INTO STEP #อายูจิน2 [Yujin x Wonyoung] - 7
.
.
.
.
.
7.30AM.

Knock Knock Knock

เสียงเคาะประตูทำให้ร่างเล็กที่อยู่ในภวังค์ความฝันต้องสะดุ้งตื่น คิ้วบางถูกย่นจนเกือบชิดติดกัน มือเล็กควานหาเจ้าโทรศัพท์ของตัวเอง อืมม เมื่อคืนเอาไปไว้ไหนนะ

Knock Knock Knock

เสียงเคาะประตูดังอีกครั้งทำให้เจ้าของห้องต้องยันตัวเองลุกขึ้น แล้วพาร่างเดินเหมือนคนไม่มีแรง ด้วยอาการงัวเงีย มือเล็กดึงประตูเปิดออก ตาเล็กเบิกกว้างเมื่อเห็นคนที่อยู่หน้าห้อง

อี แชยอน ผู้จัดการโรงแรมที่เธอพักอยู่ วันนี้เขาแต่งตัวดูสบายๆ เสื้อยืดตัวใหญ่หน่อย กับกางเกงยีนส์สีซีด รองเท้าผ้าใบ พร้อมหมวกสีขาว แต่ตอนนี้เหมือนเธอจะอารมณ์ไม่ดีที่เห็นเจ้าของห้องยังอยู่ในสภาพไม่พร้อมออกไปไหน

“นี่ยังไม่ตื่นอีกหรอ เรานัดกันไว้ จะเทหรอ”
คนแก่กว่าโวยเบาๆ คิ้วขมวดมุ่น พร้อมถอนหายใจยาวอย่างหน่ายๆ เขาอุตสาห์ตื่นแต่เช้า โทรสั่งคนของตัวเองให้เตรียมรถ เรือ ที่พัก อาหารให้พร้อม

“อ่า ก็นาฬิกามันไม่ปลุกอ่า ซาจังขอโทษค่ะ เข้ามารอข้างในก่อนน๊าา”
มือเล็กดึงแขนอีกคนให้เข้ามารอในห้อง ไม่มีท่าทีฉุนเฉียวกลับเหมือนอย่างทุกครั้ง

สงสัยจะอยากไปจริงๆ

คนแก่กว่าเลิกคิ้ว แปลกใจกับท่าทีเจ้าของห้องแต่ก็ไม่ได้สนใจอะไร เดินตามไปนั่งรอในห้องอย่างว่าง่าย

วันนี้เขาใช้วันลาพักร้อน ลาวันเดียวกับเจ้าเพื่อนตัวดีเนี้ยแหละ เพราะเหลือวันลาอีกเยอะ ปีที่แล้วทั้งคู่แทบไม่ได้ใช้เลย ปีนี้ทุกอย่างลงตัวแล้วเลยลาได้อย่างสบายใจ

ผู้จัดการสาวถือวิสาสะหยิบหนังสือที่วางอยู่บนโซฟาเปิดดู ดูเผินๆมันก็คือหนังสือเรียนปกติ แต่ข้างสอดแทรกด้วยกระดาษที่มีรูปวาดหลายแผ่นเสียบอยู่

เขาค่อยๆดูรูปไปเรื่อย นึกชื่นชมเด็กสาวอยู่ในใจ เธอน่ะวาดรูปเก่งอยู่นะ แต่ส่วนใหญ่จะวาดรูปคน รูปเด็กผู้หญิงตัวเล็กๆผมสั้น ถ้าให้เขาเดา เธอคงวาดตัวเธอเอง คนตัวสูงที่คอยอุ้ม หรือให้เด็กผู้หญิงขี่คอคงเป็นคุณพ่อของเธอ ส่วนเด็กผู้หญิงตัวโตกว่าคงเป็นเพื่อนสนิทของเขานั่นเอง

“ใครให้ดูอ่ะ”
เด็กสาวอาบน้ำเสร็จ ออกมาพร้อมชุดคลุมอาบน้ำ และผ้าเช็ดตัวพันไว้บนหัว พอเห็นอีกคนที่รออยู่กำลังเปิดดูรูปวาดของเธอ จึงรีบเข้าไปแย่งเอาหนังสือของเธอคืน อีกคนตกใจรีบยกออกหนีทำให้ร่างเล็กถลาเข้ามาอยู่ที่อกของเขาแทน

