การทำงานของขันธ์ 5 กับการแก้เครียด
       คุณเคยเครียดจนมีความรู้สึกว่าหายใจไม่ค่อยออกมั๊ย? คือแบบว่ามันรู้สึกอึดอัดเหมือนคนมานอนทับอัดกับเตียง หายใจได้ไม่โล่งสบายเหมือนเคย แล้วในหัวแม่งก็มีแต่เรื่องกังวลเดิมๆวนฉายซ้ำไปซ้ำมาอยู่ในหัวของคุณอยู่นั่นแหละ มาแบบฝลุบๆโผล่ๆ สลัดมันออกไปได้ซักพักเดี๋ยว
แม่งก็กลับเข้ามาในหัวคุณใหม่ ถ้าคุณมีอาการแบบนี้แสดงว่าคุณกำลังมีความเครียดค่อนข้างสูงเลยแหละ และถ้าเราไม่หาทางกำจัดหรือผ่อนคลายความเครียดนี้ลงไป มันจะส่งผลต่อสุขภาพจิตและสุขภาพกายของคุณอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้เลย

ความเครียดมาจากไหน?
       
       ความเครียด คือ ความรู้สึกอึดอัดคับข้องใจ ความไม่สบายใจ ความกังวลใจในเรื่องที่คุณยังแก้ไขมันให้ลุล่วงไปไม่ได้ ถ้าจะอธิบายขั้นตอนของการทำให้เกิดความเครียด ขอยกตัวอย่างขันธ์ 5
มาอธิบายเพื่อให้เกิดความเข้าใจมากยิ่งขึ้น (ใจเย็นๆค่ะ บทความนี้ไม่ใช่บทความเกี่ยวกับธรรมะลึกซึ้ง ผู้เขียนเพียงแต่รู้สึกว่าเรื่องขันธ์ 5 นี้สามารถนำมาอธิบายเรื่องความเครียดได้ดีมาก เลยหยิบมาใช้ค่ะ) ก่อนอื่นเรามาทำความรู้จักขันธ์ 5 กันก่อนว่ามันคืออะไรกันบ้าง 

ขันธ์ 5 ประกอบด้วย: รูป เวทนา สัญญา สังขาร และ วิญญาณ

รูป คือ สิ่งที่แตกสลายได้ เข่น คน สัตว์ สิ่งของ สามารถแตกสลายได้เมื่อโดนความร้อน ความเย็น ความหิว สัตว์กัด ฯลฯ เหล่านี้ คือ รูป

เวทนา คือ ความรู้สึกสุข ทุกข์ และ ความรู้สึกเฉยๆ (ไม่สุข ไม่ทุกข์)

สัญญา คือ การจำได้หมายรู้ จำได้หมายรู้ในรูป เสียง กลิ่น รส สัมผัสทางกาย และอารมณ์ที่มากระทบใจ เช่น ตามองไปเห็นสีเขียว เหลือง แดง ในถาดสี ก็จำได้และรู้ว่าสิ่งนั้นคือสี และมี 3 สี คือ เขียว เหลือง แดง 

สังขาร คือ ความคิดปรุงแต่ง เช่น เราดูข่าวคนถูกหวยรางวัลที่1 เราก็คิดนึกปรุงแต่งไปว่าถ้าเราถูกรางวัลที่1บ้าง เราจะเอาเงินไปทำอะไรบ้าง

วิญญาณ คือ การรับรู้ ผ่านประสาทสัมผัสทั้ง 6 (ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ) เช่น การรับรู้รสผ่านลิ้น รับรู้ว่าเป็นรสเค็ม รสเปรี้ยว รสหวาน เป็นต้น

แล้วขันธ์ 5 มาเกี่ยวกับความเครียดยังไง?

        เกี่ยวจ้ะ! เกี่ยวในลักษณะของกระบวนการความคิดที่ทำให้เกิดความเครียด ถ้าเราเข้าใจกระบานการนี้ ก็จะทำให้เราสามารถรับมือกับความเครียดได้ดียิ่งขึ้น...

        สมมติว่าคุณเดินเข้าไปในห้างแล้วแล้วสายตาดันหันไปเห็นรองเท้าที่ถูกใจที่เคยเล็งไว้เมื่ออาทิตย์ที่แล้วมันลดราคามา 30%!! คุณรู้สึกอยากได้ขี้นมาในทันที คุณฝันหวานมโนไปว่าคุณใส่รองเท้าคู่นี้เข้าคู่กับชุดเก่งไปเดินเล่นกับแฟนให้ความรู้สึกดีสุดๆ แต่วันนั้นเป็นช่วงกลางเดือน คุณรู้ว่าถ้าเอาเงินมาจ่ายค่ารองเท้า เงินก็ไม่พอใช้ถึงสิ้นเดือน ครั้นจะรูดบัตรเครดิตดอกก็แพง แถมวงเงินก็เหลือไม่มาก คุณอยากได้รองเท้าคู่นี้มากแต่ยังตัดสินใจไม่ได้ สุดท้ายคุณก็เครียด!

