เมื่อฉันโดนหมาบางแก้วกัดจนเลือดสาด
       
       ห่างหายจากการอัปบล๊อกไปนาน สาเหตุที่หายไปก็ตามชื่อโพสเลยค่ะ ฉันไปโดนสุนัขพันธ์ุ "บางแก้ว" กัดมาจนต้องเย็บแผลแถมด้วมด้วยการล้างแผลวันเว้นวัน แล้วยังรวมถึงการฉีดยาอีกเป็นสิบๆเข็มค่ะ บอกตามตรงว่าเข็ดจนตาย เห็นว่าเรื่องที่โดนหมากัดเป็นอุทาหรณ์ที่ดีสำหรับคนที่ถูกหมาหรือแมวกัด/ข่วนว่าควรต้องปฏิบัติตัวยังไง และอยากให้ความรู้แก่คนที่ยังเข้าใจผิดว่าถ้า
หากโดนหมาหรือแมวกัด/ข่วนเป็นแผลเล็กๆแค่ใส่ยาล้างแผลก็พอแล้ว ไม่ต้องไปพบแพทย์ ความเข้าใจนี้ผิดหมันต์และเสี่ยงอันตรายถึงชีวิตได้นะจ้ะ อยากให้คุณมาลองฟังเรื่องของป้าว่าป้าผ่านอะไรมาบ้างในช่วงสิบกว่าวันที่ผ่านมา รับรองว่าอ่านจนจบแล้วคุณจะได้ความรู้และความเข้าใจเรื่อง "โรคพิษสุนัขบ้า" และจะเปลี่ยนความคิดของคุณต่อโรคนี้ไปเลย

ฝากรอยเขี้ยวเอาไว้

         เมื่อวันที่ 8 มีนาคมที่ผ่านมา (จำได้แม่นมาก)ฉันไปทำธุระให้แม่ที่ศรีราชา สถานที่ๆไปมีสภาพเป็นไร่ที่มีต้นไม้ขึ้นค่อนข้างรก ทำให้ต้องสวมรองเท้าบูธกันกิ่งไม้มาบาดขาเอา ไร่ที่ติดกันเจ้าของเค้าเลี้ยงว้วไว้หลายตัว เค้าจึงเอาสุนัขพันธ์ุบางแก้วมาเลี้ยงไว้ช่วยเฝ้าวัว เพราะมันขึ้นชื่อ
เรื่องความดุและความหวงอาณาเขต
        เจ้าของสุนัขเค้าล่ามโซ่สุนัขเค้าไว้กับต้นไม้ข้างๆไร่ฉันเพื่อกันไม่ให้มันวิ่งไปกัดคน ฉันเองก็
เข้าไปจัดการธุระในไร่กับคนงาน บังเอิญคนงานลืมมีดพร้าฟันกิ่งไม้ไว้ในรถ เลยอาสาไปหยิบมาให้ ตอนเดินมาที่รถต้องผ่านต้นไม้ที่ล่ามหมาเอาไว้ ความที่อากาศมันร้อนจัดเราก็รีบเดินให้ถึงรถ ไม่ทันระวังว่าเข้าใกล้ต้นไม้มากเกินไปแล้ว พอรู้ตัวอีกที่จะวิ่งออกมา อีบางแก้วตัวร้ายก็วิ่งมากัดขาเข้าให้แล้ว! ไอ้เรารีบก้าวถอยหลังออกมา เพราะมันวิ่งไม่ได้บูธมันหนัก ดีที่โซ่ที่ล่ามหมาไว้มันรั้งคอไอ้บางแก้วไว้อยู่ ไม่อย่างงั้นคงเกิดโศกนาฏกรรมแน่ๆ

        อันที่จริงฉันเองก็เดินห่างจากต้นไม้มาประมาณ 4-5 เมตรนะ แต่เจ้าของสุนัขเค้าปล่อยเชือกยาวไงมันถึงกระโจนมากัดได้ ตอนโดนกัดทีแรกคิดว่าไม่เข้าเพราะมันไม่รู้สึกเจ็บแค่รู้สึกชาๆ แต่พอไปดูที่แผลปรากฏว่าเป็นรอยเขี้ยวลึกประมาณ 1 เซนติเมตร กว้างซัก 3 เซนติเมตรได้ กางเกงขาดวิ่นไปเลย โดนกัดตรงข้อพับหลังเข่าซ้ายซึ่งเป็นเนื้อที่อ่อนคมเขี้ยวจึงเข้าลึก และมี
เลือดออกค่อนข้างมาก