“เอ่อ ขอโทษ ไม่ได้ตั้งใจจะดู แต่พอเห็นแล้วมันน่ารักดี”
คนแก่กว่าเอ่ยขอโทษรู้ว่าที่ทำอยู่มันเสียมารยาท แต่ก็บอกเหตุผลของเขาไป คนตัวเล็กบุ้ยปากดึงหนังสือของตัวเองคืนแล้วพยายามจะลุกขึ้น

มือของแชยอนที่โอบรอบเอวของเด็กสาวค่อยขยับดันตัวเธอให้ลุกขึ้นได้ถนัด กลิ่มหอมอ่อนๆจากครีมอาบน้ำทำให้เขาเผลอสูดดม ก่อนจะรีบหันหน้าหนีกลัวอีกคนจะรู้ตัว

“นิสัยไม่ดีเลยนะคะ”

“ก็ขอโทษไง รีบไปแต่งตัวเถอะ สภาพแบบนี้มันไม่ได้น่าดูหรอกนะ”
แชยอนเบือนหน้าหนีไปอีกทางจนคนที่ยืนอยู่หมั่นไส้ เธอเบะปากแล้วเดินไปแต่งตัว
.
.
.
.
.
.
.
.
.
เช้านี้ยูจินตื่นแต่เช้าออก ทางศูนย์รถให้เอารถสำรองมาให้ใช้ระหว่างรอซ่อม เขาจึงขับเจ้ารถคันใหม่ไปซื้อของสดที่ซูเปอร์มาเก็ต เขากลับมาพร้อมของมากมายทั้งมันฝรั่งทอด เบียร์ หรือขนมปังที่เขามักจะกินแทบจะเป็นอาหารหลัก และไม่ลืมซื้อของสดที่พอสำหรับทำอาหารทั้งสัปดาห์ และที่สำคัญน้ำผลไม้กับนมมาเก็บไว้ในตู้เย็น เพราะคนบางคนที่ชอบดื่มน้ำผลไม้หลังทานอาหารเช้าทุกวัน

หลังจากกลับมาซูเปอร์ร่างโปร่งเก็บของเข้าตู้เย็น หยิบผ้ากันเปื้อนมาสวม เขาไม่ได้เข้าครัวทำอาหารมานานมากแล้ว ปกติแค่กาแฟกับขนมปังปิ้งก็พอ แต่ตั้งแต่วันนี้คงต้องทำแล้วล่ะ

ก็..ก็หลานสาวจะมาอยู่ด้วยนิเนอะ

มือเรียวหยิบวัตถุดิบมาล้างทำความสะอาด ก่อนจะจัดการทำเมนูที่ตั้งใจ วันนี้คงเป็นเมนูง่ายๆ ข้าวผัดกิมจิใส่แฮมกับไก่ทอดก็น่าจะพอ

หลังจากทำอาหารเสร็จเรียบร้อยถัดไปก็เหลือแต่ปลุกคนนอนตื่นสายมาทาน ร่างโปร่งถอดผ้ากันเปื้อนแขวนไว้ในที่ที่มันควรอยู่ ล้างมือให้เรียบร้อย เดินขึ้นไปชั้นบน เขาลังเลว่าควรจะเคาะดีมั๊ย ไม่รู้ว่าอีกคนจะตื่นหรือยัง ถ้าเคาะแล้วทำอีกคนตื่นเขาจะต้องทำหน้ายังไง พูดยังไง

สุดท้ายก็ตัดสินใจไม่เคาะดีกว่า มือเรียวค่อยๆบิดลูกบิดประตูดันออกช้ากลัวเสียงประตูจะดังปลุกคนในห้อง พอโผล่หัวเข้าไปก็ต้องเป่าปากถอนหายใจ