        ถ้่าอธิบายเรื่องนี้ในแง่ของขันธ์ 5 คือ ตอนที่สายตาคุณมองไปเห็นรองเท้า รองเท้าคือรูป คุณเกิดการรับรู้ผ่านทางตา การรับรู้คือวิญญาณ คุณจำรองเท้าคู่นั้นได้ว่าเป็นคู่ที่ชอบ การจำรองเท้าได้คือสัญญา เมื่อคุณรู้ว่ามันลดราคา คุณก็เข้าไปเช็คมันอีกครั้ง ยิ่งดูยิ่งชอบ ความรู้สึกชอบนี้คือเวทนา การที่คุณมโนเรื่องรองเท้า ความคิดปรุงแต่งนั้น คือ สังขาร คุณยิ่งดูรองเท้าคุณก็ยิ่งชอบ ยิ่งเพลินไปกับอารมณ์ความชอบนั้น ทำให้คุณอยากได้มาครอบครอง แต่เพราะไม่มีตังค์พอคุณซื้อมันไม่ได้ก็เลยเกิดความเครียด...

 ซึ่งกระบวนการการทำงานของขันธ์ 5 นี้ ก็จะดำเนินแบบนี้ไปเรื่อยๆกับทุกขณะจิตของชีวิต สิ่งที่มากระทบต่อประสาทสัมผัสทั้ง 6 เช่น ตาที่เห็นรูป หูได้ยินเสียง จมูกได้กลิ่น ลิ้นรับรส กายถูกสัมผัส ใจโดนกระทบด้วยอารมณ์ ล้วนมีผลต่อความรู้สึก(เวทนา) ของเรา นอกจากนี้ความทรงจำในอดีต (สัญญา) ความคิดปรุงแต่ง (สังขาร) ก็มีผลต่ออารมณ์ความรู้สึกของเราได้เช่นกัน 
ถ้าคุณเกิดเวทนา แล้วคุณไม่หยุดมันตรงนั้น ปล่อยใจให้ความชอบกลายเป็นความอยากได้ อยากครอบครอง แต่คุณทำตามใจไม่ได้ คุณก็เกิดเครียด แต่ถ้าคุณหยุดได้ทันทีที่รู้สึกว่าเริ่มชอบ ไม่ปล่อยใจไปต่อให้อยากครอบครอง คุณก็ไม่มีเหตุที่ต้องไปทำให้ขัดใจตัวเอง คุณก็ไม่ต้องเครียด

ความเครียดมันก็เกิดจากอารมณ์และความรู้สึกตรงนี้! ถ้าคุณเกิดเวทนา แล้วคุณไม่หยุดมันตรงนั้น ปล่อยใจให้ความชอบกลายเป็นความอยากได้ อยากครอบครอง แต่คุณทำตามใจไม่ได้ คุณก็เกิดเครียด แต่ถ้าคุณหยุดได้ทันทีที่รู้สึกว่าเริ่มชอบ ไม่ปล่อยใจไปต่อให้อยากครอบครอง คุณก็ไม่มีเหตุที่ต้องไปทำให้ขัดใจตัวเอง คุณก็ไม่ต้องเครียด ในทางกลับกัน ถ้าเวทนาคุณเกิดขึ้น แต่คราวนี้เป็นสิ่งที่คุณไม่ชอบ เช่น หมาเพื่อนบ้านมาขี้หน้าบ้านคุณ คุณไม่ชอบ (เวทนาเกิด) แต่เมื่อคุณรู้ตัวว่าความไม่ชอบหรือเวทนาเกิดขึ้น และคุณหยุดความไม่ชอบใจนั้นลงได้ ก่อนที่คุณจะพัฒนาเป็นความเครียดและความโกรธ คุณก็จะมีสติที่จะไปคุยกับเพื่อนบ้านด้วยเหตุผล ไม่ต้องทะเลาะกัน ไม่มีเรื่องเครียดๆตามมา
        
        การแก้ปัญหาความเครียดในกรณีนี้ให้ตรงจุด คือ การละวางความรู้สึกชอบ/ไม่ชอบนั้นลงไป ซึ่งก็คือการละเวทนา ทันทีที่คุณเริ่มรู้ตัวว่าชอบหรือไม่ชอบแล้วคุณตัดความรู้สึกนั้นไปได้ ไม่ปล่อยใจตัวเองให้เกิดความรู้สึกชอบ/ไม่ชอบต่อไป อารมณ์ที่จะอยากครอบครองหรือไม่อยากครอบครอง มันก็ไม่เกิด เมื่อความอยาก/ความไม่อยากมันไม่เกิด ความเครียดมันก็ไม่มี...

