พ่อวาฬแม่ต้นไม้ลูกมนุษย์ : เกาะอนุบาล
ฉันไม่กล้าลืมตาเลย 

ตอนนี้ฉันตื่นนอนแล้วเพียงแต่ฉันไม่ได้ลืมตา เมื่อคืนฉันเจอเรื่องที่เป็นไปไม่ได้เจอกับวาฬยักษ์และต้นไม้พูดได้ 

ความรู้สึกในตอนนั้นเป็นความสับสนผสมกับความอบอุ่นที่ไม่เคยได้รับมาก่อนในชีวิต 

ถ้าฉันลืมตาขึ้นมาแล้วพบกับห้องนอนรวมในสถานเลี้ยงเด็กกำพร้า

ฉันอาจจะเสียดายโลกที่ได้พบเมื่อคืนนี้ แต่ถ้าฉันตื่นขึ้นมาพบกับคุณวาฬและคุณต้นไม้แล้ว...ฉันควรจะทำอย่างไรต่อ

ด้วยความสับสนและความกลัวของฉันทำให้ฉันไม่กล้าที่จะลืมตาขึ้นมา

วาฬ: ตื่นได้แล้วลูกเรากำลังจะถึงเกาะอนุบาลกันแล้ว
ต้นไม้: มากินข้าวเช้าก่อนไปเรียนด้วยนะ

...เสียงคุณวาฬและคุณต้นไม้นิ

ฉันดีใจที่ได้ยินเสียงทั้งสองนั้น 
ฉันค่อยๆลืมตาขึ้นมา 
เช่นเดียวกับเมื่อคืนภาพแรกที่ฉันได้เห็นหลังจากที่ลืมตาขึ้นมาคือ กิ่งก้านสาขาของคุณต้นไม้ที่คอยให้ร่มเงาแก่ฉัน

ต้นไม้: อรุณสวัสดิ์คนเก่งรีบลุกขึ้นเถิดนี้เป็นวันสำคัญของลูกนะ

ค่ะ...ฉันลุกขึ้นจากเตียงรากไม้ที่คุณต้นไม้สร้างให้

ต้นไม้ : ไปอาบน้ำก่อนเถิดแม่จะเตรียมข้าวเช้าให้

อาบน้ำแปลงฟันเป็นกิจวัตรประจำวันแสนน่าเบื่อที่จะไม่ทำก็ไม่ได้ 

เพราะฉันถูกสอนให้ทำทุกวัน 
วันใดที่ตั้งใจจะไม่ทำ ก็รับตัวเองไม่ได้ต้องเดินกลับมาทำย้อนหลังอยู่ดี

ฉันพบว่ามีบ่อน้ำเล็กๆ ถัดจากคุณต้นไม้น่าอายจังที่ต้องใช้ที่นี่อาบน้ำมันไม่มีประตูหรือกำแพงกันเลย ฉันต้องอาบน้ำกลางแจ้งสินะ

เมื่อฉันเสร็จจากกิจวัตรยามเช้า
มีเสื้อนักเรียนที่ถูกรีดไว้แขวนอยู่ที่กิ่งของคุณต้นไม้ ชุดนักเรียนชุดใหม่ทั้งสะอาดและดูเรียบร้อยมีข้อความถูกปักไว้ที่หน้าอกด้านขวา
ชื่อ ลูกวาฬ นามสกุลต้นไม้ 
นั้นชื่อฉันหรอ ?

