After Depression

***เรื่องราวต่อไปนี้ เป็นอาการที่เกิดขึ้นกับเราหลังจากหาย(?)จากโรคซึมเศร้าแล้ว 
ย้ำ! ว่าเป็นอาการที่"เกิดขึ้นกับเรา" นะคะ***



เมื่อกันยาปีที่แล้ว เราได้ไปหาจิตแพทย์และได้รับการวินิจฉัยว่าเป็น โรคซึมเศร้า
เราเข้ารับการรักษาอยู่ 7 เดือน ทั้งกินยา ทั้งพบแพทย์ตรงตามนัดตลอด
อาการของเราขึ้นๆลงๆ ซึ่งส่วนใหญ่จะลงซะมากกว่า
ช่วงที่จิตตกที่สุดคือ ตอนที่รู้ว่าจะโดนเปลี่ยนหมอ
จากแพทย์ธรรมดา ไปเป็นอาจารย์แพทย์
จิตตกมาก กลัวว่าซึมเศร้าเพื่อนรักจะกลายพันธุ์ไปเป็นไบโพล่าหรืออย่างอื่นที่แย่กว่า
เครียดมาก จนได้เพื่อนใหม่ที่ชื่อว่า ไมเกรน เพิ่มเข้ามาในชีวิต
บวกกับโรคภูมิแพ้อากาศที่เป็นอยู่ก่อนแล้ว
กลายเป็น ตู้ยาเคลื่อนที่ ทุกมื้อต้องกินยาอย่างน้อยๆ 3 เม็ด

จนมาวันหนึ่งที่รู้สึกว่า ไอการที่เราหาหมอ กินยา นู้นนี้นั้น มันไม่ช่วยอะไรเราเลย
นับวันยิ่งแย่ลงๆ พอแย่ลงก็อัดยาเข้าไปอีก
ตัดสินใจว่า พอ
เลิกหาหมอ หยุดยาทุกอย่าง ทั้งยาซึมเศร้าและยาไมเกรน
รู้ว่าการหยุดยาเองมันอันตราย แต่ ณ ตอนนั้นคือไม่ไหวแล้วโว้ยยยยยยยยยย
เหมือนคนที่เก็บกดมากๆ แล้วมันระเบิดออกมา
โยนทุกอย่างทิ้งให้หมด นัดเพื่อนกินเหล้าปาร์ตี้
ตอนนั้นคิดแค่ว่า 

ถ้ามันไม่หายก็ซึมเศร้าแม่งอยู่อย่างนี้แหละ ถ้าไม่หายก็อยู่กับมันไปซะ
อยู่ได้ก็อยู่ อยู่ไม่ได้ก็แค่ตาย 


โคตรบ้าอะตอนนั้น
แต่มันแปลกตรงที่พอเลิกยา อะไรหลายๆอย่างเริ่มเข้าที่เข้าทาง
ไม่ซึมเศร้า ไม่ปวดหัว ไม่มีความคิดที่จะฆ่าตัวตาย
เหมือนจะดีนะ...
เหมือนจะเป็นปกติ...

แต่พอมันไม่เศร้า ไม่ทุกข์ มันกลับไม่มีความสุขด้วย
ยิ้ม หัวเราะทั่วไปนะ แต่มันก็อยู่ที่ปากแค่นั้น
หนักๆขึ้นเริ่มร้องไห้ไม่ได้
ใช่ค่ะ เป็นโรคซึมเศร้า แต่ร้องไห้ไม่ได้

บ้าบออะไรอีกวะเนี้ย!

หนักขึ้นเรื่อยๆ
เริ่มไร้ความรู้สึก เริ่มด้านชา
ไม่รู้สึกถึงอะไรทั้งนั้น
ไม่ร้องไห้ ไม่โวยวาย
มีแต่ความเงียบ

เรารู้ว่ามันไม่ใช่สัญญาณที่ดีเลย
การที่เราเศร้าแต่ร้องไห้ไม่ได้มันแย่กว่าการร้องไห้ฟุ่มฟายแบบไม่มีสาเหตุด้วยซ้ำ
แต่เราทำอะไรไม่ได้
รู้จักพี่คนนึงที่เค้าร้องไห้ไม่ออกมาหายปี ตอนแรกรู้สึกว่าพี่เท่มาก
แต่ตอนนี้รู้แล้ว
ทรมานชิบเป๋ง