         ในทางกลับกันถ้าคุณไม่ปล่อยวางความรู้สึก (ไม่ละเวทนา) คุณพัฒนาอารมณ์ชอบ/ไม่ชอบไปเรื่อยๆ จนกลายเป็นความอยากได้ หรือ ความไม่อยากได้ กลายเป็นความต้องการครอบครอง หรือต้องการสลัดทิ้ง แต่เมื่อมันมีเงื่อนไขให้คุณทำตามใจไม่ได้ มันก็กลายเป็นความทุกข์ เป็นความเครียด...

เราจะละเวทนากันได้ยังไง?

          การจะละวางความรู้สึก หรือ การละเวทนานั้น ทำได้โดยการเปลี่ยนจุดการรับรู้ (วิญญาณ) แทนที่คุณจะเอาแต่สนใจพิจารณาในรองเท้าให้มันเกิดตัณหาความอยากได้เพิ่มขึ้น ขอให้คุณเอาการรับรู้หรือวิญญาณไปสนใจสื่งอื่นแทน และสิ่งที่ดีที่สุดที่จะให้วิญญาณไปโฟกัสก็คือลมหายใจของคุณ เอ๊ะ! แล้วลมหายใจมาเกี่ยวอะไรด้วยล่ะ? เกี่ยวสิ! แต่ขออธิบายเรื่องลมหายใจก่อน แล้วเดี๋ยวจะกลับไปอธิบายว่าลมหายใจไปเกี่ยวกับการละเวทนายังไง?

         ตั้งแต่คุณเกิดมาจากท้องแม่คุณก็หายใจเข้าออกอยู่ตลอดเวลา หยุดหายใจเมื่อไหร่คุณก็ตาย ทุกขณะจิตที่เรามีชีวิตอยู่ลมหายใจจะอยู่คู่กับเราตลอดเวลา ทั้งยามหลับและยามตื่น ดังนั้นพระพุทธเจ้าจึงใช้การพิจารณาลมหายใจเป็นเครื่องมือในการละเวทนา(ละความรู้สึกในอารมณ์ชอบ/ไม่ชอบ) เพราะจุดประสงค์ คือเราต้องการให้วิญญาณ ซึ่งเปรียบเสมือนธาตุรู้ ไปรับรู้ลมหายใจ สังเกตุลมหายใจเข้าออก แทนการไปรับรู้เวทนา เมื่อเราเอาวิญญาณ หรือ อีกชื่อนึงคือจิตไปใส่ใจกับลมหายใจเข้าออก เราก็จะลืมการรับรู้จากเวทนาไป เรียกว่าละเวทนา 

ในทางพุธศาสนา จิต = วิญญาณ

         ในตัวอย่างนี้แทนที่คุณจะให้วิญญาณหรือจิตซึ่งเปรียบเสมือนธาตุรู้ ไปรับรู้เรื่องรองเท้า คุณเปลี่ยนจุดให้มันมาสนใจกับลมหายใจของคุณ โดยสังเกตุดูว่าตอนนี้คุณหายใจเข้าหรือหายใจออก หายใจเร็ว แรง หรือ เบา ค่อยๆสังเกตุไปเรื่อยๆพยายามให้วิญญาณมันสนใจกับลมหายใจไปเรื่อยๆ พอวิญญาณมาพิจารณาลมหายใจไปเรื่อยๆ อารมณ์ความอยากได้รองเท้ามันก็จะหายไปเอง เว้นแต่คุณจะเปลี่ยนจุดการรับรู้ให้วิญญาณกลับไปสนใจรองเท้าใหม่ ความรู้สึกชอบ (เวทนา) ก็จะเกิดซ้ำ เกิดความอยากได้ อยากครอบครอง ซ้ำไปซ้ำมาเหมือนหนังฉายซ้ำอยู่นั่นเอง

