สุขสันต์วันคนโง่
ฉันมองภาพของเธอที่โผล่ขึ้นในฟีดเฟสบุ๊คของฉัน แล้วปัดผ่านไปอย่างช้า ๆ

มีความสุขก็ดีแล้วล่ะ
เปล่า... ฉันไม่ได้พูดออกไปเพื่อให้ดูเท่
และฉันก็ไม่ได้รักคุณมากพอที่จะเห็นคุณมีความสุขกับคนอื่น
ฉันแค่เห็นแก่ตัวมากเกินกว่าจะเห็นคุณมีความทุกข์
(คงเพราะความสุขของฉันมันดันกลายเป็น ‘การที่เห็นคุณมีความสุข’ แล้วกระมัง...)

[1] เมษายน
วันที่ฟีดหน้าเฟสบุ๊คของฉันปรากฏชื่อของคุณพร้อมผู้หญิงอีกคนอยู่บนนั้น
พร้อมกับสถานะ 'In a relationship' 

ตลกดีที่ [2] เดือนก่อนหน้านั้นคุณเพิ่งบอกว่า:
คุณไม่พร้อมจะพูดว่า 'รัก' ใคร

พนันได้เลยว่า
คุณไม่ได้ไม่พร้อมจะรักใคร
คุณก็แค่ไม่พร้อมจะรัก ‘ฉัน’

ตลกดีที่คุณปกปิดความสัมพันธ์ระหว่างเราไว้มาตลอด 
แต่กลับเปิดเผยเรื่องระหว่างคุณกับผู้หญิงคนนั้นได้อย่างไม่ตะขิดตะขวงใจ

ตลกดีที่ฉันรู้ได้ทันทีว่าเรื่องนี้ไม่ใช่แค่มุกในวันเอพริลฟูลส์ โดยไม่ต้องใช้สมองส่วนไหน

ฉันพูดเสมอว่าฉัน 'เสพติดความเหงา'
และเชื่อว่ามันเป็นสิ่งที่สามารถผูกโยงเรา

“ความเหงานี่น่ากลัวนะ...คุณว่าไหม?”
“ยังไง?”
“มันทำให้คนทำอะไรโดยคาดไม่ถึงได้เสมอเลย”
“เหมือนที่เธอมาคุยกับเราอะหรอ?”


ความคิดของฉันหยุดแล่นไปชั่วขณะจนกระทั่งเขาตัดสินใจทำลายความเงียบด้วยอีกหนึ่งคำถาม
“น่ากลัว แต่ก็ชอบหรอ?”

ฉันยิ้มบาง ๆ ก่อนที่จะตอบเขาออกไปว่า “ก็ไม่เคยเลือกที่จะชอบสักหน่อย...”

“เหตุผลที่น่ากลัวก็เพราะเราชอบมันได้ทั้ง ๆ ที่ยังรู้จักไม่ดีพอนี่แหละ”

“เคยเป็นไหม?”
นับตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมา,
ฉันปักใจเชื่อว่า ‘ความเหงา’
ขับเคลื่อนสิ่งที่คลับคล้ายคลับคลา ‘ความรัก’ ได้

• เริ่มต้นอย่างหนังรัก
จบลงอย่างโศกนาฏกรรม

พอนึกย้อนกลับไปแล้วน่าหัวร่อ—อยากกรอดูไหม ว่าตัวละครเอกเคยพูดอะไรไว้บ้าง?
“เรายังอยากเจอเธออยู่นะ”
“เราไม่รู้ว่าต้องรู้สึกยังไงเลย... ตอนที่เธอบอกว่าจะไม่รอเราแล้ว”
“แล้วไหนเธอบอกว่ารักเรา แล้วเธอจะทิ้งเราทำไม”
“เราไม่รู้จะหาคนแบบเธอได้จากที่ไหนอีก”
“ไม่รู้ดิ แค่รู้สึกว่าเรายังอยากมีเธอในชีวิตอยู่... เราต้องการเธอนะ

ฉันเพียงแค่ขอคำว่า ‘รัก’ ในยามที่ฉันสับสนกับความรู้สึกตัวเองอย่างที่สุด
เขาทำไม่ได้
เขาทำได้เพียงแค่ตอบว่าเขา ‘ต้องการ’ ฉัน

ต้องการมันเท่ากับรักงั้นหรือ? 
ฉันอยากรู้จริง ๆ ว่าครูคนไหนสอนเธอไว้ 

ระยะเวลาเกือบ [3] ปีที่เราใช้ไปด้วยกันทั้งหมดจางหายเหมือนความฝันเมื่อหลายชั่วโมงก่อน,

ยิ่งฉันพยายามจะรื้อฟื้นภาพเหล่านั้นมากเท่าไหร่
ก็ยิ่งไม่มีประโยชน์ 

ความสัมพันธ์ของเราจบลงในวันที่ [4] กุมภาพันธ์ 2559

ในขณะที่ภาพความฝันของเธอกับผู้หญิงคนนั้น
ยังคงชัดแจ้งในจิตสำนึกของฉันจนถึงทุกวันนี้

คุณจำหนังเรื่อง [5]00 Days Of Summer ที่ฉัันเคยเล่าให้ฟังได้ไหม?
.
.
People don’t realize this, but loneliness is underrated.
ฉันเห็นคุณค่าของความเหงาน้อยไป
จนคาดหวังว่าเรื่องระหว่างเราต้องถูกนิยามว่าเป็นความรักสินะ...

ขอบคุณที่ทำให้ฉันเข้าใจสักทีว่า:
สิ่งเดียวที่เรามีร่วมกันคือความไม่สมบูรณ์, 
เราจึงไม่อาจข้ามไปเป็นอะไรที่มากกว่านั้น

เขียนถึงคุณแล้วลบไป [6] ครั้ง
ส่วนครั้งที่ [7] ฉันลบไม่ลง 

เพราะอยากเก็บไว้อ่าน
ยามคิดถึง ‘ภาพฝัน’ เหล่านั้น

.

.

.
สุขสันต์วันคนโง่ — 
ในทุก ๆ วันที่ฉันเคยใช้ร่วมกับคุณ



SHARE
Writer
immerleiden
Amateur lover
I just happen to like music, films, books, and... YOU(s).

Comments