MT 001 : ต้นแบบ
ฉันฟังผู้คนมากมายที่ร่ายพรรณนาบุคคลต้นแบบในดวงใจอย่างออกรส หรือง่ายๆ คือ "อวยไอดอล" แอบนึกอิจฉาที่เขาสามารถเล่าได้ว่าไอดอลของเขาเป็นใคร เพราะไอดอลของตัวเองนี่ดูจะเป็นที่กังขาว่าเจอกันได้ยังไงนะซี จนถ้าฉันไม่บอกว่าเป็นน้องลิซ่า - วงแบล็กพิ้งค์ หรือคุณออเดรย์ เฮปเบิร์น ก็จะแถว่า "งั้นให้คิดเสียว่าตานี่ไม่มีตัวตนแล้วกันเนอะ"

แต่ฉันเต็มใจที่จะเล่าถึงแนวคิดของเขาแทน เป็นผู้ชายที่มีชีวิตโชกโชนระดับหนึ่ง อาจจะไม่ได้สมบุกสมบันแบบบุกป่าปีนเขาดำน้ำ ซิ่งรถ แข่งกีฬาเท่ๆ แต่รับประกันได้ว่าด้วยประสบการณ์ที่เขาผ่านมา มันทำให้เห็นแนวคิดที่ต่างไปจากฉันผู้ใช้ชีวิตธรรมดาๆ เหมือนในคำพูดที่ได้ฟังตอนเจอกันครั้งแรก

ผมไม่สนใจหรอกว่าคุณเป็นใคร...แต่ผมสนใจว่าคุณทำอะไร

มันอาจจะธรรมดาสำหรับคนอื่น แต่มันเป็นการพบกันที่กินใจฉันไปแล้วค่อนดวง ฟังดูเหมือนกำลังตกหลุมรัก แต่เราไม่ได้อยู่ด้วยกันในสถานะนั้นแน่นอน อยู่ด้วยสถานะพี่น้องค่อนไปทางไอดอลกับแม่ยกเดนตาย ไม่สิ ต้องบรรยายเป็นศิษย์พี่ศิษย์น้องแทน ฟังดูเหมือนอยู่ในหนังจีนแต่ก็ไม่ต่าง แบบศิษย์พี่ที่หลายทีก็เฮฮาตามประสา พอถึงเวลาก็เป็นอาจารย์สอนศิษย์น้องบ้าง 

การที่เราคนหนึ่งจะนับถือใครเป็นไอดอล มันย่อมสะท้อนว่าเราเป็นคนลักษณะไหนด้วย สำหรับฉันคือฉันมีส่วนขาด แต่เขามีจิ๊กซอว์ที่น่าจะพอดีกับส่วนขาดของฉัน คุณศิษย์พี่เป็นคนที่มีพลังในตัวเองอย่างล้นเหลือ ตราบที่มันไม่เดือดร้อนใคร เขาก็จะไม่กลัวที่จะแสดงความคิด พูด และกระทำออกมา สวนทางกับฉันผู้ไม่มั่นใจในตัวเอง ขาดพลังในการแสดงความคิดเห็น พูด และกระทำทุกสิ่งอย่าง มักจะเลอะเทอะไปด้วยความหวาดกลัว ความขี้วิตกกังวล และติดจะแคร์ความคิดคนอื่นมากไป ฉันโตมากับเสียงด่าทอสารพัด ยังไม่นับคำบุลลี่เหยียดหยามเป็นดังหนามที่พร้อมจะรัดบาด จนกระทั่งมาเจอกับผู้ชายคนนี้ถึงได้รู้ว่า เราปล่อยให้สิ่งแย่ๆเข้ามามีบทบาทกับตัวเองมากเกินไป จึงยอมถวายตัวเป็นศิษย์น้องมาลอกการบ้านไปใช้บ้าง 

ตั้งแต่เด็กเขาถูกรุมรังแกสารพัดทั้งวาจา ทำร้ายร่างกาย ทำร้ายจิตใจ เอารัดเอาเปรียบ และลดทอนศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์แทบไม่เหลือชิ้นดี แต่ทำไมถึงโตขึ้นมาได้อย่างองอาจสง่างาม หลายครั้งทวนฟังเรื่องนี้ก็เหมือนตัวเองเอาสิ่งที่ถูกกระทำ มาเป็นข้ออ้างให้กับความไม่เอาไหนของตัวเอง เป็นบทเรียนที่ไม่มีใครอยากเรียน แต่เขาได้ฝึกหัด ปัดกวาด เจียระไน จนกลายเป็นสิ่งล้ำค่าที่ยินดีนำมาให้คนอื่นรับชม ซึ่งแน่นอนว่าเขาไม่ได้เปิดให้ใครรับชมเพชรแห่งชีวิตนี้ง่ายๆเหมือนกัน เพราะไม่ใช่ทุกคนจะรับฟังมันไหว เคยมีรุ่นน้องของฉันไปฟังบางเรื่องของเขา เธอสะเทือนใจจนขอให้หยุดเล่า ฟังไม่จบเพราะมันหดหู่มาก หากอยู่ในนิยาย หนังละคร หรือการ์ตูนก็ยังพอทนไหว เพราะรู้ว่ามันเป็นเรื่องแต่ง แต่อันนี้คือเรื่องจริง มันเลยยิ่งกว่าทึ่งว่าเขารอดผ่านมันมาได้ยังไง แม้ไม่มีแผลภายนอกปรากฏให้เห็นเป็นรูปธรรม แต่จะรู้ได้ผ่านพฤติกรรมบางอย่างของเจ้าตัว มันเกิดจากการทารุณซ้ำซาก บอกไม่ได้จริงๆว่ามันคืออะไร แต่ไม่ใช่ความกลัวแบบที่ฉันเผชิญอยู่แน่นอน

