The Girl Out of Question
The Girl Out of Question

‘กล้วยเป็นพี่ต้องดูแลน้องนะ’

“นี่ใคร?”

“น้องไงครับ”

“น้องเล่นมาสไรเดอร์ได้ไหม?”

“กล้วยยยยยย”

น้ำว้า
คือชื่อของเธอ เด็กหญิงตัวกระเปี๊ยกในห่อผ้าสีขาว หลับตาพริ้ม อวด แก้มอิ่มสีชมพู ดูตัวเล็กไปหน่อย ผมว่าแล้ว...ชอบทำให้แม่อ้วกนักเป็นยังไงตัวจึ๊งเดียว





จับมือเล็กๆนั่นไว้ เธอกุมมือผมด้ยวมือน้อยๆนั่น





อุ่น…





สัมผัสแรกของเรา ผมใจเต้น...ไม่ค่อยเข้าใจนัก หากโตกว่านี้ซักหน่อยเผมคงจะบอกว่านี่คือรักแรกพบ…





มือป้อมๆนั่นกุมมือผมไว้ ผมนึกสงสาร ตัวก็เล็ก แขนนิดเดียว มือก็นิดเดียว เจ้าเปี๊ยกเอ้ย แบบนี้จะสู้สัตว์ประหลาดในอุลตร้าแมนได้ไง

แต่ไม่เป็นไร…
พี่ชายคนนี้จะปกป้องน้องเอง!















“น้ำว้า…”

ผมเรียกชื่อน้อง เธอหันมองริมฝีปากแย้มยิ้มทันทีที่เห็นหน้าผม เราห่างกันครั้งแรกตอนผมขึ้นป.1 และเธอแค่อนุบาลสอง เด็กผู้ชายคนอื่นคงไม่ชอบน้องสาว แต่ผมต่าง ผมติดน้องมากๆ แทบไม่อยากปล่อยเอาไว้คนเดียว น้ำว้าตัวเล็กมากมาแต่ไหนแต่ไร แบบที่ผมชอบแซวว่าแม่ไม่ให้กินนม
มือเล็กๆนั่นคว้าหมับเข้าที่มือผม…

อุ่นเหมือนวันแรกที่เราจับมือกัน





เคยสังสัยว่าคนคนนึงจะรักใครซักคนได้แค่ไหน น้ำว้าเป็นคนให้คำตอบนั้นแก่ผม





ไม่มีข้อแม้…



ไม่มีเงื่อนไข…



เป็นเด็กผู้หญิงผู้อยู่เหนือข้อยกเว้นของผมทั้งหมด…





ยอมเรียนถักเปียเพื่อจะรอถักผมให้น้องตอนเช้า ยอมไม่กินขนมตอนกลางวันเพื่อจะได้เก็บเงินมาเลี้ยงไอติมน้องตอนเย็น ยอมไม่เล่นฟุตบอลกับเพื่อนเพื่อจะเดินมารับน้องได้ไวขึ้นอีกนิด





เพื่อจะได้เห็นรอยยิ้มของน้องในทุกๆวัน





เราจูงมือกันเดินกลับบ้านทุกวัน เธอเป็นสีเหลืองของผมโคตรสดใส เปล่งประกายด้วยพลังและรอยยิ้ม แต่ผมไม่เคยรู้เรื่องว่าพระอาทิตย์ก็มีจุดมืดบอดเหมือนกัน





เบื้องหลังรอยยิ้ม..ที่น้องไม่เคยบอกผมเลย















“น้ำว้า”



“หืม?”



“ขาไปโดนอะไรมาอ่ะ?”



ผมถามมองจ้ำเขียวๆที่ขาน้อง ผมพึ่งขึ้นม.ต้น น้องพึ่งจะประถมหก ทำไมเด็กผู้หญิงถักผมเปียที่ร้องกินไอติมทุกเย็นต้องมีรอยช้ำน่ากลัวที่เข่าด้วย?





น้ำว้าไม่เคยหาเรื่องใครก่อน





ยกเว้นแต่…





“ถูกแกล้งมาเหรอ?”





