คำถามโง่ ๆ
ดวงตาคมกริบคู่นั้น สันจมูกกับริมฝีปากได้รูป โดยรวมแล้วรูปหน้าของเธอออกไปทางแขกเปอร์เซีย ผิวสีน้ำผึ้งที่มาพร้อมกับรูปร่างสูงเพรียวสะโอดสะองภายใต้แสงไฟสลัวๆ ทำให้เธอดูเด่นที่สุดใน Havana Social ผมมองผู้หญิงอยู่หลายคน แต่สุดท้าย สายตาของผมก็มาหยุดที่เธอ มันยากจริง ๆ ที่จะห้ามใจไม่ให้มองได้

ผมไปเที่ยวคนเดียวอีกแล้ว

คืนวันอาทิตย์ ผมตัดสินใจพาตัวเองออกจากคอมฟอร์ทโซน โดยการเปิดแมพหาสถานที่เที่ยวใหม่ ผมได้ยินชื่อเสียงของ Secret bar ในซอยนานามานาน แต่ยังไม่มีโอกาสได้ไปสัมผัสสักที จนกระทั่งวันที่ 31 มีนาคมที่ผ่านมา

มันเป็นบาร์ที่อยู่ในหลืบเล็ก ๆ ผมเดินผ่านไปประมาณ 2-3 รอบโดยไม่ทันสังเกตด้วยซ้ำ ข้างหน้ามีสาวนวดไทยนั่งประจำการอยู่ ผมไม่ค่อยกล้าหลวมตัวเข้าไปสถานที่แบบนี้สักเท่าไร เพราะไม่รู้ว่าจะต้องเจอกับอะไร แต่สุดท้ายก็ต้องตัดสินใจเข้าไป เพราะ GPS ของผมมันหยุดที่ตรงนั้นจริง ๆ


Havana Social บาร์ลึกลับที่แค่มายืนข้างหน้าร้านก็ให้สัมผัสถึงกลิ่นอายของอเมริกาใต้ ในตรอกแคบ ๆ นั้นยังมีบาร์แอบอยู่ด้านหลังสุดอีกร้าน ผนังก่ออิฐฉาบปูนซึ่งมีรอยชำรุดตามกาลเวลา ไม่สิรอยชำรุดบวกคราบน้ำเก่า ๆ นั่นเป็นสิ่งจงใจให้เกิดขึ้นตั้งแต่แรก เจ้าของร้านคงอยากให้อาคารหลังนี้ดูวินเทจที่สุดเท่าที่จะทำได้

ผมอ่านคู่มือการเข้าร้านมาอย่างดี ทว่าก็ยังพลาดเรื่อง dress code โดยไม่ได้ตั้งใจ 

เขาห้ามถือสัมภาระใหญ่ ๆ เข้าไป เผอิญว่าวันนั้นผมถอยรองเท้าใหม่มาเพื่อตกดึกจะได้เข้าร้านเหล้าต่อได้ เพราะตอนออกจากบ้านผมลากแตะ ตากรองเท้าคู่เก่าไว้ที่ระเบียง

การเข้าไปก็ไม่ยาก คุณแค่ต้องโทรผ่านตู้หน้าร้านเพื่อนำรหัสมาเปิดประตู แต่ผมข้ามขั้นตอนนั้นไป เพราะมีฝรั่งนำร่องโทรไปก่อนแล้ว ที่เหลือคือแค่เนียนตามเข้าไปเฉย ๆ
โลกอีกใบถูกสร้างขึ้นภายในตึกคอนกรีตพื้นที่ไม่เกิน 54 ตารางเมตร หมวกปีกแคบถูกแขวนเรียงรายไว้ต้อนรับผู้มาเยือน ถ้าหากหมวกเหล่านั้นมีชีวิต มันคงโดดลงมาสวมบนหัวคุณ พลางกระซิบอย่างเย้ายวนที่ข้างหูเบา ๆ 

ไปเปิดฟลอร์กับฉันสิ

ใช่ ที่นี่แทบทุกคนดื่มดำไปกับเสียงเพลง และการเต้นรำ ใครไม่เต้นสิแปลก !

