พ่อวาฬแม่ต้นไม้ลูกมนุษย์ : ก่อนเข้าเกาะประถม


ฉันไม่อยากไปไหน ฉันไม่อยากไปจากที่นี่ 
อย่าให้ฉันกลับไปเลย (สามจบ)
นี่คือบทสวดส่วนตัวที่ฉันคิดขึ้นมาเอง 
ฉันจะท่องมันทุกครั้งก่อนเข้านอน และสวดมันอีกครั้งก่อนที่จะลืมตา 
ภาวนาทุกคืนวันขออย่าให้พ่อวาฬและแม่ต้นไม้หายไป 

ฉันมีความสุขในทุกวันที่พวกเขาอยู่ 
แต่ก็ต้องทุกข์ใจ ในทุกคืนก่อนเข้านอนและทุกเช้าก่อนลืมตา 
เพราะวันพรุ่งนี้ไม่มีอะไรที่แน่นอน 
ความสุขที่ฉันได้รับอยู่อาจจะหายไปได้ทุกเมื่อ

ฉันอยู่ที่นี่มาหลายวันแล้ว
ตื่นมาพบกับพ่อแม่ในทุกเช้า
เขาไปส่งฉันเข้าเรียน
เย็นเราจะพบกันใหม่่
และบอกฝันดีกันในทุกค่ำคืน

กิจวัตรประจำวันแสนเรียบง่ายแต่ไม่ว่าจะวันไหน ขอแค่พวกเขายังอยู่ 
แค่เขายังอยู่กับฉัน ความอบอุ่นนี้ก็จะไม่มีวันจางหายไป

การเรียนที่เกาะอนุบาล 
ปีการศึกษานี้กำลังจะสิ้นสุดลง 
ฉันสนิทกับเพื่อนมากขึ้น ฉันพบว่าสัตว์แต่ละชนิดที่ได้พบบนเกาะอนุบาลมีรูปร่างต่างจากวันแรกที่เข้ามา พวกเขามีความคล้ายกับมนุษย์มากขึ้น การพูดจา การวางตัว และท่าทางที่ผิดจากวันแรก 
พวกเราคงจะถูกปลูกฝั่งเมล็ดที่มีชื่อว่า ระเบียบวินัยลงไปแม้การกระทำบางอย่างไม่ได้เป็นพิษภัย เช่นการวิ่งกัดหางตัวเองของสุนัข พฤติกรรมนี้ไม่ได้ถูกระบุไว้ว่ามันถูกหรือผิด เพียงแค่อยู่นอกเหนือระเบียบวินัย ทำให้เราไม่กล้าที่จะทำมัน เพราะเกรงกลัวต่อสายตาคุณครู เธอจะจ้องมองเราอย่างไม่ลดละ เป็นเหมือนสัญญาณเตือนให้เราเข้าใจในทันที่ว่า ที่ทำอยู่นี้
“ไม่ได้นะ ห้ามทำ”  
ทั้งๆที่ไม่ได้ถูกห้ามในกฏแท้ๆ แต่มันเป็นเส้นแบ่งที่ถูกขีดขึ้นเองโดยครู เหมือนถูกคุณครูเดินเข้ามาพูดเบาๆกับเราว่า 
“ครูไม่ชอบนะ อย่าทำ”

พฤติกรรมเฉพาะตัวของสัตว์ชนิดต่างๆ จึงปรากฏให้เห็นน้อยลง 
พวกเรากำลังถูกผลิตให้ใกล้เคียงกับมนุษย์ที่สุด 

ในวันสุดท้ายหลังจากเราเล่นและล่ำลากันกับเพื่อนๆ เรากลายเป็นสิ่งมีชีวิตที่ใกล้เคียงมนุษย์และได้สัญลักษณ์ว่าเป็นผู้สำเร็จการศึกษาโดยถูกลงลายเซ็นว่ามาจากเกาะอนุบาลแห่งนี้

มันมีทั้งความสนุกปนกับควมามมึนงงในเวลาเดียวกัน คงอย่างที่พี่เลี้ยงฉันว่าไว้ มันเป็นประสบการณ์ที่ดี แต่ที่มันดีเพราะใจบอกอย่างนั้นไม่ได้มาจากความทรงจำ 

เนื่องจากว่าจำไม่ได้ 
“วัยนี้เราเด็กเกินไปที่จะเรียนรู้” 
การเรียนอนุบาลจึงเป็นเหมือนกับ 
“ปรับลิงให้เป็นคน” 
เปลี่ยนพฤติกรรมและความคิดเพ้อฝันของเด็กให้เข้ารูปเหมาะกับการเข้าอยู่ร่วมในสังคมต่อไป