รองเท้าไม้คู่ใหม่ที่มีรูปวาฬประดับอยู่ กล่องดินสอไม้รูปวาฬ กระเป๋าหนังสือรูปวาฬ และสารพัดของตกแต่งรูปวาฬที่ทำด้วยไม้ ........ เอิ่มนี่มันอะไรกัน

วาฬ: ชอบไหมลูกพ่อกับแม่เลือกเองกับมือเลยนะ

ทำไมต้องเป็นไม้รูปวาฬด้วยคะ

ต้นไม้: ก็พ่อเขาเป็นห่วงและเห่อลูกไงจ๊ะ 
เขากลัวว่าถ้าลูกเข้าโรงเรียนแล้วจะเหงา กลัวลูกจะร้องไห้งอแงที่จะต้องอยู่ห่างพ่อกับแม่ จึงเลือกของเป็นไม้ที่หมายถึงแม่และรูปวาฬที่เมื่อมองเมื่อไรก็จะเห็นพ่อ 

ลูกจะมีพ่อและแม่คอยเป็นกำลังใจ ข้างๆไม่ห่างเสมอ

วาฬ: ไม่ใช่นะคุณ ผมแค่กลัวว่าจะมีเด็กผู้ชายมาเข้าหาลูกสาวเรา จึงใช้รูปผมที่ดูใหญ่โตและโหดร้ายคอยขู่พวกนั้นต่างหาก

ต้นไม้: จ้าาาา~ พ่อหน้าดุหวงลูกสาว...

ฉันรู้สึกอบอุ่นไปทั้งหัวใจ
ตอนนี้เหมือนฉันอยู่ในฤดูหนาว
กำลังนั่งอยู่ข้างๆเตาผิงที่มีผู้ชายร่างสูงคอยใส่ฟืนให้ มีผู้หญิงใจดีเอาผ้าห่มมาห่มให้กับฉัน 

ไม่ว่าพายุหิมะข้างนอกจะหนาวแค่ไหน ก็ไม่สามารถลดไออุ่นตอนนี้ได้เลย 
ที่เป็นฤดูหนาวก็เพราะว่ายิ่งหนาวเท่าไร
ไออุ่นที่ได้ก็ยิ่งรู้สึกมากขึ้นเท่านั้น

ไม่มีสิ่งใดจะมาลบล้างไออุ่นนี้ได้ 
นี่สินะคือความอบอุ่นของครอบครัว

หลังจากนั้นฉันสวมชุดที่พวกเขาเตรียมไว้ให้ แล้วกินอาหารเช้าจนเสร็จ

สถานที่ข้างหน้าที่คุณวาฬว่ายไปนั้นคือเกาะเล็กๆ เกราะหนึ่ง

ฉันตื่นเต้นมากๆกับเกาะที่จะถึงนี้ ยิ่งเห็นมันชัดขึ้นเท่าไร ใจก็ยิ่งเต้นแรงขึ้นเท่านั้น

เมื่อมาถึงที่เกาะฉันได้พบกับผู้หญิงคนหนึ่งเธอเดินเข้ามาหาฉัน เธอยิ้มให้กับฉัน แล้วทักทายคุณวาฬกับคุณต้นไม้ 

เธอบอกว่าเธอเป็นครูที่เกาะอนุบาล
เธอเป็นมนุษย์คนแรกที่ฉันได้เจอตั้งแต่มาที่โลกแปลกๆนี้

เธอพูดว่า
คุณครู: สวัสดีคุณพ่อคุณแม่สิหนู......วันนี้คุณครูจะดูแลหนูเองนะ

ฉันดีใจที่คุณครูบอกว่าคุณวาฬและคุณต้นไม้เป็นพ่อและแม่ของฉัน
ฉันไหว้สวัสดีตามที่คุณครูสั่ง

จากนั้นเธอจูงมือฉันเดินเข้าไปที่เกาะ 
ฉันกำลังเดินห่างจากคุณวาฬและคุณต้นไม้ไปเรื่อยๆ 

รู้สึกใจหายที่ต้องห่างกับคุณวาฬและคุณต้นไม้กลัวว่าพวกเขาจะหายไปตลอดกาล

ฉันมาถึงห้องเรียนกลางเกราะอนุบาลแห่งนี้
มีเด็กๆอยู่มากทั้งคุณกระต่าย เต่า สุนัข แมว หนู สิงโต และสัตว์ชนิดอื่นๆอีกมากมาย

คุณครูบอกว่าพวกเราทุกคนในที่นี้เป็นเพื่อนกันทั้งหมด
ว้าววว...... ฉันมีเพื่อนมากมายขนาดนี้เลย 