เราไม่รู้ว่าเป็นเพราะยา เพราะโรค หรือเพราะตัวเราเอง
แต่เราเลือกที่จะนิ่งเฉยกับมัน
ก็บอกแล้ว ว่าไม่มีความรู้สึกหรือกังวลอะไรทั้งสิ้น
ไอ้อาการนี้ก็รู้ตัวดีแต่ไม่รู้สึกกังวลอะไรกับมันเลย
เหมือนจะดี..อีกแล้ว

อาการต่อมาคือสิ่งที่รักษายังไงก็ไม่หาย
เราไม่เป้าหมายในการใช้ชีวิต
เราว่ามันเป็นสิ่งที่คนโรคนี้คิดเหมือนๆกันหมดนะ
เพียงแค่เราไม่ได้อยากตายหรือจะฆ่าตัวตายแบบเมื่อก่อนแล้ว
มันก็แค่ไม่อยากอยู่ แค่นั้น

มันไม่ใช่ไม่อยากอยู่ แต่มันไม่รู้จะอยู่ไปทำไม
พยายามจะวางแผนอนาคต พยายามจะจิตนาการสิ่งที่อยากจะทำ
เห็นแค่เพียง สีดำ มืดสนิท
ไม่มีแผน ไม่มีภาพอะไรเลย
ได้แต่ใช้ชีวิตไปแบบวันต่อวัน
นับหนึ่งใหม่ในทุกๆเช้า ไม่สามารถนับต่อจากเมื่อวานได้
ทำไมกันนะ

ทุกวันนี้เราเลื่อนลอยมากๆ
ตื่น ทำงาน กินข้าว กลับบ้าน นอน ตื่น ทำงาน กินข้าว กลับบ้าน นอน
วนซ้ำไปซ้ำมาแบบนี้ไม่รู้จบ
แผนเดียวที่คิดออกตอนนี้คือ ต้องใช้หนี้ให้หมด
คำถามคือ ถ้าใช้หนี้หมด แล้วยังไงต่อ
จะทำอะไรต่อละ จะทำงานอะไร จะมีแฟน มีครอบครัวมั้ย
พ่อกับแม่จะเป็นยังไง บลาๆๆๆ


ว่างเปล่า


ไม่มีแผนสำรองใดๆทั้งสิ้น
ไม่มีสิ่งที่อยากทำ ของที่อยากซื้อ
ไม่มีการวางแผนชีวิตใดๆทั้งนั้น


มันน่ากลัวนะ
ถ้าคนเราไม่มี motivation ในการใช้ชีวิต
แล้วเราจะอยู่ไปทำไมละ 


โชคยังดีที่ตอนนี้หนี้เรายังไม่หมด
ยังพอมีเวลาให้วางแผนสำรองสำหรับอนาคต
เพราะถ้าเราต้องมาวนเวียนอยู่กับการตื่น ทำงาน นอนแบบนี้ไปตลอด
เราจะทนทำไม เราจะอยู่ทำไม
คนปกติก็คงจะบอกว่า จะรีบตายทำไม มีอะไรอีกเยอะที่ยังไม่ได้ทำนะ
แล้วมันคืออะไรละ ก็ไม่ได้อยากทำซะหน่อย
ในเมื่อสุดท้ายทุกคนก็ต้องตาย
ถ้าการตายคือ เส้นชัย
แล้วเราผิดตรงไหนถ้าเราจะใช้ทางลัด ในเมื่อทางหลักมันไม่มีอะไรแล้วสำหรับเรา

ตรรกะป่วยๆแบบนี้แก้ไม่หายสักที
มันทำให้เราลังเลนะว่าตกลงเราหายป่วยหรือยัง
แต่ถ้าการเป็นโรคซึมเศร้ามันหมายถึง ต้องซึมแบบเมื่อก่อน ต้องเศร้าแบบเมื่อก่อน
โอเค เราหายแล้ว 555555

เอาจริงๆเราว่าทุกคนมีเชื้อโรคซึมเศร้าอยู่ในตัวนะ
เพียงแค่ของใครจะโดนกระตุ้นให้เกิดอาการแค่นั้นเอง
แล้วเมื่อมันแสดงอาการ มันจะไม่มีวันหายไปไหน
ถึงอาการจะดีขึ้นให้ตายยังไง
มันก็จะอยู่กับเราไปตลอด



SHARE
Writer
29th
Fine, thanks.
Try to be positive thinker even though I’m not.

Comments

PP-
2 months ago
เก่งมากๆเลย ขอกอดเป็นกำลังใจให้แน่นๆเลยนะคะ:-)))💗
Reply
29th
2 months ago
ขอบคุณค่ะ เธอเองก็เก่งมากนะ 😊