พื้นที่เล็กๆ
[170419/0840]

เริ่มต้นวันใหม่ของการทำงาน

หลายๆคน เริ่มต้นกับงานเดิมๆ ที่ตัวเองเคยทำเป็นกิจวัตรประจำวัน

หลายๆคน เริ่มต้นงานใหม่ ที่กำลังจะเกิดขึ้นด้วยความตั้งใจ

วันหยุดยาวผ่านไป หลายๆคน ยังคงเสียดาย เพราะ....

ยังพักผ่อนไม่เต็มที่เท่าไหร่นัก



......แต่สำหรับผม.......

ยังคงว่างงาน อยู่เช่นเคย 


1 เดือน แล้วซินะ ที่เราว่างงานแบบนี้

 ยินดีกับหลายชีวิตที่มีงานทำ และได้เเริ่มต้นกับงานใหม่ๆ

 ซึ่งบางครั้งก็แอบคิดไปว่า น่าจะเป็นผมบ้าง 1 ในนั้นก็ยังดี
..........................................................

เมื่อคืน ป๋าศัย ทักทายผมมาทางไลน์

ถามว่า “สบายดีไหม”

ผมตอบกลับแบบเดิมและตามมารยาทที่เราเป็นเด็กผู้น้อย

“สบายดีครับ และยังคงว่างงานเช่นเคย”

สิ่งที่ได้รับในข้อความความตอบกลับมา “พยายามต่อไปนะ ผมเป็นกำลังใจให้”

ผม อมยิ้ม และคิดว่า ป๋าคงไม่อยากเล่นเส้นสายมั้งจึง ได้พูดแบบนี้

ผม ขอบคุณและบทสนทนาก็จบลงแค่นั้น

.........................................................

เช้านี้ บทความ ทางไลน์ ยังคงเด้ง สวัสดีตอนเช้า เช่นเคย

จากบุคคลต่างๆที่ส่งเข้ามาเป็นประจำ

1 ในนั้น คือ พี่ใหญ่ เซฟตี้ ชิโนไทย

ส่งข้อความมาทักทายเป็นปกติ แต่ที่ต่างจากเดิมคือ

ถามว่า “ผมได้งานหรือยัง”

ผมเงียบและคิดว่าพี่เขาคงหางานให้เราหรือเปล่า

แต่เปล่าเลย ข้อความถัดมาคือ “พี่ฝาก ผญ.1คนด้วยซิ”

ผมอมยิ้มเช่นเคย และตอบกลับไปว่า “ผมยังว่างงานอยู่เลยครับ”

และบทสนทนาก็จบลง

..........................................................

ผม ลุกขึ้นจากที่นอน และมานั่งคิดๆดู

จากข้อความบุคคลเหล่านี้

ผมบอกเปิ้ล กับ ข้อความของป๋าศัยเมื่อคืนนี้

และเปิ้ลตอบว่า

“ไม่ใช่เรื่องเส้นสายอะไรหรอก เพราะขนาดลูกชายแก แกเองยังฝากเข้า ME เลย”

ผมว่าจะไม่คิดแล้วนะ แต่สุดท้าย ก็อดคิดไม่ได้ว่า........

....”หากเราไม่มีชื่อเสียง ไม่มีเส้นสาย ไม่มีพรรคพวก ไม่เข้ากับใคร มีโลกส่วนตัวสูง

ไม่มีประโยชน์สำหรับใคร มันก็ยาก ที่เราจะเข้าทำงานสักที่หนึ่ง”......

ผมคงไม่มีประโยชน์ และ ไม่มีเส้นสายพอที่ใครจะช่วยเหลือผมได้

บวกกับบุคคลิค หน้าตาที่ดูล่ะอ่อนเกินไป จึงทำให้ไม่ค่อยมีที่ไหน อยากจะรับผมเข้าทำงาน

ผมเริ่มรู้สึกว่า.... หัวใจมันเศร้า...

แต่ผมก็คงต้องก้าวเดินต่อไป

เพราะนี่ มันไม่ใช่ครั้งแรกของผม

ที่ผมเจอกับเรื่องแบบนี้ ผมเจอมาบ่อย

และผมก็รู้ว่าการเจอเรื่องบ่อยๆแบบนี้ผมควรทำตัวยังไง เพื่อไม่ให้ รู้สึกแย่....หรือเศร้าเกินไป

..........................................................

ผมระบายมันออกมาในโลกของผม

ในหลุมหลบภัยของผม นั้นก็คือ....การขีดๆ เขียนๆ

ลงในไดอารี่ เขียนนั้น เขียนนี่ เขียนระบายมันออกไป

มันช่วยผมได้เยอะ

..........................................................