ฉันถามเขาซ้ำแล้วซ้ำเล่าว่าผ่านมาได้ยังไง เพราะไม่ว่าเมื่อไรมันก็ดูเป็นเรื่องที่เหลือเชื่อจริงๆ ฉันเคยถามว่าแล้วไม่รู้สึกหลอกหลอน วนเวียนอยู่ในหัวบ้างหรือ แต่กลับได้รับประโยคกินใจมาอีกหนึ่ง

ผมไม่เคยลืมอดีต...แต่เลือกที่จะรับรู้ ไม่ใช่รู้สึก

ความจริงแค่อันนี้ก็ไม่ง่ายเท่าไรนะ อาจจะเพราะความอ่อนไหวของเราไม่เท่ากันด้วย เขาบอกว่าก็มีความอ่อนไหวแต่เลือกเก็บไว้ใช้ในศิลปะ นอกนั้นไม่ดีต่อการใช้ชีวิตของเจ้าตัว ซึ่งต้องเป็นผู้นำและเป็นพนักที่แข็งแรงสำหรับคนรอบข้าง แบบนั้นกลับทำให้ฉันรู้สึกทึ่งยิ่งกว่า ไม่แปลกใจจริงๆที่มีคนตั้งฉายาให้เขาว่านกอินทรี

ความจริงแม้แต่ตอนเขียนออกมานี้เอง ฉันยังรู้สึกกังวลอยู่เลยว่าจะเปิดเผยเรื่องของเขามาดีไหม ต่อให้เผยมาแค่คำสอน คำบอกเล่า กับพฤติกรรมสายขำของเจ้าตัว แต่ก็กลัวที่จะถูกกระแหนะกระแหนเหมือนกันว่า "โว้ะ อ่านๆมาก็ธรรมดานี่หว่า เจ๋งเป้งตรงไหนวะไอ้หมอนี่" "คนแบบนี้มีถมไปเว้ย" "อวยคนที่มีอยู่แค่นี้ คนอื่นก็มีป๊ะ" ซึ่งต่อให้มีใครพูดจริง เจ้าตัวก็ไม่ซีเรียส ใจเย็นนิ่งเฉยต่อปฏิกิริยาพวกนี้ ...เพราะอย่างที่เล่านั่นแหละ เจอมาเยอะแล้ว แค่นี้พี่ให้ระดับเบบี้

แต่พอฉันพยายามนึกถึงในมุมมองของศิษย์พี่ ว่าเป็นเขาเขาจะทำยังไง พร้อมกับทวนย้ำคำพูดประจำ "ถ้ามันไม่ได้ทำให้ใครเดือดร้อน..." ก็ปลุกฉันขึ้นมาจากกองกังวลแล้ว จนบางทีก็รู้สึกรำคาญความกลัวของตัวเองนะ กลัวเก่งเหลือเกิน ขยันกลัวขนาดนี้ถ้าแปลงเป็นเงินก็คงรวย ว่าแล้วก็คิดถึงเสียงที่นุ่มนวลแสนดี ถ้าอยู่ตรงนี้ก็คงจะพูดด้วยคติประจำทำนองว่า 

มันเป็นเรื่องของเรา จงให้เกียรติตัวของเราเองด้วย
ต่อให้ใครค่อนขอดกันทั้งโลกกับเรื่องที่ไม่ผิด อย่างน้อยก็เหลือเธอที่ให้เกียรติตัวเอง 
ผู้คนแค่ผ่านมาด่าทอล้อเลียน หัวเราะเยาะเย้ย
แต่ผ่านไปเขาก็ลืม และไปใช้ชีวิตข้างนอกตามปกติ
เชิญเขาเข้ามาหัวเราะต่อในหัวทำไม เธอเป็นเจ้าของหัว ไล่เขาไปซะ
ทีนี้ละ...เชิญไล่ให้สะใจไปเลย

แค่นึกถึง ท่าทางอันนุ่มนวลติดทะเล้นของศิษย์พี่ก็ฉายชัดเรื่อยๆ ทำให้ยิ้มและหัวเราะออกมาไม่รู้ตัว เขาบอกเขาไม่รู้หรอกว่าหลักการตำราจิตวิทยาทั้งหลาย มีหลักเกณฑ์คำสอนถึงแค่ไหน เขาไม่เคยคิดว่าตัวเองเหนือกว่าคนอื่น จนระดับเป็นบรมครูสอนคนได้ คิดแค่ขอให้เต็มที่ในส่วนของตนให้ดีที่สุดเท่านั้น เพราะท้ายที่สุดปัจจัยที่แต่ละคนต้องเผชิญมันก็ไม่เท่ากัน 

ฉันรู้สึกอุ่นใจและผ่อนคลายทุกครั้ง ที่ฟังเขาเล่ามุกตลก และฟังคำสอนกระแทกใจพวกนี้ จนอดไม่ได้ที่จะยกให้เขาเป็นต้นแบบในการใช้ชีวิต ศิษย์พี่อาจจะเป็นผู้ชายธรรมดาสำหรับใคร แต่ไม่ธรรมดาสำหรับฉันแน่นอน ใช่ เพราะฉันพูดถึงไอดอลของตัวเองนี่นา ไม่จำเป็นต้องเป็นคนดังที่ใครๆก็ยอมรับเสมอไปเนอะ จริงไหม


เขาละ...ไอดอลของฉัน
/จากศิษย์น้อง
SHARE
Written in this book
M A T T H E W
-- ศิษย์พี่ที่รัก --
Writer
Mikki
แสงหิ่งห้อยในมุมมืด
เดินอยู่ในเขาวงกตที่ชื่อว่าโลกมนุษย์

Comments