ฝากข้อความให้ศิษย์..จาก ครู
ฝากถึงลูกศิษย์ครูที่ไปอยู่ในสถาบันใหม่
หรือสถาบันเดิมแต่ระดับชั้นใหม่

( 1 )
โลกนี้มีคนอยู่ 2 ประเภทใหญ่ๆนะลูกเอ้ย
1- คนที่เขารักเรา และ
2- คนที่เราคิดว่าเขารักเรา

( 2 )
..อย่าเล่าเรื่องราวที่ไม่ดีในอดีตของตนเองให้คนอื่นฟัง เก็บความลับดีๆ อึดอัดใจอะไรก็ระบายลงสมุดบันทึก และ
..อย่าเล่าเรื่องไม่ดีของคนอื่นให้เพื่อนใหม่(หรือใครฟัง) ถ้าจะเล่า เล่าแค่เรื่องดีๆของเขาให้คนอื่นฟัง

( 3 )
ใช้ชีวิตอย่างระมัดระวัง
แต่หากวันนึงผิดพลาดอะไร
ต้องรู้จักให้อภัยตัวเอง
ตบไหล่ตัวเองและบอกตัวให้เป็นว่า
“ไม่เป็นไรเว่ย อย่างน้อยเราได้เรียนรู้”

( 4 )
บอกตัวเองตั้งแต่เนิ่นๆ
“ฉันเข้ามาในรั้วนี้
หลักๆคือเพื่อเรียน
เพื่อนคือผลพลอยได้”
อย่าสลับกัน เดี๋ยวสักวันจะน้ำตาตกใน

( 5 )
เผื่อพื้นที่ให้ครูคนใหม่อีกหลายคนได้เป็นคนบ้าง หมายถึง เตรียมใจว่าความผิดพลาด เป็นเรื่องที่เกิดกันได้กับทุกคน หากเขาทำผิด หากเขาสอนผิด หากเขาลืมเนื้อหา หรือมีพฤติกรรมที่เราไม่โอเค ให้รู้ว่าเขาก็เป็นมนุษย์ธรรมดาๆเหมือนเรา
“มันโอเค(เว่ย)ค่ะที่จะพลาด”

( 6 )
“รักเผื่อว่าวันนึงต้องเกลียด
หากเกลียดก็เผื่อว่าวันนึงจะกลับมารัก”
ความหมาย คือ เอาแค่พอดีๆ

( 7 )
อย่าเป็นคนที่อยู่กับคนนี้แล้วเม้าท์คนนู้น
หรืออยู่กับคนนู้นแล้วเม้าท์คนนี้
เพื่อนอาจจะหัวเราะชอบพอขณะอยู่ในวงเม้าท์
แต่สิ่งที่เสียแล้วแน่ๆในตัวเรา และกู่กลับมาได้ยากยิ่งคือ ‘ความน่าเชื่อถือ’ คนที่ฟังหนูนินทาคนอื่นให้ฟัง ลึกๆแล้วเขาไม่มีความรู้สึกปลอดภัยเหลืออยู่เลย เพราะเป็นไปได้ว่าเมื่อเขาหันหลังให้หนู ชื่อเขาจะถูกกล่าวเช่นเดียวกับชื่อที่เขาได้ยินจากปากหนู ดังนั้นอย่าทำนะคะ

( 8 )
หัดทำอะไรคนเดียว หรือ หาสิ่งที่ทำตอนอยู่กับตัวเองแล้วมีความสุขให้เจอ สิ่งนี้สำคัญมาก ไม่งั้นไม่มีวันที่หัวใจเราจะเป็นอิสระเลย

( 9 ) อย่ารู้ทุกอย่าง แกล้งโง่บ้างก็ได้
มันไม่ผิดหรอกที่จะพูดว่า “ไม่รู้” (ถ้าตอบผู้ใหญ่พูดว่าไม่ทราบนะคะ) ในเรื่องที่เราไม่มีข้อมูล ไม่มีความรู้ หรือเพิ่งเคยได้ยิน
ในขณะที่อีกบางเรื่อง เราอาจต้องทำเป็นเพิ่งรู้(จากปากเขา) แม้เราจะรู้มานานแล้ว เพื่อจำกัดคำว่า ‘รู้แล้ว’ ให้น้อยลง เราไม่จำเป็นต้องบอกทุกคนว่าสิ่งที่เขาพูด เรารู้ก่อนเขาด้วยซ้ำ