“เปล่าซักหน่อย”





“น้ำว้า”





“แค่เล่นกันเฉยๆ”





เธอโกหกไม่เก่ง ตอนที่ปากขยับดวงตาก็สารภาพความจริงออกมาหมดแล้ว ผมที่ปกป้องเธอมาตลอดได้แต่สบถในใจ โลกจะส่งคนมาไม่ดีมาหาผมอีกกี่คนก็ได้แต่ไม่ใช่กับน้ำว้า ไม่ใช่กับหัวใจของผม…





วันนั้นผมจำได้ ผมเดินไปหาเธอตอนกลางวัน ร่างเล็กนั่นนั่งอยู่บนโต๊ะเปิดข้าวกล่องที่แม่ตั้งใจทำให้ แล้วก็ถูกหยิบฉวยไป เธอไม่ได้โวยวายทำเพียงขอกล่องข้าวคืนอย่างสุภาพ





เธอเติบโตมาอย่างดีแบบที่ไม่ควรจะเจอเรื่องเจ็บปวดอะไรเลย…





หรือคนนิสัยแย่ๆซักคน





“ ยัยลูกไม่มีพ่อ”





บางทีโลกใบนี้ก็มีพวกนิสัยแย่อยู่เยอะมากๆ ผมจำไม่ได้ว่าก้าวเข้าไปตอนไหน ตอนที่ต่างคนต่างยื้อแย่งข้าวกล่องจนตกลงพื้นหรือตอนที่น้องถูกผลักจนล้ม หรือตอนที่ผมง้างหมัดต่อยไอ้เด็กเวรนั่น





“กล้วย พอแล้วๆ เขาไม่เป็นไร”





“....”





“กล้วย ฮึก..พอแล้ว ถ้าไม่..หยุด เค้าจะไม่พูดด้วยแล้วนะ”





เสียงเล็กๆครางฮือ ผมหยุดมองไอ้เด็กนั่นที่ตัวสั่น น้ำตาไหลเพราะความหวาดกลัว





สมควร





ผมปล่อยตัวมัน คว้าร่างเล็กอุ้มพาออกจากห้องไป ตัวน้ำว้าเล็กมากเมื่อเทียบกับผมที่กำลังโต และเลือดร้อน ผมเลือกที่สงบกอดปลอบน้อง ที่กำลังร้องให้อย่างที่ไม่เคยเห็น





“ น้ำว้า….”





“เมื่อกี้เธอน่ากลัวมาก..” ผมถอนหายใจลูบผมเปียที่ผมบรรจงถักให้ทุกเช้า มือที่ใช้ประทุษร้ายคนอื่นเมื่อกี้ลูบผมนิ่มอย่างอ่อนโยน ไม่มีแม้แต่ครั้งเดียวที่ผมจะทำรุนแรงกับน้อง





“ เค้าขอโทษ”





“วันหลังไม่เอาแล้วนะ”





“....”





“เธอ…”





“สัญญาครับ”





ผมก้มมอง ขาเล็กๆขาวๆมีรอยช้ำมากมาย แขนก็ด้วย ผมนึกขำ นี่เหรอที่มึงเคยสัญญากับพ่ออ่ะกล้วย?





มึงดูแลน้องได้เท่านี้เองเหรอ?





“น้ำว้า...ถ้ามีใครแกล้งอีกต้องบอกเค้านะ”





เธอเงียบ จนผมต้องดึงน้องมาสบตากัน ตาน้ำว้าสวย กลมโตระยิบระยับ ไม่เคยมีเล่ห์เหลี่ยมใดๆ





“เค้าสัญญา”





ผมยิ้ม ปาดน้ำตาที่เปรอะเปื้อน หาอะไรให้น้องกินก่อนพาไปส่งห้องแล้วข่มขู่ไปอีกรอบ ใช่หลังจากนั้นผมก็โดนเรียกเข้าห้องปกครองแต่ใครจะสนกันล่ะ…





ผมไม่ได้ผิดนี่….













ช่วงชีวิตม.ปลายเป็นอะไรที่ดีสำหรับผม มีแต่บางอย่างที่ผิดแปลกไป น้ำว้าดูมีอะไรในใจ อะไรบางอย่างที่น่าจะเรียกว่าความรัก





ใครวะ?





คำถามที่ได้แต่ตั้งในใจแต่ไม่ได้พูดออกไป ผมเดินมาดูเธออบคุ้กกี้หยิบชิมไปชิ้น อร่อย...แม่สอนพวกเราให้ทำกับข้าวและขนมต่างๆเสมอ ด้วยเหตุผลที่ว่าจะได้ไม่อดตายและใช่





น้ำว้าทำตามสูตรแม่ได้แบบไม่ผิดเพี้ยน…





“อบคุกกี้ไปไหนเหรอ?”





