ความเป็นมาของมนุษยชาติ (9) : บันไดสู่สรวงสวรรค์ - จบ

การปฏิวัติการรับรู้เมื่อเจ็ดหมื่นปีที่แล้วทำให้มนุษย์ผู้ชาญฉลาดมีภาษาที่ลึกล้ำ หลังการปฏิวัติเกษตรกรรมทำให้มนุษย์ผู้ชาญฉลาดติดกับดักความฟุ่มเฟือยและอดอยากยิ่งขึ้น เมื่อปฏิวัติอุตสาหกรรมมนุษย์ผู้ชาญฉลาดก็ใช้โลกทั้งใบเป็นโรงงานผลิตสินค้า

ทุกวันนี้คนยากจนยังมีเหมือนครั้งที่เริ่มแบ่งชนชั้นผู้ปกครองเมื่อปฏิวัติเกษตรกรรม เมื่อสังคมขยายเป็นจักรวรรดิอย่างที่โรมันเป็น ความเหลื่อมล้ำก็ยิ่งมีให้เห็นมากขึ้น จัณฑาลในอินเดียปัจจุบันคงนึกไม่ออกว่าบ้านพักราคาหกพันล้านรูปีเป็นอย่างไร ความรุ่งเรืองของวิทยาศาสตร์ที่ผลักดันโดยเงินและอำนาจนำมาซึ่งสายพานการผลิตที่ไม่รู้จบ และอาวุธมหาประลัยอย่างระเบิดนิวเคลียร์

ตลอดช่วงเวลาของมนุษย์ผู้ชานฉลาดพวกเขาทิ้งรอยเท้าเป็นซากศพไว้เบื้องหลัง และสร้างโรงงานนรกสำหรับปศุสัตว์ในจุดสูงสุดของอารยธรรม นวัตกรรมและเทคโนโลยีทำให้ความหนุ่มสาวคงทนถาวรยิ่งขึ้น และยังทำเข้าใกล้ความเป็นอมตะที่กิลกาเมชแสวงหาเข้าไปทุกที

จักรวรรดิโรมันยิ่งใหญ่จนถนนทุกสายมุ่งสู่กรุงโรม แต่มันก็ล่มสลายลงด้วยความยิ่งใหญ่ของตัวเอง มนุษย์ผู้ชาญฉลาดกำลังจะรวมเป็นจักรวรรดิมนุษยชาติเข้าไปทุกที แล้วพวกเขาจะล่มสลายลงด้วยความยิ่งใหญ่ของตัวเองหรือไม่?

โรมันมีภัยจากคนเถื่อนรอบนอกยามอ่อนแอจึงล่มสลาย ไปแต่มนุษย์ผู้ชานฉลาดกำลังเข้าใกล้ความเป็นพระเจ้าเข้าไปทุกที อีกไม่นานพวกเขาคงให้กำเนิดสิ่งที่ล่วงผลต้นเองไปในนามของวิทยาศาสตร์อย่างปัญญาประดิษฐ์หรืออภิมนษย์

โดยแลกมาด้วยป่าไม้ที่ถูกถางและน้ำทะเลที่ปนเปื้อน

พวกเขาไขว่คว้าแต่ก็ไม่เคยพึงพอใจ

สัตว์นับล้านล้านตายไปและอีกล้านล้านล้านล้านกำลังจะตายไป

มนุษย์ผู้ชาญฉลาดในโลกปัจจุบันคุยกันเรื่องทัวร์อวกาศ และรื่นรมย์กับความเพลิดเพลินราคาแพง

ผู้คนเมื่อสองร้อยปีที่แล้วคงนึกว่าอยู่ในดินแดนมหัศจรรย์ถ้าหากเขาได้ลองมาเห็นนครดูไบปี 2019 มีแรงงานเท่าไหร่ที่ต้องใช้ไปด้วยความจำยอม เพราะเงินตราและอำนาจ มีสัตว์มากมายเท่าไหร่ที่เกิดมาเพื่อตายไป เพราะความไม่รู้จักพอของเจ้าผู้ครองโลกอย่างทรราช

บันไดสู่สรวงสวรรค์ของมนุษยชาติถูกปูมาด้วย หิน ดินโคลน เลือด หินอ่อน อิฐ ซากศพ ปูน พรมแดง คอนกรีก ไปจนถึงทองคำ

จุดหมายของมนุษย์ผู้ชาญฉลาดใช่ที่ที่มีความหมายหรือไม่ หรือเป็นจุดหมายที่เกิดจากประกายของทองคำที่พวกเขาหลงใหลอย่างมืดบอด

ถ้าย้อนกลับไปหาต้นแบบของอารยธรรมโรมัน นั่นก็คือกรีก บนวิหารเทพอพอลโล มีการแกะสลักที่ปากทางเข้าไว้ว่า "จงรู้จักตัวเอง" ประโยคนี้อาจทำให้โสเครติตครุ่นคิดอะไรบางอย่าง จึงแนะนำให้ชนรุ่นหลังตรวจสอบชีวิตของตนเอง

ดาวเคราะห์ในจักรวาลก็เหมือนเม็ดทรายในมหาสมุทร จะหาดาวเคราะห์ดวงใดเหมือนโลกได้อีก จะมีดาวเคราะห์ดวงใดที่ก่อให้เกิดชีวิตด้วยตัวของมันเอง มนุษย์ผู้ชาญฉลาดอาจจากไปหรือสูญพันธุ์แต่โลกก็จะยังคงอยู่

นับตั้งแต่เจ็ดหมื่นปีที่แล้วมนุษย์ผู้ชาญฉลาดอยู่แยกตัวกันเป็นเผ่า โดยมีโลกที่อุดมสมบูรณ์ล้อมรอบ จนตอนนี้พวกเขาหวังจะไปตั้งอนานิคมต่างดาว เห็นได้ชัดความแตกต่างในทุกวันนี้ถูกยอมรับว่าเป็นอัตลักษณ์ ไม่มีใครถูกฆ่าเพราะตาโตเกินไป การเหยียดสีผิวเริ่มเป็นเรื่องที่รับไม่ได้ในหลายสังคม แต่พวกเขาก็ยังกินดื่ม ขับถ่าย สืบพันธุ์ และหลับนอนอยู่เหมือนเดิม

โลกของมนุษย์ผู้ชาญฉลาดเจริญก้าวหน้าและเป็นหนึ่งเดียวกันยิ่งขึ้นตลอดสองร้อยปีที่ผ่านมานับแต่ปฏิวัติอุตสาหกรรม แต่โลกธรรมชาติที่เลี้ยงดูนายพรานและสรรพสัตว์กลับอยู่ในสภาพน่าสังเวชเกินทน โดยที่ความทุกข์ก็ไม่ได้ลดลงเลย กลับแผ่ขยายเป็นวงกว้างมากขึ้นไปสู่โลกของสัตว์และสิ่งมีชีวิตอื่นๆมากมาย

เป็นคำถามที่น่าถามว่าบันไดที่มนุษย์ผู้ชาญฉลาดสร้างขึ้นจะนำไปสู่สรวงสวรรค์จริงหรือไม่?
SHARE

Comments