ตกเย็นนี่คงเป็นภาพสุดท้ายที่จะได้เห็นที่เกาะอนุบาลนี้ การพูดบ๊ายบายกับเพื่อนๆ 
เราพูดคำว่าบ๊ายบายทั้งที่ไม่รู้ว่า
ความหมายของการจากลานั้นคืออะไร

เด็กที่ยังไม่ผูกพันกัน ไม่อาจเข้าใจความเศร้าของการจากลาที่บอกไม่ได้ว่าชีวิตนี้จะได้พบกันอีกเมื่อไร

ฉันจำตอนที่พี่เลี้ยงบอกได้ว่า
ถ้าหากเรารู้ว่าสนิทกับเพื่อนอนุบาลมากขนาดไหน 
ถ้าหากเราเข้าใจคำว่าเพื่อนมากกว่านี้ 
การจากลากับเพื่อนวัยอนุบาล 
จะเป็นการจากลาที่นานที่สุด
และควรจะเศร้าที่สุด
(หากจำเพื่อนได้นะ เพียงแต่พี่เขาจำไม่ได้สักคนก็เลยไม่เศร้า)


ฉันเห็นพ่อกับแม่แล้ว 
พวกเขากำลังจะมารับฉัน 
ภาพการมาถึงของพ่อและแม่เป็นสิ่งที่ฉันอยากจะอวดกับเพื่อนๆ 


พ่อของฉันตัวใหญ่และอบอุ่น 
แม่ของฉันเป็นแม่พระผู้ใจดี 



ถ้าเพื่อนคนอื่นได้สัมผัสความอบอุ่นอย่างครอบครัวฉัน เขาต้องอิจฉาแน่ๆ

ตอนนี้ฉันนั่งอยู่บนหลังพ่อวาฬ โบกมือลาเพื่อนบนเกราะเป็นครั้งสุดท้าย Goodbye


ก่อนหน้านี้ครอบครัวเราได้ปรึกษาและวางแผนกันเรื่องจุดหมายที่เรากำลังจะไปต่อ
อาทิตย์ก่อนพ่อวาฬได้พาฉันเที่ยวชมเกาะมากมาย มันเป็นหมู่เกาะที่มีชื่อว่า
เกาะประถม

พ่อเล่าว่าเกาะประถมแต่ละที่แตกต่างกัน กฎระเบียบแต่ละเกาะเหมือนและไม่เหมือนกันสักทีเดียว 

แต่สิ่งที่เด็กๆ ทุกเกาะต้องมีเหมือนกันคือการแต่งกายและชุดประจำเกาะ

ที่เกาะประถมแห่งหนึ่ง
ฉันเห็นเด็กผู้หญิงบนเกาะแต่งตัวแปลกๆ เธอสวมเสื้อเชิ้ตแขนสั้นสีขาวใส่กระโปรงสีดำ เด็กผู้หญิงบนเกาะทั้งหมดไว้ผมสั้นเลยใบหูลงมาเล็กน้อย

ส่วนเด็กผู้ชายใส่เสื้อเชิ้ตแขนสั้น กางเกงขาสั้นสีดำ ไว้ทรงผมแปลกประหลาด 
เขาไว้ผมด้านบนเพียงหยิบมือ
ในขณะที่ด้านข้างและด้านหลัง
แทบจะมองไม่เห็นเส้นผมเลย 
มันใสจนสามารถสะท้อนแสง
ของดวงอาทิตย์เข้ามาที่ตาของฉันได้ 

ฉันเห็นคุณสิงโตบนเกาะที่ไว้ทรงผมแฟชั่นแปลกๆแบบนั้น มันช่างไม่เหมาะกับเขาเลย

ส่วนเกาะประถมอีกที่ 
พวกเขาสวมชุดคล้ายกัน จะต่างก็ตรงที่กางเกงของพวกเขาเป็นสีน้ำเงิน ทิวทัศน์ในเกาะก็ดูสวยงามกว่า แถมแฟชั่นบนเกาะนี้ก็ดูแล้วถูกใจฉันมากกว่า 
เด็กผู้หญิงบางคนถักเปีย บางคนรวบผม ส่วนเด็กผู้ชายแม้ว่าผมจะไม่ได้ยาวมากแต่อย่างน้อยฉันก็ไม่เห็นใครที่ไว้ทรงผมสะท้อนแสงนั้น

พ่อวาฬบอกว่า
เกาะที่ใส่กางเกงสีดำนั้นมีชื่อว่า 
เกาะประถม(รัฐบาล) 
เกาะที่ใส่กางเกงสีน้ำเงินนั้นมีชื่อว่า
เกาะประถม(เอกชน)

สิ่งที่ทั้งสองเกาะนั้นแตกต่างกัน
อย่างแรก การแต่งกาย แค่เห็นก็มองออก เกาะเอกชน ให้อิสระกับนักเรียนมากกว่า
อย่างที่สอง อุปกรณ์การเรียนที่เกาะเอกชนใช้ก็ดูดีและสะดวกกับการใช้งานของนักเรียนมากกว่า