        วินาทีนั้นป้าก็คิดว่าคงต้องรีบไปล้างแผลและไปหาหมอ เดินเข้าไปที่บ้านของเจ้าของสุนัขเพื่อถามทางไปคลีนิคหรือโรงพยาบาลใกล้ๆเพราะป้าไม่รู้ทาง เชื่อไหมว่าเจ้าของหมาเค้าไม่ยอมออกมาคุยกับป้า ปล่อยให้เมียตัวเองมายื่นเบตาดีนให้ป้าเอามาใส่แผล ป้าต้องตะโกนถามทางเค้าๆก็ตะโกนตอบจากในบ้านแต่ยังไม่ยอมออกมาเจอหน้ากัน คงกลัวว่าจะต้องรับผิดชอบ ซึ่งตอนนั้นบอกตามตรงว่าป้าไม่ได้คิดจะไปเรียกร้องค่าเสียหายอะไรจากเค้า เพราะเค้าก็ผูกสุนัขเค้าไว้แล้ว และตัวป้าเองก็มีประกันแต่แค่อยากจะถามทางแค่นั้นเอง จนสุดท้ายคนงานที่ป้าจ้างมาซึ่งเค้าเป็นคนในพื้นที่อาสาจะพาไปคลีนิคใกล้ๆให้ ป้าถึงได้สามารถเดินทางไปรักษาแผลตัวเองได้

        เมื่อไปถึงคลีนิคคุณหมอแนะนำให้ป้ารีบไปทำการรักษาแผลรวมทั้งฉีดวัคซีนป้องกันโรค

บาดทะยักและพิษสุนัขบ้าที่โรงพยาบาลสมเด็จณศรีราชาเพราะที่คลีนิคไม่มีวัคซีน แต่คุณหมอที่คลีนิคก็น่ารักมากสั่งให้พยาบาลช่วยล้างแผลให้ฉันก่อน ซึ่งมารู้ทีหลังว่ามันจำเป็นอย่างยิ่งที่เราต้องรีบล้างแผลทันทีที่โดนสุนัขกัด เพราะมันจะช่วยชะล้างเชื้อพิษสุนัขบ้าได้บางส่วนและลดการติดเชื้อของแผล ตอนที่ล้างแผลพยาบาลไม่ได้ฉีดยาชาให้ เป็นการล้างแผลสดๆ คุณเอ๋ย...เข้าใจความรู้สึกหมูโดนเชือดเลยว่าเป็นยังไง...คุณพยาบาลเค้าเอาสำลีชุบแอลกอฮอล์มาถูรอบๆปากแผลและบริเวณแผลถูตั้งหลายรอบเพราะแผลหมากัดมันสกปรกมาก คิดดูว่าเพิ่งโดนกัดและแผลก็กว้างและลึกขนาดนั้นจะเจ็บแค่ไหน เอาเป็นว่าร้องแหกปากลั่นคลีนิคเลย เจ็บจนลืมอาย... 

       พอล้างแผลเสร็จพยาบาลก็ใช้ผ้าก๊อซปิดแผลให้ คุณหมอใจดีไม่คิดค่าทำแผลฉันซักบาท
ทำให้ความรู้สึกดีในน้ำใจหมอกลบความรู้สึกแย่ต่อเจ้าของหมาจนมิดเลย อย่าน้อยก็ยังมีอะไรดีๆ

มาชดเชยกันนะ
 
       ฉันไปถึงแผนกฉุกเฉินของโรงพยาบาลสมเด็จณศรีราชาตอนประมาณ 10 โมงเช้า พยาบาลก็มาสอบถามอาการและมาทำประวัติให้ แต่กว่าจะได้รับการรักษาจริงๆคือตอนเที่ยง ต้องขอบคุณความโชคดีที่ได้ล้างแผลมาก่อน ไม่อย่างงั้นรอนานขนาดนั้นแผลมันก็อาจจะติดเชื้อได้ ที่เล่ามานี่ไม่ได้อยากจะต่อว่าโรงพยาบาลเพราะเป็นโรงพยาบาลของรัฐคนไข้เยอะเจ้าหน้าที่น้อยก็ต้องรอคิวเป็นธรรมดาแต่อยากเตือนคนที่โดนหมากัดว่าอย่าลืมล้างแผลห้ามเลือดก่อนไปโรงพยาบาล อะไรที่ทำเองได้ช่วยตัวเองได้ก็ทำไปก่อน ถ้าต้องรอหมอนานคุณจะได้ไม่ต้องกังวล