( 10 )
อย่าทำตัวเป็นคนไม่น่าเชื่อถือเรื่องเงินๆทองๆ
จงจดบันทึกว่าหยิบยืมใครไปบ้างในจำนวนเท่าไหร่ ถ้าคิดจะไม่คืนอย่ายืมแต่แรก
หรือ หากหยิบยืมใครไปด้วยความจำเป็น เมื่อได้เงินมา ให้รีบนำเงินก้อนนั้นไปล้างหนี้ก่อนนำเงินไปจับจ่ายเพื่อตัวเอง อย่าทำลายเครดิตของตัวเอง มันเป็นเรื่องน่าอับอาย การขาดสัจจะในเรื่องนี้จะกลายเป็นยี่ห้อติดตัวเราไปตลอด

( 11 )
หากเรียนจบแล้ว ไม่ว่าทำอาชีพอะไร
อย่าโกง
อย่าโกง
จงอย่าโกง

( 12 )
คำว่า “ขอบคุณ”
ไม่ได้มีไว้พูดกับคนแปลกหน้าเท่านั้น

( 13 )
ความสัมพันธ์ที่ยืนยาว
มักเป็นความสัมพันธ์ที่
‘วันนี้’ กับ ‘วันแรกที่รู้จักกัน’
ไม่แตกต่างกันมากนัก

( 14 )
เข้าใจคนอื่น ว่ามันคงต้องมีเหตุผลบางอย่างแน่ๆที่เราไม่อาจรู้ได้ เบื้องหลังพฤติกรรมที่แลดูขัดตาขัดใจจากคนรอบข้าง

( 15 )
“ถ้าครูดีกับพวกหนู
แต่กลับไม่ให้เกียรติคนกวาดขยะ
ครูยังไม่ใช่คนดี”
เอาตรรกะนี้ไปใช้

( 16 )
น้อมรับจุดอ่อนของตัวเอง
ชื่นชมจุดแข็งของคนอื่น

( 17 )
จำความจริงข้อนี้ให้ขึ้นใจ
คนดี กับ คนที่เราชื่นชอบ เป็นคนละเรื่องกัน
คนที่เราชอบ เขาอาจไม่ใช่คนดี
คนที่เราไม่ชอบ เขาเป็นคนดี
“คนดี เป็นคนที่เราชอบ” ความคิดนี้ไม่ผิด
แต่ความคิดที่ว่า
“คนที่เราชอบ เป็นคนดี” ความคิดนี้ไม่ถูก
เพราะไม่เป็นจริงเสมอไป

( 18 )
กล่าว “ขอโทษ” ให้เป็น แม้รู้สึกว่าตนเองไม่ได้ผิด
ปล่อยให้บทเรียนในอนาคตได้สอนเขาเอง
สำหรับใครที่ผิด แล้วกล้าขอโทษ
รู้ไว้ หนูเท่ห์มากลูก

( 19 )
หากอยากรู้ว่าเรารักเพื่อนคนไหนจริงๆบ้าง
ให้ดูว่าเมื่อชื่อของเพื่อนถูกกล่าวถึงในทางเสียๆหายๆต่อหน้าเรา เราจะยินดีช่วยปกป้องชื่อเสียงแทนเขาในวันที่เขาไม่ได้อยู่ตรงนั้นเพื่อปกป้องตัวเองไหม

( 20 )
ทำบุญเมื่อไหร่ อย่าได้บอกให้ใครรู้
ตัวอย่าง ชวนคนบริจาคได้ แต่อย่าเล่าว่าเราเพิ่งไปบริจาคมา เพราะความดีที่เราไม่อยากให้ใครรู้จะคงความบริสุทธิ์ต่อไป ส่งผลให้หัวใจชุ่มฉ่ำ แต่หากเราบอกคนอื่นเกี่ยวกับความดีที่เราทำไป เราจะกระหายคำชมจากผู้คนแทน ซึ่งมันตรงกันข้ามกับคำว่า “บริสุทธิ์ใจ” ในการทำความดี

( 21 )
ไปเข้าค่าย (ไปเป็นน้องค่าย) ไม่จำกัดว่าจะต้องเป็นค่ายที่โรงเรียนจัดเท่านั้น พยายามไปหลายที่ หลายประเภท ทั้งค่ายอาสาพัฒนาฯ ค่ายติววิชาการ และอื่นๆ ในช่วงปิดเทอม หรือตอนไหนก็ได้ที่สะดวก มันจะช่วยเปิดโลก ให้ประสบการณ์ที่หาในห้องเรียนไม่ได้ และยังช่วยสร้างสังคมเพื่อนอีกด้วย พอไปเป็นน้องค่ายสักพัก ก็ให้ตัวเองได้ลองไปทำค่าย (เป็นพี่ค่าย) อย่างน้อยสักครั้งในชีวิต

.. อาจจะเพิ่มถ้านึกออก ...

#ส่งต่อบทเรียน
SHARE

Comments