ส่วนเรื่องที่ไม่สามารถแยกได้ว่าที่ไหนดีกว่าคือครู
ครูที่ดีมีอยู่มาก 
แต่คำว่ามากไม่ได้หมายถึงทุกคน

ครูบางคน “เป็นเพียงแค่คนธรรมดาที่สวมเครื่องแบบครู” ไม่ได้มีใจรักในการสอนคิดเพียงแค่สอนตามหลักสูตรไปวันๆ 

การเป็นครูถ้าสอนตามหลักสูตร
ทำแค่นั้นอาชีพครูก็เป็นงานที่สบายใครก็ทำได้

แต่เด็กนั้นมาพร้อมกับความอยากรู้อยากเห็น หากทำอะไรในกรอบตามหลักสูตรอย่างเดียวไม่สามารถเติมเต็มช่องว่างของความอยากรู้ที่มากกว่าได้
ฉะนั้นครูต้องเตรียมคำตอบ 
ครูต้องเตรียมการรับมือ 
“ครูต้องเตรียมการสอน”


การบ้านที่เหล่านักเรียนตัวน้อยบ่นว่ามันมากไปนั้น ไม่มากเท่ากับครูที่ต้องเตรียมตัวเพื่อไปสอนนักเรียน
ในห้องที่เด็กมาจากต่างพ่อต่างแม่กันหรอก 

ครูที่ดีเขาจะยึดมั่นในอุดมการณ์
“ศิษย์ต้องไปได้ดี” เด็กแต่ละคนนั้นต่างกัน คำว่าดีที่สุดสำหรับเด็กไม่มีจริง คำว่าดีจริงๆต้องมาคู่กับอีกคำหนึ่งคือ ดีและเหมาะ เหมาะกับนักเรียน 

การเข้าใจเด็กแต่ละคนว่าเหมาะกับอะไรครูต้องทำเรียนรู้ในตัวเด็กอีกมาก แล้วก็ แล้วก็ แล้วก็.....

ต้นไม้ : พอก่อนเถอะค่ะคุณ ฉันว่านอกเรื่องไปแล้ว เข้าใจนะคะว่าอยากเป็นครูและไม่ค่อยชอบครูในปัจจุบัน แต่อย่าเพิ่งเอาอารมณ์ส่วนตัวมาบ่นเลยค่ะ

วาฬ : ก็จริง...ตามที่คุณว่านั้นแหละ

คุณพ่อคะ แล้วตอนที่พ่อเรียนที่เกาะประถม พ่อเลือกเรียนเกาะรัฐบาลหรือเอกชนคะ

วาฬ : .............
ต้นไม้ : 555555 ตอบลูกสิคุณ

วาฬ : ...... สมัยนั้นย่าของลูกเขามีทางเลือกให้พ่อไม่มาก พ่อไม่ค่อยอยากพูดถึงเท่าไร

ต้นไม้ : คุณจะเศร้าไปทำไม ไม่ว่าจะตอนนี้หรือก่อนหน้านี้คุณก็ไม่มีผมสักเส้นอยู่แล้ว ไว้ทรงอะไรก็ไม่ต่างกัน อดขำไม่ได้จริงๆ 55555

วาฬ :......

เหมือนว่าคุณพ่อจะมีแอบเขินที่ถูกแซวเล็กน้อย แล้วคุณแม่ละคะเรียนที่เกาะอะไร

ต้นไม้ : แม่เรียนเกาะเอกชนจ๊ะเพราะว่าแม่อยากไว้ทรงพุ่มสวย

เอิ่มงั้นหนู ขอเลือกเรียนเกาะเอกชนนะคะ

วาฬ : หนูอยากจะไว้ทรงผมสวยๆเหมือนแม่หรอ

ไม่ใช่ค่ะ หนูแค่ไม่อยากถูกแสงอาทิตย์สะท้อนเข้าตา

วาฬ : ........

ต้นไม้ : 55555 อย่าว่าพ่อสิลูกตอนนี้พ่อเขาก็สะท้อนแสงอาทิตย์อยู่นะ

วันพรุ่งนี้ฉันจะได้เข้าเรียนเกาะประถมแล้วสินะ

EP. ต่อไป พ่อวาฬแม่ต้นไม้ลูกมนุษย์ : เกาะประถม
SHARE
Written in this book
พ่อวาฬ แม่ต้นไม้ ลูกมนุษย์
นิทานเรื่องยาวที่สุด ... ที่แต่งให้เธอ
Writer
Suyzeiy
ขอให้โชคดี
คนธรรมดามานั่งแต่งนิทาน (นิทานที่ไม่มีคนอ่าน)

Comments