แสงไฟสีเหลืองสลัวจากดาวน์ไลท์ ประกอบกับไฟหลังเคาน์เตอร์ทำให้บาร์ไม้แทบจะจมหายไปในความมืด เห็นหน้าแขกได้ลาง ๆ แต่ที่เห็นชัดสุดก็คงจะเป็นเหล้ายี่ห้อต่าง ๆ บนชั้นด้านหลัง 
ผมมองยาวไปจนสุดบาร์ไม้ กรอกตาจนทั่วร้าน ไม่มีตรงไหนเลยที่จะให้ผมเข้าไปจับจอง แม้กระทั่งตรงเสาปูนปั้นที่มีคนยืนอยู่บาง ๆ ก็ยังถูกจองที่ด้วยสัมภาระใบใหญ่

ไม่เป็นไร

ผมมองหาพนักงานในร้าน เป็นผู้หญิงตัวเล็กหน้าตาดีทีเดียวแหละ น่าจะวัยยี่สิบปลาย ๆ ถึงสามสิบกลาง ๆ ถ้าให้เดา เธอทำให้ทราบความจริงของร้านอย่างหนึ่งคือ ทุกพื้นที่เป็น shared space คุณจะไปนั่งตรงไหนก็ได้ แม้โต๊ะนั้นจะมีแขกอยู่แล้ว แค่ใช้วิชาการเข้าหา 101 ก็สามารถเข้าไปจอยได้อย่างไม่ยากเย็น


ผ่านไปสักพักเธอก็หาที่ให้ผมลงได้ เป็นโต๊ะของคู่หนุ่มสาว ผมกล่าวขอบคุณทั้งสองก่อนที่จะนั่งร่วมโต๊ะอย่างเงียบ ๆ มองดูเผิน ๆ คู่นี้น่าจะชาวเกาหลี จีน ไม่ก็สิงคโปร์ แต่ไม่ใช่ญี่ปุ่นแน่นอนแม้จะฟังที่ทั้งคู่คุยกันไม่ถนัดนัก

ผมพยายามเหลือบตาไปจ้องทั้งคู่อยู่เนือง ๆ เป็นเชิงชักชวนให้เปิดบทสนทนา ทว่าก็ไม่เกิด eye contact ขึ้นสักครั้ง ทั้งคู่ยังคุยกันราวกับโลกที่มีแค่เราสอง ตัดข้อแรกเลย ผมว่าจีนไม่น่าจะใช่ คนจีนที่ผมเคยสัมผัสไม่มี space ส่วนตัวกว้างขนาดนี้ ถ้าจะให้ปิดการเดาก็คงจะเป็นสิงคโปร์

ผมพยายามจ้องจนขี้เกียจจ้อง แม้ผู้ชายจะออกไปสูบบุหรี่ หรือทำธุระอะไรก็ตาม ผู้หญิงที่มาด้วยก็ไม่สนใจที่จะคุยกับผมสักนิด เอาแต่ก้มหน้านั่งกดโทรศัพท์ ในใจวูบหนึ่งผมอยากจะแบกกล่องรองเท้าแล้วเดินออกไปจากตรงนั้นให้พ้น ๆ ไปยืนตรงไหนก็ได้ที่ไม่ชวนอึดอัดแบบนี้

ช่างมันเถอะ !

