำให้เราไปไหนไม่ได้ อาหารเหนือร้านไหน เจ้าไหนที่ว่าอร่อย ทั้งในกรุงเทพและจังหวัดอื่นๆทางเหนือ ไปลองมาหมดแล้ว ยังไงก็สู้ของยายไม่ได้อยู่ดี

...คิดถึงแกงฮังเลกับน้ำพริกกุ้งสูตรยายจัง


SHARE
Writer
Nitch
Prepotente 20’s girl.
เป็นผู้ป่วยทางจิตที่เขียนทุกอย่างที่นึกได้และนึกออก. รูปปกส่วนใหญ่ก็รูปฟิล์มที่ถ่ายเองนั่นแหละ :)

Comments