การจัดประชุมแก้ไขสถานการณ์เร่งด่วน ณ.สมองของชายแก่ครั้งที่ 1
เมื่อคุณเป็นชายวัยทำงานแล้วบังเอิญมีแฟนที่กำลังเรียนมหาลัยอยู่ 

คุณจะมีปัญหากลุ้มใจมากมาย 
สารพัดปัญหาร้อยแปดที่จะต้องรีบเร่งแก้ไขปัญหาให้ได้โดยเร็วที่สุด 

จึงเกิดการประชุมเพื่อ
“แก้ไขสถานการณ์เร่งด่วนขึ้น”

โดยผู้เข้าประชุมในครั้งมีด้วยกันทั้งหมด 4 ท่าน 
ได้แก่ 
ท่านประธานในพิธีผู้จัดการสมอง (สาขานายสูญเสีย)
2 คุณแผนการ นามสกุล A 
3 คุณแผนการ นามสกุล B 
และท่านที่ 4 คุณแผนการนามสกุล C

โดยสาเหตุของการประชุมแก้ไขสถานการณ์เร่งด่วนครั้งนี้เกิดขึ้นเนื่องจาก 
นายสูญเสียกำลังวางแผน
การซื้อห้อง 1 ห้องแถวมหาวิทยาลัย
(ทั้งที่ยังไม่มีตัง)
เขามีความคิดว่า
ถ้าเกิดย้ายไปอยู่ห้องนั้นกับคุณแฟนที่กำลังเรียนมหาวิทยาลัยอยู่ 
แล้ว ต้องการไปส่งแฟนไปเรียนทั้งที่ตัวเองต้องทำงานเช้าจะต้องทำอย่างไร ?

ดังนั้นการประชุมแก้ไขสถานการณ์เร่งด่วน ณ.สมองของชายแก่ครั้งที่ 1 นี้จึงมีหัวข้อในการประชุมว่า
ทำอย่างไรถึงจะไปส่งแฟนเรียนได้ทั้งที่ตนทำงานเช้า ?

เมื่อการประชุมเริ่มขึ้นประธานในพิธีผู้จัดการสมอง (สาขานายสูญเสีย) ได้ขอความคิดเห็นของคุณแผนการ A B และ C

คุณแผนการ A ด้วยความมั่นใจในแผนการที่สมบูรณ์แบบขอตน จึงออกความคิดเห็นว่า

แผนการ A : ไม่เห็นจะยากเลยครับ เราก็ปลุกแฟนตอนเช้าแล้วก็บอกว่า
ที่รักไปหาข้าวเช้ากินกัน พาเธอไปกินข้าวเช้า จากนั้นก็ไปส่งเธอที่มหาลัยแล้วค่อยไปทำงานไง

ท่านประธานชอบใจในแผนการที่วิเศษนี้ได้ปรบมือและคิดว่า ได้ทางออกของสิ่งที่กลุ้มใจนี้แล้ว แต่คุณ แผนการ B ได้เกิดข้อโต้แย้งขึ้นและขอให้ท่านประธานชะรอการตัดสินใจก่อน คุณแผนการ B ได้ย้อนแย้งว่า 

แผนการ B : ประเดี๋ยวก่อนครับท่านประธาน ท่านต้องอย่าลืมนะครับว่ามหาลัยนั้นไม่ได้มีเรียนแค่ช่วงเช้า สมมุติว่าเธอเรียนบ่ายสาม ท่านจะไปส่งเธอตอนแปดโมงเช้าหรอครับ

อีกอย่างถึงแม้เธอจะเรียน 9 โมงเช้า ท่านประธานจะปล่อยให้เธอนั่งรอเข้าเรียนเป็นชั่วโมงหรอครับ อย่าลืมนะครับว่าในมหาวิทยาลัยมีหนุ่มหล่อๆเยอะแยะเลย แก่อย่างคุณจะไปสู้ใครเขาได้

ท่านประธาน: !! นั้นสินะ มิได้การแล้ว~

แผนการ B : ไม่ต้องกังวลไปครับ กระผมขอเสนอว่า เราควรไปสแกนนิ้วเข้างานเช้าก่อนและดูตารางเรียนของเธอว่า วิชาแรกเธอเรียนกี่โมง ค่อยกลับมารับเธอไปเรียนครับ

ท่านประธาน : แผนการของคุณช่างเหมาะเจาะและลงตัวมากคุณแผนการ B งั้นผมขอเลือกให้แผนกา.....

แผนการ C : ช้าก่อนครับท่านประธาน
ถ้าแบบนั้นผมคิดว่าเธอจะอึดอัดและคิดว่าเธอเป็นตัวการทำให้เราต้องคอยเดินทางไปๆมาๆนะครับ

ท่านประธาน : ...... ก็อาจจะจริงอย่างที่คุณว่านะ คุณแผนการ C เพราะเท่าที่ผมรู้จักเธอมา เธอเป็นเด็กชอบคิดเยอะ คิดมากจนทุกวันนี้ตัวบวมหมดแล้ว เฮ้ออออ~

แผนการ A B C : ...ผมว่าเราไม่ควรพูดเรื่อง ตัวบวม นะครับ ถ้าโดนเล่นงานขึ้นมา เราคงจะต้องถูกยุบห้องประชุมนี้แน่นอน สมองของเราอาจได้รับการกระทบกระเทือนได้