ผมจมอยู่กับตัวเองพักหนึ่ง ก่อนเอาสายตาไปพักไว้ที่ผู้หญิงสายเดี่ยวสีแดงโต๊ะข้าง ๆ

การโยกย้ายของเธอช่างน่ามอง หน้าตาก็น่ามองกว่าแม่สาวหมวยเป็นไหน ๆ

ผมเหลือบมองผู้เข้ามาใหม่เรื่อย ๆ ปล่อยให้พวกเขาหลั่งไหลเข้ามาในคลองสายตา คนแล้วคนเล่า ดื่มค็อกเทลรสที่ชื่นชอบ แล้วเอนจอยไปกับผู้คนบนฟลอร์ ศึกษาการเต้นสไตล์ละติน แต่ก็เกียจคร้านเกินกว่าที่จะไปโยกย้ายซะเอง
ในที่สุดสายตาของผมก็มีโฟกัส ฝรั่งสูงวัยคนหนึ่งเดินเข้ามากับหญิงสาวหน้าตาออกไปทางแขก สูงเพรียว ปิดท้ายด้วยชายวัยกลางคน หรือจริง ๆ อาจจะถึงวัยทองเดินเข้ามา ทั้งสามคนอาจจะไม่โดดเด่นจนคนทั้งร้านมอง แต่ผมกลับมองคนกลุ่มนี้บ่อยมาก

เมื่อได้ลองมองหน้าเธอชัด ๆ ผมก็นึกถึงผู้หญิงหน้าแขกคนหนึ่งที่เคยเจอแถวเอกมัย ผมจดจำดวงตาคู่สวยนั่นได้จนถึงทุกวันนี้ 

ไม่ใช่อะไรหรอก เราน่าจะสั่ง B52 เหมือนกันแล้วผมดันคว้าไปก่อน หรือไม่ก็คงกะให้ผมเลี้ยงช็อตนั้น ไม่รู้สิ

ไม่ใช่คนเดียวกันหรอกมั้ง ผมคิดในใจ

ไม่นาน คู่หนุ่มสาวผู้เป็นเจ้าของโต๊ะก็ออกไปจากร้านตอนห้าทุ่ม ผมกลับมานั่งคนเดียว กลายเป็นเจ้าของ 4 ที่นั่งไปโดยปริยาย เหมือนสาวพนักงานคนนั้นจะแนะนำให้ชายสูงอายุ หญิงสาว และชายวัยกลางคนเข้ามาจอยโต๊ะกับผม
แน่นอน ใครจะปฏิเสธ ผมอยากรู้ความสัมพันธ์ของคนกรุ๊ปนี้มาก มันเป็นคำถามแรกที่ผมตั้งขึ้นเมื่อเห็นพวกเขาเดินเข้าร้านมา แต่ในความเป็นจริงผมก็กลืนมันลงคอไปอีกนั่นแหละ

ขอแจมโต๊ะด้วยได้มั้ยคะ

หญิงสาวลูกครึ่งคนนั้นเข้ามาขอแจมโต๊ะอย่างสุภาพ ผมจำคำพูดตอนนั้นไม่ได้ แต่น่าจะประมาณนี้ ที่ยังชัดเจนอยู่ในความทรงจำก็คงจะเป็นใบหน้าเธอภายใต้แสงสลัว ๆ 

ดวงตาคมกริบคู่นั้น สันจมูกกับริมฝีปากได้รูป โดยรวมแล้วรูปหน้าของเธอออกไปทางแขกเปอร์เซีย ผิวสีน้ำผึ้งที่มาพร้อมกับรูปร่างสูงเพรียวสะโอดสะองภายใต้แสงไฟสลัวๆ ทำให้เธอดูเด่นที่สุดใน Havana Social ผมมองผู้หญิงอยู่หลายคน แต่สุดท้าย สายตาของผมก็มาหยุดที่เธอ มันยากจริง ๆ ที่จะห้ามใจไม่ให้มองได้

ได้ครับ ผมพูดพร้อมผายมือเป็นเชิงเชื้อเชิญ

ทั้งสามคนเริ่มทยอยเข้ามานั่ง หญิงสาวนั่งอยู่ตรงข้ามกับชายสูงวัย ส่วนชายวัยกลางคนมานั่งอยู่ข้าง ๆ ผม

การสนทนาเริ่มต้นขึ้นแบบที่ผมไม่ต้องรอนาน น่าจะเริ่มจากหญิงสาว คำถามง่าย ๆ ที่เหมาะกับผมที่สุดในตอนนั้น


มาคนเดียวเหรอคะ 
หรือว่ามีเรื่องอะไรมา

เบื่อชีวิตตอนนี้?