“แจกเพื่อน”





ผมร้องอ้อ ก็คงถูกครั้งเดียว...อะไรบางอย่างบอกผมในใจ เช้าวันถัดมาผมเห็นถูกคุ้กกี้ของน้อง กับเพื่อนร่วมห้อง





ไอ้มาร์ค…





ผมมอง และมันก็มองกลับ ยกยิ้มให้แบบที่ผมไม่รู้ความหมาย...ผมหงุดหงิดใจเบาๆ ไอ้นี่ไม่ใช่คนดีผมจะเตือนน้อง









“น้ำว้า..เลิกยุ่งกับไอ้มาร์คเหอะ”



ทำไม?”

“มันไม่ดี”

“ไม่ดียังไง?”

“มันเจ้าชู้”

“.....”

“นะ”

“โอเค”

บางทีเพราะความโง่เขลาของวัยเยาว์ ผมถึงได้ไม่เฉลียวใจเลยว่าน้องผม...ไม่ใช่คนเริ่ม ตอนเห็นผ้าเช็ดผ้าของน้ำว้าที่ไอ้มาร์คหยิบออกมาจากกระเป๋า ผมโมโห เย็นนั้นเราทะเลาะกันหนัก ผมคิดว่าน้ำว้าโกหก น้องไม่ฟังผมเลย


น้ำว้าร้องให้…


และผมที่ได้แต่กัดก้อนศักดิ์ศรีเอาไว้แน่น…

ผมไม่ได้ผิด...ผมมีสิทธิ์โมโหเธอ



เราไม่คุยกันสองสามอาทิตย์แล้ว ผมเงียบ น้องก็เงียบ เรากลับบ้านด้วยกันทุกวันแต่ไม่ได้คุยกันเลย บางทีผมก็อยากจะโยนมันทิ้งไปไอ้ก้อนความทนงที่ไม่ค่าอะไรเลย ผมลงมาเข้าห้องน้ำคิดว่าเย็นนี้ผมจะขอโทษน้องดีๆ แล้วซื้อช็อคโกแลตไปฝาก

“มึง...ได้น้ำว้าหรือยัง?”

“ยังว่ะ...เด็กมันระแวงต้องตะล่อม”

ผมนิ่งยั้งมือที่กำลังจะเปิดประตูออกไป...บทสนาเอ่ยถึงชื่อน้องผม พูดถึงส่วนเว้าส่วนโค้ง และการยำยีเธอด้วยความสนุกสนาน

“หมั่นไส้พี่มัน...แย่งสาวๆกูหมด”

แค่นี้เองเหรอ เหตุผลที่มายุ่งกับน้ำว้า...

“ถ้ารู้คงเดือดจัด หวงชิบหายขนาดนั้น”

“รู้แล้วยังไง? รู้แล้วน้องมันก็เป็นเมียอีกคนของกูไปแล้ว แต่น้องมันซื่อดี..ทำดีด้วยนิดหน่อยก็ตกได้แล้ว”

“ยิ่งพี่มันโง่ ทะเลาะกับน้องมันเองช่วงนี้ ยิ่งง่ายเลย”

ไอ้เวรสามตัวนั่นหัวเราะ ผมขบกราม ตัวผมรู้ดีว่าผมจะไม่ชนะถ้ามีเรื่องกัน ผมไม่ได้เก่งและพวกมันมีมากกว่า

แล้วยังไง?

ชีวิตของผมมีไม่กี่สิ่งที่ผมยอมให้ย่ำยีไม่ได้ น้ำว้าเป็นหนึ่งในนั้น ผมเปิดประตูออกไป ตะครุบตัวไอ้มาร์คให้ล้มและคร่อมทับตัวมัน เริ่มละเลงหมัดหนักๆที่หน้ามัน ไม่เป็นหรอกมวยอะไรนั่นก็แค่กำหมัดให้แน่นและเหวี่ยงออกไปสุดแรง
เพื่อนมันโวยวาย เตะเข้าที่ชายโครงผม เจ็บ แต่ผมไม่ได้หันไปป้องกันตัวเอง เป้าหมายของผมไม่ใช่เพื่อนมันแต่เป็นไอ้มาร์คที่พยายามยกการ์ดขึ้นกันใบหน้าตัวเองอยู่ตอนนี้

เสียงหมัดและเท้าดังขึ้น ผมเจ็บ มันเจ็บ แต่หัวใจผมเจ็บกว่า

“ มึงทำกู กูไม่ว่า” ผมเค้นคำพูดเหวี่ยงหมัดเข้าโหนกแก้มมัน

“แต่อย่าทำน้องกู อย่ามายุ่งกับน้องกู” น้องของผมไม่ควรจะเจอเรื่องโหดร้ายใดๆของโลกใบนี้