ฟู่ววว ยังหลับอยู่

ร่างโปรแทรกตัวเข้าไปในห้อง ค่อยๆดันประตูปิดเบาๆ แล้วเดินมาอยู่ที่ปลายเตียง ดวงตาที่หลับเผยให้เห็นรอยบวมช้ำเล็กน้อย น่าจะเกิดจากการร้องไห้หนักเมื่อคืน ร่างโปร่งเม้มปาก ชั่งใจ ก่อนจะบอกกับตัวเอง ก็วันนี้จะใจดีกับเธอไง

มือเรียวเกลี่ยเส้นผมที่ปรกหน้าของคนที่นอนหลับอยู่ ก่อนจะหยุดอยู่ที่พวงแก้มใส เขาใช้นิ้วโปร่งไล้เบาที่แก้มของเธอ

“วอนยอง...วอนยองตื่นได้แล้ว”
เด็กสาวลืมตาขึ้น ใบหน้าเรียบเฉย จ้องมองเขานิ่งๆ จนทำให้อีกคนรู้สึกประหม่า ไม่นานเธอก็หลับตาอีกครั้ง เพียงครู่หนึ่งเธอก็ลืมตาขึ้นมาใหม่ จ้องมองเขา

“คนใจร้าย”
คำพูดเบาๆของเด็กสาวพร้อมน้ำตาไหลออกมาอีกครั้ง ทำให้คนที่ยืนมองอยู่ตกใจ รีบทรุดตัวนั่งลงที่เตียงข้างๆเธอ

“ร้องไห้ทำไม”
เขาเอ่ยถามเบาๆ ทั้งๆที่รู้อยู่แล้วว่าตัวเองคือสาเหตุ

“อาไล่นยองแล้วจะพากลับมาทำไม”
ร่างโปร่งเม้มปากแน่น ถึงบอกว่าจะใจดี แต่ไม่ได้หมายความว่าจะใจอ่อนเสียหน่อย

“ลุกไปอาบน้ำจะได้ลงทานข้าวเถอะ แล้วเราค่อยคุยกัน”
คำพูดที่ดูอ่อนโยนกว่าเมื่อวานหลายเท่าตัวทำให้หัวใจที่บอบช้ำของเด็กสาวรู้สึกชุ่มชื่นขึ้นมาบ้าง
.
.
.
.
.
.
.
ร่างบางลงมาข้างล่างหลังจากอาบน้ำแต่งตัวเสร็จเรียบร้อย วันนี้เธอแต่งตัวสบายๆ รวบผมขึ้นมัดมันไว้อย่างลวกๆ

ตาบวมๆของเธอทำให้เจ้าตัวนึกเซง ก็เธอไม่สวย ไม่มั่นใจเอาเสียเลย เดินพาร่างตัวเองมาถึงโต๊ะอาหารที่มีเจ้าของบ้านนั่งอยู่ เขากำลังอ่านหนังสือเล่มเล็ก เขาสวมแว่นด้วยงั้นหรือ?? ดูแปลกตาเหมือนกัน แต่ก็ยังดูดีอยู่ดี

ร่างโปร่งรู้สึกได้ถึงคนที่เพิ่งเดินมา เขาหยุดอ่านหนังสือวางมันลงที่โต๊ะอาหาร เงยหน้ามาสนใจคนที่เพิ่งมา

“นั่งสิ อาหารจะเย็นแล้ว เดี๋ยวไม่อร่อยนะ”
คำพูดแสนธรรมดากับใบหน้าเรียบเฉย ไม่ทำให้อีกคนรู้สึกประหม่าเลยสักนิด เพราะเธอรู้ว่าเขาไม่ได้ใจร้ายเหมือนเมื่อวานแล้ว

เธอเดินไปนั่ง กวาดสายตามองอาหารตรงหน้า เผยรอยยิ้มออกมาโดยไม่รู้ตัว ก็ทั้งโต๊ะมีแต่สิ่งที่เธอชอบ และยังมีน้ำผลไม้วางไว้อีก เขายังจำสิ่งเหล่านี้ได้