ก็ถูกหมดนั่นแหละ แต่การสนทนาของเธอก็ทำให้วันนี้เริ่มไม่น่าเบื่อ โดยเฉพาะเมื่อมันเข้ากับใบหน้าที่ยิ้มแย้มของเธอ สักพักเธอก็หันไปคุยกับชายสูงวัย แล้วชวนกันชวนแก้ว รวมถึงชวนผมด้วย


วันนี้เริ่มจะดีขึ้นมาละ

ค็อกเทลในแก้วของผมใกล้หมด เพื่อแสดงถึงน้ำใจ หญิงสาวได้สั่งให้ผมอีกแก้ว ผมไม่ทันควักกระเป๋าตังค์มาด้วยซ้ำเธอก็โยนแบงค์พันลงบนถาดใบเสร็จ

เกิดมาเพิ่งเคยเจอผู้หญิงเลี้ยงค็อกเทลก็วันนี้แหละ ได้แค่มองตาปริบ ๆ พร้อมพนมมือไหว้แบบงาม ๆ หนึ่งที

จากนั้นผมก็เริ่มเปิดบทสนทนากับชายวัยกลางคนข้าง ๆ ดูเขาประหลาดใจไม่น้อยกับการมาเที่ยวคนเดียวของผมในครั้งนี้ มานั่งเงียบ ๆ ไม่เต้น ไม่หือไม่อือกับใคร 

ครับ ผมเฮิร์ทอยู่นิดหน่อยแหละ งานก็แย่ แย่จริง ๆ ช่วงนี้

คุยไป ๆ มา ๆ ผมก็ได้รู้จักชื่อของเขา เขาชื่อเอก บ้านก็อยู่แถวสุขุมวิทนี่แหละ ผมคิดเลยว่ากลุ่มนี้ต้องโครตรวย สักพักเขาก็เริ่มเผยสายสัมพันธ์ของพวกเขาทั้งสาม พี่เอกเป็นลุง หญิงสาวเป็นหลาน ส่วนชายวัยกลางคนเป็นปู่

เซอร์ไพรส์ ! นี่แปลกที่สุดเท่าที่ผมเคยเจอ ในชีวิตนี้ยังไม่เคยเจอใครมาเที่ยวผับกับครอบครัว กลุ่มนี้เป็นกลุ่มแรกเลย

แล้วบังเอิญว่าเขาหลุดชื่อมาชื่อหนึ่งคือ "ปู" 

ปู ผมนั่งคิดอยู่พักหนึ่ง พลางมองใบหน้าของหล่อนซ้ำแล้วซ้ำอีก ในที่สุดก็มีคำถามหนึ่งหลุดจากปากของผม

"จะว่าไป หลานสาวของพี่เอก คล้ายกับ ปู ไปรยา มากเลยครับ"


พี่เอกยิ้มกว้าง แล้วหันไปคุยกับหลานของเขา


"ปู เขาว่ายูหน้าเหมือน ปู ไปรยา แหน่ะ"


หล่อนหันมาจ้องหน้าผมแบบอึ้ง ๆ พร้อมตอบกลับมาแบบสั้น ๆ แต่ผมหน้าแทบหงาย

ค่ะ นี่ปู ไปรยาค่ะ


ครับ ปู ไปรยา และครอบครัว นั่งอยู่ตรงหน้าผม


SHARE
Writer
prestkt
Dreamcatcher
ผู้แสวงหาวิถีชีวิต

Comments

Pollyhooweehoo
5 months ago
อ่านละตื่นเต้นมากๆครับ
Reply