         การฝึกหัดจิตให้มาสนใจหรือดูลมหายใจเป็นการตัดเวทนาที่ได้ผลอย่างยิ่งวิธีหนึ่ง เป็นการทำสมาธิแบบหนึ่ง ที่เรียกว่า อานาปานสติ ซึ่งเมื่อฝึกทำบ่อยๆแล้วจะทำให้คุณมีสติรู้ตัว รู้เท่าทันอารมณ์ของตัวเองได้ดีขึ้น จัดการกับความเครียดของคุณได้ดียิ่งขึ้นและสามารถทำได้ทันทีสะดวกรวดเร็วกว่าวิธีอื่นๆ เช่น การดูหนัง ฟังเพลง หรือ ช้อปปิ้ง 

          อย่างไรก็ตามการขจัดความเครียดให้หมดไปควรที่จะจัดการที่ต้นต่อของปัญหา สาเหตุที่ทำให้เครียด  เช่น ถ้าความเครียดมีสาเหตุมาจากมีรายได้ไม่พอใช้ เราก็ต้องประหยัดการใช้จ่าย และหาโอกาสทำงานพิเศษเพื่อหารายได้ให้เพิ่มขึ้น ทำได้แบบนี้ก็แก้ปัญหาเงินไม่พอใช้ได้และ ความเครียดก็หมดไปในที่สุด แต่กว่าจะไปถึงขั้นตอนนั้นซึ่งมันใช้เวลาและความพยายามอยู่หลายส่วน เราลองมาขจัดหรือลดความเครียดด้วยการละวางเวทนาดูกันซักครั้ง ลองเริ่มทำดู ช่วงแรกๆมันอาจจะได้ผลบ้างไม่ได้ผลบ้างแต่ถ้าลองทำบ่อยๆคุณจะพบมหัศจรรย์ที่ว่า การละเวทนา ช่วยทำให้ใจของคุณสงบ และ คลายความเครียดของคุณได้ดีที่สุดวิธีนึงเลยทีเดียว...


หมายเหตุ: จิต หรือ วิญญาณนั้นเกิดดับตลอดเวลา การที่จิตรับรู้เรื่องรองเท้า แล้วเปลี่ยนไปรับรู้เรื่องลมหายใจนั้น เป็นจิตคนละดวงกัน เมื่อรับรู้เรื่องรองเท้าจิตเกิด เมื่อเปลี่ยนการรับรู้มาที่ลมหายใจ จิตรับรู้รองเท้าดับ จิตรับรู้ลมหายใจเกิด จนกว่าจะเปลี่ยนการรับรู้ไปสู่สิ่งใหม่ จิตรับรู้ลมหายใจจะดับ จิตรับรู้เรื่องอื่นก็จะเกิดขึ้น วนไปเช่นนี้ตลอด


จากใจผู้เขียน: เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ยากที่สุดตั้งแต่เคยเขียนมา แต่ผู้เขียนมีความตั้งใจที่จะเผยแพร่ความเข้าใจเกี่ยวกับขันธ์ 5 ให้คนทั่วไปได้ทราบว่าจริงๆแล้วมันเป็นเรื่องของพวกเราทุกคน เป็นธรรมชาติที่เข้าถึงได้ และเราควรทำความเข้าใจกับมัน แต่ทว่าธรรมะของพระพุทธเจ้านั้นละเอียดอ่อนและลึกซึ้งมาก หากมีความผิดพลาดอันใดในข้อเขียนนี้ผู้เขียนก็ขออภัยและมีความยินดีที่จะรับฟังข้อคิดเห็น เพื่อที่จะทำให้เนื้อหาของเรื่องนี้มีความสมบูร์มากยิ่งขึ้น


แหล่งข้อมูล
-รูป สัญญา สังขาร วิญญาณ kitjawattano.blogspot.com
-ความหมายที่ถูกต้องของคำว่าวิญญาณในพุทธศาสนา pantip.com
-สงสัยคำว่าสังขารกับรูปครับ pantip.com
-พุทธวจน ทำความเข้าใจเกี่ยวกับขันธ์ 5 รูป เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ
 https:youtu.be/5trhQ4O03MM


          

       

        
         
SHARE
Writer
Giant_kook
Writer
ชอบอ่าน แต่เพิ่งจะเริ่มต้นเขียนและพบว่าชอบเขียนเหมือนกัน เขียนทุกอย่างที่อยากเขียน ช่วย comment ด้วยนะคะ จะเอาไว้ปรับปรุง

Comments

iMeowHeng
7 months ago
เรื่องนี้มันละเอียดอ่อนมากจริงๆ ไม่เข้าใจเรื่องขันธ์ 5 มานานแล้ว ขอลองดูใหม่สักตั้ง
Reply
Giant_kook
7 months ago
https://youtu.be/aUDrYT9D0BY  ลองดูที่ลิงค์นี้นะค่ะ รู้สึกว่าอธิบายได้เข้าใจง่ายที่สุด