       พอถึงคิวของฉันพยาบาลก็ก็พาไปล้างแผลอีกรอบคราวนี้ไม่เจ็บเท่ารอบแรกเพราะเค้าฉีดยา
ชาให้ แต่การโดนฉีดยาชานี่ก็เจ็บแสบใช่เล่นเลย โดนฉีดยาชาไป 2 รอบรวมกันเกือบสิบเข็มรอบ
แรกสำหรับการล้างแผล รอบหลังสำหรับการเย็บแผล ปกติแผลที่โดนสุนัขกัดจะไม่เย็บเพราะ
แพทย์จะกล้วแผลอับเสี่ยงต่อการติดเชื้อ แต่เนื่องจากแผลของฉันมีขนาดใหญ่และกว้าง คุณหมอเลยเย็บให้หลวมๆกันแผลปริ 2 เข็ม นอกจากทำการล้างแผลและฉีดยาชาแล้ว ยังโดนฉีดวัคซีนป้องกันโรคบาดทะยัก 1 เข็ม (ปกติฉีด 3 เข็ม แต่ป้าเคยได้รับวัคซีนครบ 3 เข็มมาแล้ว ครั้งนี้จึงโดนฉีดเข็มเดียวเพื่อกระตุ้นภูมิ) ฉีดเซรุ่มป้องกันพิษสุนัขบ้า (อีกชื่อ คือ อิมมูโนโกลบูลิน ไม่ได้ฉีดให้ถูกคน จะฉีดให้คนไข้ตามคำวินิจฉัยของแพทย์เท่านั้น) และอย่างสุดท้ายคือฉีดวัคซีนป้องกันพิษสุนัขบ้าอีก 5 เข็ม โดยที่จะทำการทยอยฉีดให้ตามวันที่กำหนด แต่ที่สำคัญคือวัคซีนนี้ต้องฉีดให้ตรงวันไม่ควรเลื่อนและต้องฉีดให้ครบเพื่อให้วัคซีนมีประสิทธิภาพสูงสุดในการป้องกันโรค (หรือถ้าใครอยากจะเลื่อน ก็เสี่ยงต่อการเป็นโรคพิษสุนัขบ้ากันเอาเองนะจ้ะ)

        
 โรคพิษสุนัขบ้าถ้าหากผู้ป่วยมีอาการของโรคแสดงออกมาเมื่อไหร่ ผู้ป่วยจะต้องเสียชีวิตในที่สุด เพราะโรคนี้ถ้าเป็นขึ้นมาไม่มีทางรักษามีแต่การป้องกันด้วยการฉีดวัคซีนเท่านั้น

       หลังจากฉีดวัคซีนแล้วฉันยังต้องไปล้างแผลที่โรงพาบาลทุกวันใน 4 วันแรก หลังจากนั้นล้างวันเว้นวัน ระหว่างนี้ก็อาบน้ำไม่ได้ต้องเช็ดตัวเอาเพราะแผลห้ามโดนน้ำ ทำแบบนี้จนกว่าแผล
จะแห้งหายสนิทดีตัดไหมได้ซึ่งก็คือวันนี้ กินเวลากว่าที่แผลจะหาย 12 วัน 

       จะเห็นได้ว่าการรักษาผู้ที่ถูกสุนัขกัดเป็นเรื่องใหญ่ เพราะผู้ป่วยมีความเสี่ยงสูงที่จะเสียชีวิตได้
ทั้งจากโรคบาดทะยัก โรคพิษสุนัขบ้า โดยเฉพาะโรคพิษสุนัขบ้าถ้าหากผู้ป่วยมีอาการของโรคแสดงออกมาเมื่อไหร่ ผู้ป่วยจะต้องเสียชีวิตในที่สุด เพราะโรคนี้ถ้าเป็นขึ้นมาไม่มีทางรักษามีแต่การป้องกันด้วยการฉีดวัคซีนเท่านั้น ดังนั้นจึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่เราต้องทำความเข้าใจโรคพิษสุนัขบ้าและหาทางป้องกัน ก่อนที่จะสายเกินแก้

***หมายเหตุ เรือ่งนี้เคยลงใน blogger.com ตัดเนื้อหาบางส่วนออกเพื่อความกระชับของเรื่อง
    Photo by Dicky Jiang on Unsplash







 
SHARE
Writer
Giant_kook
Writer
ชอบอ่าน แต่เพิ่งจะเริ่มต้นเขียนและพบว่าชอบเขียนเหมือนกัน เขียนทุกอย่างที่อยากเขียน ช่วย comment ด้วยนะคะ จะเอาไว้ปรับปรุง

Comments