อัตตา วิวาท และ bias ซึ่งย่อมาจาก because I am so sure (that I am right).
วันนี้คงเป็นวันเริ่มต้นสัปดาห์ที่รู้สึกว่าพีคที่สุดของศกราชนี้ เพราะราวกับว่าอารมณ์ที่พุ่งปรี๊ดจะทำให้หลอดเลือดในสมองแตกได้ และรู้สึกได้ถึงความร้อนที่ต้มร่างตั้งแต่สะบักลามไปที่คอและศีรษะ

ยัง...ยังไม่ทันได้ง้างมัดแลกมวยกับใคร ซึ่งนับว่าโชคดี เพราะถ้าขึ้นสังเวียนไปก็แพ้เห็นๆเพราะมวยมันคนละรุ่น แต่ด้วยอารมณ์ตอนนั้นมันพยายามจะป้องกันตัวเต็มที่ ก็คงเป็นธรรมดาของสัตว์และมนุษย์ที่จะต้องต่อสู้หรือยกโล่ขึ้นมาป้องกันตัวเองจากอันตราย บางทีก็กระแทกโล่กระทุ้งคืนฝั่งตรงข้ามบ้างแต่วันนี้มันมากเกินไปหน่อย

เข้าใจคำว่าโดนหางเลขชัดเจนขึ้นก็วันนี้ เพราะเหตุของเรื่องนี้เราไม่ได้ข้องเกี่ยวตั้งแต่ต้นแล้ว แต่เลขดันมาออกที่เรา งงมาก แต่ก็ทำให้ได้ตกตะกอนหลายเรื่อง ... เอาล่ะ หลังจากที่ได้บ่นนิดหน่อยแล้ว เราก็มา sharing กันสักหน่อย เกี่ยวกับเรื่องที่ได้เรียนรู้วันนี้ และในสัปดาห์ที่ผ่านมา

1. เคยคิดว่าโลกนี้มันต้องมี comfort area ในที่ทำงานบ้างแหละ เพราะเราก็ไม่ได้โชคร้ายขนาดจะสมองทึบจนสร้างศัตรูไปทั่ว แต่ comfort area นั้นมันไม่มีอยู่จริง ต่อให้เป็นคนที่เราดูมาดีแล้วว่าจิตใจไม่ได้อาคาตมาตร้ายใคร แต่เขาย่อมมี skill ในการ kill เราด้วยวิธีอื่นแน่นอน เพียงแค่วันนี้มันมาในรูปแบบที่รับมือได้ยากยิ่ง ก็เข้าใจได้ว่าคนเราทุกคนล้วนแต่ต้องปกป้องตัวเองก่อน และนั่นก็ทำให้อัตตาของเราเบียดกันบ้าง ปะทะกันบ้าง เป็นเรื่องธรรมดา ตราบที่ยังฝึกมาไม่ดี วันที่บังเอิญอัตตาของเราตัวใหญ่ขึ้น และบังเอิญว่าคนอื่นเขาเอาอัตตาของเขามาปะทะกับเรา เราก็เกิดทนไม่ได้ขึ้นมา โหวกเหวกโวยวาย สุดท้ายต้องกลับมายอมรับว่า เราเองที่ผิด ผิดที่ตามไม่ทันตัวเอง ผิดที่ฝึกมาไม่ดีพอ และประทับตราตรึงไว้ในใจเลยว่า เรื่องแบบนี้อย่าไปทำกับใครเขา มันจะเป็นบาป วันนี้ทำกรรมอะไรไว้ก็ยอมรับผลของมันไป อาจจะขมขื่นสักหน่อย แต่มันถึงกับตายหรอก

2. กับคนบางคน กับบางความสัมพันธ์ เราต้องหนักแน่นให้มาก เข้มแข็งให้มาก และแข็งแกร่งอีกในเชิงความเชื่อ คนดีบางคนก็ถูกมองว่าร้ายได้ และคนร้ายบางคนก็หลอกคนเก่งเสียจนไม่มีใครจับได้ สุดท้ายก็เป็นเรื่องของ bias คนอีกนั่นแหละ ฉันชอบคนนี้ ไม่ชอบคนนี้ หมายความว่าเธอก็ต้องโอเคหรือไม่โอเคกับเขาด้วยเพราะฉันอยากให้เธอเป็นพวกฉัน... ถามจริง? ตอนเราเป็นเราไม่รู้ตัวหรอกนะ แต่มองย้อนไปก็ขยะแขยงตัวเองจะแย่ แต่ให้ทำไงได้หนีมันไม่พ้นนี่ และก็ไม่เข้มแข็งเองก็เลยโดนหางเลขไปด้วย รู้สึกว่าบางทีส่วน amygdala (ส่วนที่เกี่ยวกับอารมณ์) ของสมองช่างไร้ประโยชน์สิ้นดี เพราะ รัก โลภ โกรธ เกลียด ล้วนเป็นอารมณ์ที่สร้างปัญหาได้อยู่เสมอๆ เพราะมันทำให้เรามโนไปนอกขอบเขตความเป็นจริงและหลงเชื่อความคิดนึกปรุงแต่นั้นง่ายๆไง เห็นควรว่าต้องฝึก skill แยกแยะ fact ออกจาก imagine และฝึกความมั่นคงทางความรู้สึกคู่กันไปด้วย

3. มนุษย์เป็นสัตว์สังคม แต่ก็ชอบ conflict ...คิดแล้วก็ตลก อยากมีพวกพ้องแต่ในขณะเดียวกันก็สร้างศัตรู...แปลกแต่จริง เป็นอันว่านำไปสู่การเมืองในทุกระดับตั้งแต่รากหญ้าไปจนถึงเสาธง ว่าด้วยการเมืองในที่ทำงาน เราไม่มีทางเลี่ยงได้ แต่เมื่อไหร่ก็ตามที่เราถูกดึงเข้าสู่สถานการณ์ที่น่าอึดอัดใจ เรียกง่ายๆว่าสงครามการเมืองขนาดย่อมที่จะมองไปทางไหนก็สิงสาราสัตว์ และเราดันไปห็นอกเห็นใจเข้าใจเขาไปเสียหมดจนคิดว่าควรจะอยู่ตรงกลาง เมื่อนั้นเราก็อาจจะกลายเป็นอีกขั้วการเมืองไปโดยไม่รู้ตัว หรือ กลายเป็นหมาหัวเน่าที่เตรียมจะโดนโจมตีได้ทันที อยู่เฉยๆก็จะโดนมิใช่น้อย 

นี่ว่าฝึกความเป็นอารยชนมาบ้างแล้วนะ ถ้าเถื่อนๆดิบๆอย่างเมื่อก่อนก็ชิบหายวอดวายไปแล้ว หมายถึงตัวเรานี่แหละ ยังมีให้ฝึกอีกมาก ยังต้องขัดเกลากันอีกมาก และยังอ่อนต่อโลกนัก ราวกับเป็นบัณฑิตที่โง่เขลารู้ตำราแต่ไม่รู้ความจริงของโลก -- สรุปสุดท้ายสาเหตุของเรื่องวันนี้ คือ ไม่มีสติ รู้ไม่ทัน ลั่น ไม่มั่นคงทางอามรณ์ และมี bias ซึ่งย่อมาจาก because I am so sure (that I am right). 
SHARE
Written in this book
เปิดฝาหม้อ

Comments