ใจเย็น จางวอนยอง เขาแค่รู้สึกผิดเรื่องเมื่อวาน

ร่างบางแอบมองคนตรงหน้าที่เริ่มตักอาหารเข้าปาก เคี้ยวแก้มตุ่ย เธอยิ้มก่อนจะลงมือจัดการอาหารตรงหน้า ยูจินทำทีไม่สนใจคนตรงหน้าที่ตักข้าวเข้าปาก ตักแล้วตักอีก จนเขานึกในใจกลัวจะติดคอเอา มือเล็กๆขยันตักนู้นนี้เข้าปาก อยากจะดุ ให้ค่อยๆกิน แต่ไม่จะดีกว่า เดี๋ยวร้องไห้ขึ้นมาเขาคงทำอะไรไม่ถูก

“ขอบคุณนะคะ อร่อยทุกอย่างเลย”
ไม่นานร่างบางก็จัดการอาหารตรงหน้าจนหมด รวมถึงไก่ทอดที่อยู่กลางโต๊ะด้วย มือเล็กคว้าแก้วน้ำผลไม้ยกขึ้นดื่ม

“อิ่มแล้วใช่ไหม”
เขายกมือขึ้นมาประสานตรงหน้า ท่าทีจริงจังทำให้อีกคนตรงหน้ากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ร่างบางพยักหน้าน้อยๆ เขาจะเริ่มคุยเรื่องของเธอแล้วสินะ

“เรื่องเมื่อวานขอโทษที่พูดไม่ดี ไล่เธอออกไปทั้งที่เธอไม่มีที่ไป”
เขาจ้องมองเธอผ่านแว่นตากลม ท่าทางจริงจังแบบนั้น เหมือนแต่ก่อนเวลาเขาดุเธอตอนที่เธอเอาแต่ใจ

“อาใจร้ายกับนยองมากเลยนะคะ”
วอนยองใช้คำพูดเหมือนเดิมที่เคยพูดกับเขา

“เอาเป็นว่า ชั้นจะไม่ไล่แล้วกัน เธอก็อยู่ที่นี่จนกว่าจะจัดการเรื่องของเธอเสร็จอยากให้ช่วยอะไรก็บอก”
ร่างบางนั่งนิ่ง อยากจะกระโดดดีใจ นี่มันสัญญาณที่ดีมากๆ อย่างน้อยๆก็ได้อยู่ร่วมชายคากับเขา

“เดี๋ยวเย็นนี้ซาจังก็จะย้ายเข้ามาอยู่ด้วย ตอนชั้นไปทำงานก็อยู่กับซาจังไปแล้วกัน”
เขาพูดจบก็หยิบเอาหนังสือเล่มเดิมมาถือไว้ เดี๋ยวคงจะไปแล้วสินะ เด็กสาวก้มหน้า จะทำยังไงต่อไปดีนะ ยิ่งถ้าหลานสาวเขามาอยู่ด้วยก็ไม่มีโอกาสอยู่ดี นึกแล้วเจ็บใจตัวเองชะมัด ถ้าตอนนั้นเธอไม่ห่วงฐิทิคงไม่เป็นแบบนี้

ร่างบางเม้มปากแน่น สะกัดกั้นความรู้สึกตัวเอง น้ำตาค่อยๆซึมออกมา ร่างโปร่งเลิกคิ้ว ทำตัวไม่ถูกนี่เขาทำอะไรให้เธอร้องไห้อีก

“ร้องไห้ทำไม”

“นยองโกรธตัวเอง นยองไม่ชอบตัวเองเมื่อก่อน นยองไม่อยากให้อาออกไปจากชีวิตนยอง”
ร่างบางพูดเสียงสั่นเครือ ร่างโปร่งพ่นลมออกมาเบาๆ

“คิดว่าคำพูดแค่นี้จะทำให้ความรู้สึกแย่ๆมันหายไปหรอ จะมาไม้ไหนอีก”
เขาเผลอโพล่งไปอย่างไม่ทันคิด แต่ก็นั่นคือความคิดของเขาจริงๆ เธอทำให้เขาสับสน ตอนนี้ในหัวมันตีกันไปหมด ยิ่งเขาตวาดออกไป อีกคนยิ่งร้องไห้สะอึกสะอื้นจนตัวโยน ร่างโปร่งนั่งนิ่งมองดูอีกคนร้องไห้หนัก ใจนึงก็อยากดึงมากอด อีกใจก็กลัวจะกลับไปเป็นเหมือนเดิม

