คำอุ่นๆ
การได้คุยกับคนที่จริตตรงกันมักจะทำให้เราได้ขบคิด และเติบโต แม้ว่าเขาจะเป็นคนที่อายุน้อยกว่าหลายปี แต่การที่เด็กกว่าไม่ได้ทำให้ความนับถือที่เรามีต่อเขาน้อยไปกว่าคนที่อายุมากกว่าเลย คำพูดที่ตรงไปตรงมาฉะฉาน และจริงใจนั้นทำให้เขาดูน่ารักและน่าเอ็นดูมากขึ้นไปอีก และต้องยอมรับว่าสอนใจคนแก่กว่าได้มากเลยทีเดียว

การสนทนาของเรากับรุ่นน้องคนนี้ มีประเด็นที่น่าจดจำหลายประการ โดยเฉพาะเรื่องที่มันสะท้อนให้เราเห็นว่า คนทุกคนต้องการพื้นที่ในสังคม เราทุกคนย่อมต้องการการยอมรับ และมักจะหลงลืมที่จะยอมรับนับถือในตนเองเมื่อรู้สึกว่าที่ยืนในสังคมมันเหลือน้อยเต็มที เรามักจะยอมให้คนอื่นตัดสินคุณค่าในตัวเราโดยที่ไม่ทันรู้ตัว และเรามักจะหลงเชื่อความคิดนึกปรุงแต่งที่เราสร้างขึ้นมาห่อหุ้มความจริงจนมองแทบไม่เห็นความจริง

ในความเป็นจริงแล้ว เราทุกคนล้วนเผชิญความเจ็บปวด บางครั้งเราได้รับบทเรียนบางอย่าง แน่นอนว่าเราย่อมคิดอะไรไปได้ต่างๆนานา เรามีกลไกพวกนี้เพื่อที่จะเลือกการตอบสนองต่อการกระทำบางอย่างเพื่อวัตถุประสงค์เดียวคือ การเอาชีวิตรอด สุดท้ายไม่ว่าจะเจ็บปวดแค่ไหน ที่เราต้องการคือการมีชีวิตต่อไปให้ได้ ส่วนคำขยายของชีวิตจะเป็น "ดี" หรือ "แย่" นั้นเป็นเรื่องส่วนบุคคลที่เราคิดว่ายังต้องฝึกกันอีกมาก ตัวเลือกที่เราเลือกใช้ในการตอบสนองสิ่งที่เข้ามาในชีวิตทำให้คนแต่ละคนแตกต่างกัน ดังนั้นการรอดชีวิตให้สร้างสรรค์และสร้างพลังบวกให้ตนเองเป็นทักษะที่สำคัญ ... สำคัญที่สุดคือการมองเห็นคุณค่าในตนเอง และไม่ยอมให้กรอบความคิดที่คนอื่นมีต่อตัวเราตัดสินคุณค่าของตัวเรา.. ต่อให้ไม่มีใครคนอื่นบนโลกนี้เห็นค่าเรา เราควรยืนหยัดเพื่อพิสูจน์ว่าการมีอยู่ของตัวเราบนโลกใบนี้มีความหมาย และต่อให้มันจะยากเย็น หรือทุกข์ทน ก็ให้อดทนไว้ ไม่มีอะไรอยู่ไปตลอดกาล ทุกอย่างมันหมุนเวียนเปลี่ยนแปลงไปอยู่แล้ว พอฝนหยุดตก ฟ้าก็จะใส วันไหนแดดร้อน สักพักก็มีเมฆมาทำให้ร่มได้ ...มันก็เป็นไปของมันอย่างนี้

ประเด็นที่รุ่นน้องคนนี้ได้สอนเราโดยไม่รู้ตัวอีกอย่างก็คือ เราสามารถสร้างความสัมพันธ์ที่แข็งแรงได้ด้วยความเชื่อมั่นในตัวของกันและกัน และเห็นคุณค่าของกันและกัน... "ผมแคร์พี่มากๆ" ...สั้น กระชับ และได้ใจ(ความ) น้องเล่าว่าก่อนที่เขาจะตัดสินใจมาคุยกับเรา เขาคิดว่าควรจะคุยดีไหม แต่ "ผมรู้ว่าใครสำคัญกับผมบ้าง" สองประโยคนี้สะท้อนให้เราตระหนักว่า
1. เขาเชื่อมั่นว่าเราจะฟังเขา แม้ว่าเรื่องที่เขาจะมาพูดมันจะไม่ใช่เรื่องที่เขาแน่ใจว่าควรพูดดีไหม อาจไม่ใช่เรื่องที่ดีๆ
2. เราสำคัญกับเขามากพอที่จะปล่อยให้เรื่องบางเรื่องมันเป็นไปตามยถากรรมไม่ได้ และมากพอที่จะเสี่ยงพูดเรื่องที่ไม่น่าฟัง

การที่เราไม่ค่อยได้อยู่ในวงสังคมเดียวกันทำให้หาโอกาสคุยกันยาก เราก็เลยไม่ได้ดูแลกันเท่าแต่ก่อน และเราก็คิดว่าการที่น้องมันไม่ได้ทักมาแสดงว่ามันอยู่ดีมีสุข และเราก็สบายใจ บางครั้งเดินสวนกันก็ทักทาย และสัมผัสได้ว่ามีอะไรบางอย่างเปลี่ยนไป ทีแรกก็รู้สึกแปลกๆ แต่วันนี้รู้แล้วว่าเพราะน้องมันโตขึ้นมากจนเราไม่ทันสังเกตต่างหาก เรื่องนี้ก็สอนเราอีกว่า เราจะเชื่อความรู้สึกตัวเองมากไม่ได้หรอก กับหลายๆอย่าง เราควรเปิดใจกว้างๆ และพิสูจน์ความจริง อย่าปล่อยให้หมอกควันของความคิดบดบังความจริงไปเสียหมด และหลงเชื่อการปรุงแต่งนั้นโดยไม่มีสติ

นี่คงเป็นเสน่ห์ของการมีบทสนทนาดีๆ คั่นระหว่างช่วงที่เหนื่อยล้าในชีวิต ช่วงที่กำลังหมดหวังกับบางอย่าง หรือกับบางคน เหมือนการได้นั่งพักจิบโกโก้ร้อนๆ ในวันหนึ่งของหน้าหนาวที่เราเดินเท้ามาไกลพอสมควร -- เรียกได้ว่าบทสนทนาวันนี้เต็มไปด้วยคำอุ่นๆมากมาย คำอุ่นๆที่ทำให้หัวใจพองโตที่ได้รู้ว่าเราสำคัญกับใครสักคน ...คำอุ่นๆที่ทำให้เราได้เห็นว่าคนที่เรารักเขาเติบโตอย่างดี ...คำอุ่นๆที่ทำให้เรามั่นใจในความสัมพันธ์ของเรามากขึ้น ในขณะเดียวกันก็เป็นครูสอนให้เราได้ตระหนักถึงประเด็นบางอย่างในชีวิตที่เรามองข้ามไป ฉุกคิด ย้อนมองตัวเราเอง และเห็นใจคนอื่นมากยิ่งขึ้นไปอีก




SHARE
Written in this book
ช้อนตะกอน

Comments