ผมไม่อยากคาดหวังเรื่องงานกับใคร

เพราะผมไม่เคยได้งานจากใครง่ายๆสักครั้ง

ในชีวิตที่ผ่าน

เวลาที่ผมทำงาน มักมีคนช่วยเหลือและสนับสนุนผมเต็มที่

นั้นเพราะผมยังมีประโยชน์ที่เอื้อต่อคนเหล่านั้น

และเมื่อผมหมดประโยชน์

ความช่วยเหลือหรือเหตุผลที่จะสนับสนุนผมในเรื่องการงาน ก็หมดสิ้นไป

มันเป็นบทเรียนอีกบท ที่สอนผม ในเรื่อง “ผลประโยชน์กับตัวบุคคล”

ผมได้เรียนรู้บทเรียนนี้ อีกครั้ง

และมันยังคงย้ำเตือนผมเสมอว่า

“ไม่มีมิตรแท้และศัตรูที่ถาวร”

ในโลกของความเป็นจริง

ล้วนแล้วแต่แก่งแย้งชิงดีชิงเด่นกันทั้งนั้น

หากไม่มีประโยชน์ ก็คง ถูกทิ้งขว้างไป

และหากประโยชน์นั้นยังคงมีหรือเกิดขึ้นเรื่อยๆ ก็คง ต้อง สวมหน้ากากกันต่อไป

เพื่อผลงาน ของตัวเอง เพื่อให้งานนั้นๆดำเนินต่อไปไม่สะดุด

นี่คือสังคมมนุษย์ในปัจจุบันงั้นรึ....

คิดแล้วก็เศร้าในหัวใจ ชะมัดเลย

.......................................................

ดึงความคิดกลับมาที่ปัจจุบันอีกครั้ง

......................................................

เช้านี้กับข้อความต่างๆ ความรู้สึกต่างๆ ที่กระตุ้นให้ผม

ต้องลุกขึ้นจากที่นอน เพื่อมานั่งหางาน ต่อไป

กับแมวสองตัว กับรายจ่ายที่กำลังตามมา

อาหารแมวใกล้หมดแล้ว ผมคิด .....

แต่ผมยังคงว่างงานอยู่ ผมอยากทำงานแล้วล่ะ

ผมจะต้องว่างงานอีกนานแค่ไหนนะ

รถผมก็ต้องผ่อน

บัตรเครดิตผมก็ยังต้องจ่าย

ผมเริ่มกลับมาคิดเรื่อง ...”เงิน”...อีกครั้ง

ต่อให้ชีวิตมันเป็นยังไง ผมก็คงต้องสู้ต่อไป

บนเส้นทางของผมเอง

บนจุดยืนของผมเอง แล้ววันนึงมันจะต้องผ่านไปได้ กับเรื่องราวต่างๆที่ผ่านเข้ามา

ผมต้องสู้ต่อไป พ่อแม่ผม คนรักของผม แมวอีกสอตัวที่รออยู่ข้างหลัง

ผมจะทิ้งไปได้ยังไง กำลังใจข้างหลังที่คอยผลักดันให้ผมสู้ต่อไปเสมอ

สู้ต่อไป....superman555...ของเปิ้ล

....................................................

ผมไม่ได้เก่งอะไรเลย

แค่เพศที่ระบุให้ผมเป็น ว่าสิ่งที่ผมเลือกเดิน บนเส้นทางนี้

ผมต้องทำได้ทุกอย่าง เพื่อให้ช่วยเหลือตัวเองได้

เพราะเพศที่สามมักจะยากที่จะมีคนคอยช่วยเหลือ

ในยามที่คับขันจริงๆ และสิ่งเดียวที่ทำได้คือ

เรียนรู้มันทุกอย่าง ทำเป็นในทุกเรื่อง ถึงมันจะไม่เก่งกาจ

ขนาดที่เรียกว่า มืออาชีพ แต่มันก็ทำให้เราผ่านตรงนั้นไปได้

เป็นช่าง เป็นครู เป็นนักจิตวิทยา เป็นพ่อครัว เป็นแม่บ้าน เป็นผู้เชียวชาญต่างๆ

เราก็ต้องเป็นให้ได้

เพราะบุคคลเหล่านั้นไม่ได้ช่วยเหลือเราในสถานการณ์ที่คับขันได้ตลอดเวลา

มีแต่เรา ตัวเราเองเท่านั้น ที่ต้องช่วยเหลือตัวเองให้ได้ ในยามที่คับขันจริงๆ

ขอบคุณพ่อที่สอนวิชามากมายให้ลูกคนนี้ ถ้าผมไม่ได้คลุกคลี หรือช่วยเหลืองานพ่อ

เมื่อสมัยเด็กๆผมคง ไม่มีความรู้ ความสามารถ แบบนี้

คงมีแค่ความคิด เท่านั้น มีแค่ทฤษฎีเท่านั้น

ขอบคุณครูคนแรกของผม ขอบคุณครับ....

..........................................................

เพศที่สาม ในสังคมนี้ ที่เรียกว่า เปิดกว้าง แต่พอเอาเข้าจริง

ไม่ได้เปิดกว้างอย่างที่คิดไว้เลย

แค่ดีกว่าเมื่อก่อนหน่อยเดียว คือตรงที่ หลายๆคนกล้าแสดงออกความเป็นตัวตนที่แท้จริงออกมา ไม่ต้องปกปิดเหมือนก่อน

แต่ก็ยังคงปิดกั้นในเรื่องของการทำงานอยู่ดี

ถ้ามองในอีกมุมนึงผมคงมีความสามารถไม่มากพอก็ได้นะ

แต่ถ้าคิดแบบนี้ก็กลายเป็นว่าผมดูถูกตัวเอง

ผมทำได้แค่คุณให้โอกาสผม ... เท่านั้น...

...........................................................


SHARE
Written in this book
TEE555​
Writer
Superman555
writer
who am I ?

Comments