“ถ้ามึงทำ...กูสาบาน..กูจะฆ่ามึงด้วยมือกูเอง!” ไม่ควรจะพบเจอคนเลวๆ

“ไอ้กล้วย มึงปล่อยไอ้มาร์ค มึงบ้าไปแล้วเหรอวะ”

ไม่ควรจะถูกพวกระยำใช้ประโยชน์จากความซื่อตรงของเธอ

เพื่อนมันร้องตะโกน ผมสะบักสะบอมแต่ยังรัวหมัดใส่ไอ้มาร์คที่ดูท่าจะเจ็บจนร้องไม่ออก เสียงฝีเท้าหลายสิบคู่วิ่งตรงมาที่ห้องน้ำและอาจารย์ที่ปรึกษาห้องก็ปรากฏตัว

“หยุดเดี๋ยวนี้ นายนภัทร!”



ผมกลับบ้านก่อนน้องหมกตัวที่ห้อง ข่าวลือไปไวและพรุ่งนี้เช้าแม่คงต้องเข้าพบปกครอง ผมบอกแม่แล้วเหตุผลที่ทำไป ไม่ใช่เพราะความคึกคะนองแต่เป็นเพราะมันก้าวล้ำเส้นของผม

ผมไม่ทำใครก่อน…

และเหตุผลของผมหนักแน่นพอจะทำลงไป

แม่รู้ดี เลยทำเพียงหักค่าขนมไป….


ผมได้ยินเสียงเปิดประตู ก่อนหัวทุยสวยจะยื่นเข้ามา น้ำว้าเดินเข้ามาหาผมในมือมีถุงคุ้กกี้ที่ผมชอบ ทรุดลงนั่งข้างเตียงที่ผมนั่งอยู่
“เจ็บไหม?”
“....”
“เค้าเจ็บนะ”
เธอว่าวางถุงคุ้กกี้ไว้ตรงหน้าผม เรานั่งเงียบๆด้วยกัน เนิ่นนาน….
“ขอโทษ”
“อย่าทำอีกได้ไหม?”
“มันพูดไม่ดี..มันจะทำน้ำว้า” ผมสอดปากอารมณ์ยังคุกกรุ่นขึ้นลง
“แต่เธอเจ็บตัว…”
“...”
“เรามีกันแค่สามคนนะ....ถ้าเธอเป็นอะไรไปเค้ากับแม่จะอยู่ยังไง” ผมเงียบ คำว่ามีแค่สามคนทำให้ผมต้องคิดหนัก ผมทำอะไรพลาดไปหรือเปล่า...น้ำว้าขยับตัวเข้ามากอดผม แล้วสะอื้นให้

น้องเป็นคนร้องให้ยาก...แต่ตอนนี้เธอกอดผมร้องให้
มือเล็กๆลูบหลังผมปากก็พร่ำพูดขอโทษ กับเจ็บมากเลยใช่ไหม ผมกอดเธอแล้วเริ่มร้องให้ เรากอดกันด้วยความเศร้าปริมาณมากมายเท่ากับน้ำในมหาสมุทร….

เราต่างปกป้องกันและกันจนเจ็บไปหมด…

น้องไม่เคยพูดและผมที่ไม่เคยถาม…ความรู้สึกจริงๆของกันและกัน

ปิดบังทั้งหมดด้วยรอยยิ้ม...คาดหวังให้อีกฝ่ายไม่เห็นความเจ็บปวดในดวงตา

ทำไมมันถึงเป็นแบบนี้กันนะ…

ทำไม…


ผมยืนอยู่หน้าค่ายมวยจำได้ว่าเป็นของตาเพื่อนซักคนในห้อง แรงสะกิดที่ไหล่ทำให้ต้องหันไปมองงงๆ

“ไง สภาพแย่นะเรา”

“อืม..”

“มาทำไร?”

“มาสมัครเรียนมวย….”

ดอกไม้ดอกหนึ่งบานขึ้นบนโลก ไม่มีพิษภัยไม่มีหนามแหลม อ่อนโยนและสดใส ไม่ทำร้ายใคร แต่ผมต่าง จะทำตัวเป็นหนามแหลม คมที่สุดเท่าที่จะคมได้ เหลือบทุกพิษเท่าที่จะทำได้ เพื่อปกป้องเธอ

ผู้เป็นโลกทั้งใบของผม

____________________________________________________________
to...the girl out of question
แด่เด็กสาวผู้อยู่เหนือทุกข้อยกเว้น
SHARE

Comments