“โอเค..หยุดร้องไห้ได้แล้ว เรามาคุยกันดีๆ”
ร่างบางพยายามเช็ดน้ำตา ตัวยังคงสั่นเพราะแรงสะอึกสะอื้นที่ไม่สามารถควบคุมได้

“เธอรู้สึกผิดจริงๆ?”
ร่างบางพยักหน้าถี่ๆ นัยน์ตาเศร้าแต่ไม่เหมือนคนโกหก จะคิดซะว่าพูดความจริงแล้วกัน

“แล้วเธอต้องการอะไร ให้ชั้นยกโทษให้?”
คนฟังพยักหน้าถี่ๆอีกครั้ง แต่จู่ๆก็หยุดกึก แล้วส่ายหน้าน้อยๆ คนพูดเลิกคิ้ว อะไรของเธอ เมื่อกี้ยังพยักหน้า

“ยกโทษแล้วกลับมาอยู่กับนยองเหมือนเดิมได้ไหม”
เด็กสาวจ้องมองเข้าไปนัยน์ตาของเขา อันตราย แบบนี้อันตรายกับใจของเขา ร่างโปร่งกระแอมเล็กน้อยก่อนจะจ้องตาตอบด้วยสายตาแข็งกร้าว ไร้เยื้อใย

“ยกโทษได้ มันก็ผ่านมานานแล้ว ชั้นไม่ได้อยากเก็บมาใส่ใจ แต่ที่เธออยากได้คงทำให้ไม่ได้ เพราะตอนนี้ชั้นเปลี่ยนไปแล้ว”

“แล้วชั้นต้องทำยังไงถึงจะได้อายูจินของชั้นคืน”
เด็กสาวถามต่อทันทีอย่างไม่ลดละ เป็นร่างโปร่งที่อึกอักหาคำตอบให้อีกคนไม่ได้

“เมื่อวานคุณใจร้ายกับชั้น จะไม่ชดเชยกันหน่อยหรอ ไหนจะเรื่องที่คุณโกงคุณชาร์ล คุณกาอึนทายอายุชั้น ทั้งๆที่คุณรู้อยู่แล้ว”
เด็กสาวที่ดวงตายังมีคราบน้ำตาแต่บัดนี้กับกลายเป็นเด็กจอมต่อรองเสียแล้ว มาดคุณหนูจาง คุณวิคกี้จาง ไม่เห็นจะมีเหลือ

“ต่อรองหรอ เอางั้นก็ได้ ชั้นให้เธอขอชั้นได้อย่างนึง ที่แน่ๆคือไม่ใช่กลับไปอยู่กับเธอ”
ร่างโปร่งตอบออกไป ในใจก็กลัวๆเหมือนกันที่เปิดทางให้ฝั่งนู้นเป็นคนกำหนด แต่แค่ข้อเดียวเอง

“ไม่ต้องกลับไปอยู่กับชั้นก็ได้ ชั้นขอเวลาสองสัปดาห์ช่วยกลับไปเป็นอายูจินคนเดิมของนยองได้ไหมคะ”
คำขอของร่างบางคือที่สุดแสนอันตรายสำหรับเขา แต่ในเมื่อเอ่ยปากไปแล้วก็ต้องยอมรับ แค่สองสัปดาห์เอง
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
ผู้แพ้พนันในวงที่ต้องทำตามบทลงโทษของเพื่อนสนิท โดยการพาหลานสาวสุดสวย ก็สวยจริงๆนั่นแหละ มาเที่ยวดำน้ำกับเหล่าสัตว์น้ำกลางทะเล ที่คนเขาเริ่มฮิตกัน แชยอนนั่งอยู่ด้านหลังรถกับเด็กสาว วันนี้เขาทำหน้าที่วางแผนจัดทัวร์นี้ โดยจัดแจงเตรียม รถ เรือ คนไว้เรียบร้อยเหมือนทุกทีที่เขามาดำน้ำ