คุณครูให้พวกเราแนะนำตัวเองสั่นๆ
มันไม่สามารถทำให้พวกเรารู้จักกันได้มากขึ้นแต่อย่างน้อยก็ได้รู้ว่าพวกเขาชื่ออะไร

เราเริ่มวิชาเรียนแรกคือวิชาศิลปะ 
ฉันมั่นใจมากกับวิชานี้ฉันวาดรูปสุดฝีมือในขณะที่ฉันกำลังมองไปที่สัตว์ชนิดอื่นๆ สิงโตคาบดินสอวาดไม่เป็นรูปเป็นร่าง กระต่างกำลังแทะกัดกินดินสอ สุนัขที่ขอให้แมวขว้างดินสอให้เพื่อที่จะได้วิ่งไปคาบกลับมา

คุณครูเข้าไปสอนและบังคับให้ใช้มือข้างขวาเขียน เธอให้สัตว์ทุกๆตัวทำเหมือนๆกันทั้งที่ร่างกายของสัตว์แต่ละชนิดนั้นต่างกัน 

โดยคุณครูบอกว่านี้เป็นวิธีที่ถูกต้องที่สุดสำหรับการเขียน พวกเราที่ไม่ได้อยู่กับผู้ปกครองไม่มีสิทธิเลือกอะไร ไม่สามารถงอแงหรือเรียกร้องให้ใครช่วยได้ 
มันให้ความรู้สึกอึดอัดต่างจากที่ฉันเคยฝันไว้จริงๆ 

เมื่อเสร็จจากวิชาวาดภาพ
วิชาต่อมาคือร้องเพลงฉันมั่นใจว่าฉันทำได้ สัตว์อื่นๆที่มีเสียงไพเราะนกและแมวก็ทำได้แต่สัตว์บางชนิดก็ทำไม่ได้และแทบไม่มีเสียงเลย 

คุณครูจึงสร้างตัวโน๊ตและบันไดเสียงขึ้นมาบอกว่าเสียงที่นอกเหนือจากนี้เป็นเสียงที่เพี้ยน 

เธอบังคับให้ร้องตามบันไดเสียงเท่านั้นในขณะที่สัตว์บางชนิดไม่มีเสียงด้วยซ้ำ
 
พวกเรากำลังถูกฝึกสอนให้เป็นอะไรสักอย่างที่มีความสามารถตามเป้าของครู
ตัดทุกความสามารถที่ไม่ตรงกับหลักสูตรทิ้งไป ความสามารถในการดมกลิ่นของสุนัข ความสามารถอ้อนของแมว การรอดตัวผ่านที่เล็กๆของหนู ไม่ใช่สิ่งที่ต้องใช้บนเกาะนี้ เรากำลังถูกบีบทำให้เป็นสิ่งเดียวกันนั้นคือ จงเป็นมนุษย์

จบการเรียนอนุบาลในวันแรก แม้วิชาเรียนจะไม่ได้ยากเกินความสามารถของฉัน เพราะว่าฉันเป็นมนุษย์อยู่แล้ว ฉันสามารถทำได้ตามที่ครูสั่งทุกอย่าง

เลิกเรียนแล้วฉันยืนรอคุณวาฬที่ชายหาดในใจก็หวาดหวั่นคิดไปต่างๆนาๆ

คิดไปว่าเขาคงจะทิ้งฉัน
เหมือนพ่อแม่ที่แท้จริงของฉัน
เขาคงจะไม่มารับหรอก
เพราะฉันไม่ได้สำคัญกับเขา

แต่ไม่นานนักฉันก็เห็นต้นไม้ต้นใหญ่ที่กำลังเข้ามาใกล้ๆ ฉันรู้ได้ทันทีว่า
พวกเขามาแล้ว

