การรอคอยที่ไม่บีบคั้น

โทรศัพท์มือถือของฉันสั่น พร้อมแถบแจ้งเตือนในกล่องข้อความของแอปพลิเคชั่นหนึ่ง ฉันมองชื่อผู้ส่ง...พี่รหัสของฉันเอง ข้อความจากเขาทำให้ฉันประหลาดใจเล็กน้อย

: ขอที่อยู่หน่อยสิ
: จะเอาไปทำอะไร
: พี่จะส่งโปสการ์ดไปให้
: จริงเหรอ 
: จริงสิ จำได้ว่าเมื่อก่อนเราชอบส่งโปสการ์ดมาให้พี่ เดี๋ยวพี่จะส่งให้เรามั่งนะ
: เพิ่งรู้ว่าพี่ส่งโปสการ์ดด้วย
: พี่เพิ่งเข้าสู่วงการน่ะ 555

เป็นอย่างที่เขาว่า เวลาฉันไปเที่ยวที่ไหน ฉันชอบส่งโปสการ์ดไปให้เพื่อนและคนสนิท พี่รหัสของฉันเป็นหนึ่งในคนที่ฉันส่งโปสการ์ดให้บ่อยๆ

ฉันนึกถึงปฏิกิริยาของเขา ตอนที่ฉันเคยขอที่อยู่ของเขา “โห สมัยนี้ยังมีคนส่งโปสการ์ดอยู่อีกเหรอ โรแมนติกนะเราเนี่ย” 

ฉันยิ้ม แล้วพิมพ์ที่อยู่ของฉันส่งไป

: แล้วคิดยังไงถึงมาเข้าวงการนี้
: พี่เริ่มคิดว่าโลกนี้ อะไรๆ มันเร็วและฉาบฉวยไป ช้าๆ ลงหน่อย น่าจะได้หยุดคิดมากขึ้น
: โอ้โห คมคาย
: พี่ไม่ชอบระบบ read notification ของ instant message ในปัจจุบันเลย
: ทำไมล่ะ
: เกลียดปุ่มสีเขียว เกลียดการอ่านแล้วไม่ตอบ เวลามีคนที่เราอยากคุย รู้สึกห่วงหา เฝ้ารอ เข้ามาเช็คว่าเขาอ่านหรือยัง เขาออนไหม ทำแบบนี้ทุกวัน บางทีมันก็ท้อใจ 
: จริง
: พี่เลยอยากหาเพื่อนส่งจดหมาย แต่เริ่มจากโปสการ์ดละกัน ลองเขียนอะไรสั้นๆ ก่อน 
อยากมีความรู้สึกว่าส่งแล้วก็แล้วกันไป รอเหมือนกัน แต่มันรอแบบไม่บีบคั้นอะ สบายใจกว่า
: หนูชอบเวลารอคอยจดหมายหรือโปสการ์ดนะ ทั้งรอว่ามันจะมาถึงเรามั้ย และที่เราส่งไปจะถึงหรือยัง แต่มันไม่ได้รออย่างบีบคั้นอย่างที่พี่ว่าแหละ ถ้ามันไม่หาย เดี๋ยวก็ถึงเอง
: ใช่เลย
: แต่มันอาจจะย้อนแย้งหน่อยๆ เวลาคนที่ได้รับโปสการ์ดจากเรามาบอกเราทาง instant message แบบนี้นะ
: 555555

สมัยเรียน พี่รหัสมักจะหอบหนังสือ และพวกชีตสรุปแนวข้อสอบมาให้ฉัน “พี่ก็ได้มาจากรุ่นพี่มาอีกที แต่พี่ไม่ค่อยได้อ่านหรอก เกรดเลยห่วยไง” นอกจากบรรดาหนังสือแล้ว เขาจะมีขนมติดมาให้ฉันด้วยทุกครั้ง ถึงจะพึ่งพาด้านการเรียนไม่ค่อยได้ แต่จากการพูดคุยกันเรื่องอื่นๆ ทำให้ฉันกับพี่รหัสสนิทกันพอสมควร

ตั้งแต่พี่เขาเรียนจบ เราก็ไม่ค่อยได้เจอกัน แต่ยังได้คุยกันอยู่บ้าง นานๆ ทีจะได้ถามไถ่ความเป็นไปของกันและกัน

: พี่อกหักมารึเปล่าเนี่ย
: หลอกถามพี่เหรอ
: หนูถามตรงๆ เลยตะหาก
: ไว้พี่จะเขียนไปบอกละกันนะ

แล้วการรอคอยก็เริ่มต้น

SHARE

Comments