ท่านประธาน : จริงอย่างที่พวกคุณว่า... แล้วคุณแผนการ C คุณมีอะไรจะเสนอละ

แผนการ C : กระผมขอเสนอว่าเราควรช่วยได้เท่าที่เราพอจะช่วยได้ครับ 
ส่งเธอเมื่อเธอมีเรียนเช้า 
ถ้าสายหน่อยก็โทรมาปลุกเธอ
ให้เธอไปเองบ้างและไว้ใจเธอครับ
แบบนี้หน้าจะมีพื้นที่ให้กันมากขึ้น

ท่านประธาน : แต่ผมอยากส่งเธอนินา..
แผนการ A : ไปส่งเธอกินข้าวเช้าครับท่านประธาน
แผนการ B : รับส่งเธอทุกเวลาครับ
แผนการ C : เว้นพื้นที่ให้เธอครับ

....ในขณะที่ทั้งสามแผนการกำลังถกเถียงกันโดยที่ท่านประธานได้คิดวิเคราะห์และกำลังสรุปผลเพื่อตัดสินใจ

มีแขกที่ไม่ได้รับเชิญพังประตูห้องประชุมเข้ามา

ท่านประธานและแผนการทั้งสามตกใจกับการมาถึงของเขาผู้นี้

ท่านประธานยืนขึ้นและตะโกนขึ้นว่า. 
อย่านะ!! 
ไม่ต้องพูดอะไรทั้งนั้น
ผมไม่อยากฟัง
แขกที่ไม่ได้รับเชิญเข้ามาร่วมในห้องประชุมนี้เขาเป็นคนที่ทุกท่านในที่ประชุมนี้รู้จักดี
เขามีชื่อว่า คุณความ นามสกุลจริง 

คุณความจริงไม่สนในสิ่งที่ท่านประธานพูดขอร้อง เขาพูดเสียงดังฟังชัดให้ทุกท่านในที่ประชุมนี้ได้ยิน

ความจริง : ทำบ้าอะไรกันอยู่ครับ เลิกประชุมลับๆ ไร้สาระนี้ได้สักที 
เขาเลิกกับพวกคุณไปตั้งนานแล้ว
เขาไม่ต้องการพวกคุณแล้ว

ยอมรับความจริงและไปคิดทำอย่างอื่นเสียทีเถิด

....ห้องประชุมที่ก่อนหน้านี้มีการถกเถียงปรึกษาหาลือกัน ตอนนี้มองเห็นเพียงผู้เข้าประชุมทั้งสี่ท่าน ยืนก้มหน้าแล้วทำหน้าหมดอาลัยตายอยากอยู่

ท่านประธาน : ชิ ไม่ได้เชิญมาแท้ๆ จะมายุ่งทำไม ไปเถอะพวกเราไว้ครั้งหน้าค่อยมาประชุมกันใหม่

ประธานผู้ไม่ยอมรับความจริงสั่งเลิกประชุมกลางคัน และให้คุณแผนการทั้งสามกลับไป
แผนการ A B C : ไว้เจอกันครับท่านประธาน

ตอนนี้ที่ห้องประชุมเหลือเพียงแค่ท่านประธานและคุณความจริง คุณความจริงจึงเดินเข้าไปหาท่านประธาน เอามือวางที่บ่าแล้วพูดว่า

ความจริง : ยอมรับเถอะครับ สิ่งที่คุณคิดอยู่มันไม่มีวันเป็นจริงหรอก

ท่านประธานไม่สนใจสลัดมือของคุณความจริงออก เดินช้าๆทิ้งคุณความจริงไว้ด้านหลัง
เขาเดินไปหยุดที่สวิตช์ไฟห้องประชุม พูดขึ้นมาเบาๆว่า

ประธาน : ถ้านายไม่มายุ่ง ฉันก็คงจะได้คิดถึงเขาไปอีกนานแท้ๆ ฉันรู้อยู่แล้วไม่ต้องตามมาขัดฉันทุกครั้งก็ได้ ปล่อยให้ฉันได้คิดบ้างเถอะ

ท่านประทานปาดน้ำตา พูดตัดพ้อแล้วขอกับคุณความจริงว่า

ประธาน : ทีหลังไม่ต้องมายุ่งอีกนะ 

เขาปิดไฟห้องประชุมนี้ลง ทิ้งคุณความจริงเอาไว้และจากไปอย่างเงียบๆ

ความจริง : เดี๋ยวพวกคุณก็คงจัดประชุมกันอีก ผมห้ามไม่รู้กี่ครั้งแล้ว
ไม่ว่าจะเป็นที่ไหนผมก็จะตามไป เพราะ

ความจริงเป็นสิ่งไม่ตาย
และไม่ว่ายังไงคุณก็หนีความจริงไม่พ้น

จบการประชุมครั้งที่หนึ่ง ข้อสรุปของแผนการในครั้งนี้ ...ไม่มี...
SHARE
Written in this book
เพราะเราเติบโต...ด้วยรัก
ประวัติความรักของฉัน
Writer
Suyzeiy
ขอให้โชคดี
คนธรรมดามานั่งแต่งนิทาน (นิทานที่ไม่มีคนอ่าน)

Comments