คุณวาฬกำลังว่ายเข้ามาที่ฝั่ง
ฉันดีใจมากๆ ดีใจมากที่สุดในชีวิต

วิ่งออกจากชายหาดเข้าสู่ทะเล
ตะโกนเรียกพวกเขาทั้งสองด้วยความคิดถึง

จากชื่อมันกลายเป็นคำที่ต่างจากครั้งแรกที่ฉันเรียกพวกเขา “พ่อ แม่” หนูอยู่ทางนี้
ไม่นานเขาก็ว่ายมารับฉันและออกจากชายหาดนี้ไป

ฉันที่แอบสำคัญตัวเองเป็นลูก เผลอเรียกพวกเขาทั้งสองว่าเป็นพ่อและแม่รู้สึกเขินอายจากการกระทำเมื่อครู่และอยากจะขอโทษ แต่คุณวาฬก็พูดขึ้นมาว่า

วาฬ: ดีใจจริงๆที่เรียกว่าพ่อแล้ว
ต้นไม้: ฉันก็เหมือนกันค่ะคุณ

ฉันดีใจที่พวกเขาชอบให้ฉันเรียกว่าพ่อและแม่ 
ฉันขออนุญาติพวกเขาอย่างกล้าๆกลัวๆ

หนู...ขอเรียกพ่อแม่ 
ต่อไปแบบนี้ได้ไหมคะ


วาฬ ต้นไม้ : ได้สิลูก

ฉันเล่าเรื่องเรียนและความรู้สึกในวันนี้ให้พวกเขาฟัง พวกเขาให้คำแนะนำและบอกว่า

การเรียนที่ลูกใฝ่หานั้น
เป็นของที่มนุษย์สร้างขึ้น 
มันเป็นการสร้างมนุษย์ให้เป็นมนุษย์
(ตามแบบที่เขาต้องการ)
รูปแบบการศึกษายิ่งนานวันเข้าก็ยิ่งคงเดิมและตายตัว มันถูกจำกัดอิสระภาพทางความคิด ต่างจากมนุษย์สมัยอดีตที่มีความเป็นตัวเองสูงกว่านี้ 
มีคนที่ถูกเรียกว่าอัจฉริยะเกิดขึ้นมากมาย

ตอนนี้ไม่ว่าจะเป็นเด็กที่มีความสามารถแบบไหนก็จะถูกกรอบบังคับให้เขามาในมาตรฐานแบบเดิม 

ลูกจงดูด้วยตาเถิด ว่าสิ่งนี้มันจะเป็นอย่างไรต่อไป พ่ออยากให้ลูกมองในมุมที่กว้างออกมาแบบนี้
ลูกจะเห็นอะไรที่มากกว่า

คำสอนของพ่อวาฬนั้นเข้าใจยากและฉันเองก็ยังไม่ค่อยเข้าใจในตอนนี้ 

ฉันรู้เพียงแต่ว่าวันนี้ฉันอยากนอน 
ฉันอยากอ้อนพวกเขาให้เต็มที่และให้พวกเขาบอกฝันดีฉัน 

ราตรีนี้ผ่านพ้นไปเป็นเช้าวันต่อมาที่กิจวัตรยามเช้ายังคงเหมือนเดิม 
พวกเขามาส่งฉันที่เกาะเดิม

แต่สิ่งที่ต่างไปคือเพื่อนๆของฉันบางคนเริ่มมีรูปร่างเปลี่ยนไป แขนขาที่ถูกฝึกด้วยแบบทดสอบของมนุษย์ทำให้ พวกเขามีลักษณะคล้ายมนุษย์มากขึ้นทุกที
EP.ต่อไป พ่อวาฬ แม่ต้นไม้ ลูกมนุษย์ : ก่อนเข้าเกาะประถม


SHARE
Written in this book
พ่อวาฬ แม่ต้นไม้ ลูกมนุษย์
นิทานเรื่องยาวที่สุด ... ที่แต่งให้เธอ
Writer
Suyzeiy
ขอให้โชคดี
คนธรรมดามานั่งแต่งนิทาน (นิทานที่ไม่มีคนอ่าน)

Comments