ปกติแชยอนจะชอบมาออกทะเลดำน้ำอยู่แล้วด้วยเรือส่วนตัวเป็นปกติ โดยให้คนของตัวเองขับเรือออกไปกลางทะเล แล้วจอดที่ใดที่หนึ่งตามใจเขา แล้วแค่รอเขาลงไปดำน้ำ บ้างก็เจอฉลามวาฬสีน้ำเงินเจ้าถิ่น บ้างก็เจอเพียงฝูงโลมา พอผ่อนคลายสบายใจก็ขึ้นเรือให้คนเรือพากลับ

แต่คราวนี้จะพิเศษกว่าปกติ เพราะให้เอาเรือใหญ่ที่จะใช้เวลามากับครอบครัว และให้เตรียมทำความสะอาดห้องพัก อาหารการกิน และแม่บ้านในเรือให้พร้อม

เมื่อรถจอดที่ท่าเรือ เด็กสาวรีบลงจากรถวิ่งไปที่ปลายสะพานอย่างตื่นเต้น คนพามาได้แต่มองตามอยู่ด้านหลัง

น่ารัก

เด็กสาววิ่งกับมากอดแขนเพื่อนสนิทอาอย่างเอาใจ เหมือนทุกทีที่ถูกตามใจ โดยลืมว่าคนที่กอดแขนอยู่คือคนที่ทะเลาะอยู่ด้วยกันทุกวัน

“เรือลำไหนคะ ไปกันได้หรือยัง ซาจังอยากไปแล้ว”
คนที่ถูกรบเร้า รู้สึกหน้าร้อนๆอยากโดดลงน้ำเสียจริง อยู่มา20กว่าปี จะมาเขินเด็กอายุห่างกันเกือบสิบปีนี่อ่านะ รู้ถึงไหนอายถึงนั่น

แชยอนยกมือขึ้นมาจับมือเด็กที่เกาะแขนอยู่เลื่อนลงมาอยู่ที่มือเขา กุมมือเด็กสาวข้างๆแล้วพาเดินไปยังเรือของตัวเอง

“คุณแชน เครื่องดื่มเย็นๆค่ะ”
แม่บ้านจากที่บ้านยกถาดที่มีเครื่องดื่มสปาร์กกิ้งมาเสิร์ฟเพิ่มความสดชื่น ทุกคนในเรือดูตื่นเต้นเพราะเป็นครั้งแรกที่แชยอน คุณหนูคนกลางของบ้านจะพาสาวมาเที่ยวส่วนตัว

หลังจากเสิร์ฟเครื่องดื่มเสร็จ แม่บ้านรีบเดินไปหลบมุมโทรรายงานคุณนายอีตามคำสั่งทันที

“สวยมากเลยค่ะคุณนาย แต่เธอดูเด็กมากๆเลยนะคะ ไม่รู้ว่าเรียนจบมัธยมหรือยัง”

“ห้ะ มัธยมเลยหรอ นี่ลูกชั้นจะเลี้ยงเด็กม.ปลายเลยหรอ”
คุณนายอีกุมขมับ เมื่อก่อนเครียดว่าลูกดูรักสนุกไม่จริงจังกับใคร กลัวจะถูกหลอก แต่ตอนนี้เธอกลัวลูกเธอจะถูกจับข้อหาพรากผู้เยาว์เสียมากกว่า

“ค่ะ คุณนาย แต่น่าจะลูกครึ่งญี่ปุ่นนะคะ เธอพูดเกาหลีได้แต่ไม่คล่องเท่าไหร่”
แม่บ้านรายงานรายละเอียดที่เธอสังเกตมา

“ก็ดีกว่าแหม่มฝรั่งล่ะนะ ว่าแต่เธอชื่อ นามสกุลอะไร เผื่อชั้นจะเอาไปเช็ค”

“เอ่อ ชื่อชั้นได้ยินไม่ค่อยชัดอ่ะคุณนาย เห็นคุณแชนเรียก ซา ซา อะไรสักอย่าง”

“ซากุระค่ะ มิยาวากิ ซากุระ”

“เออใช่ คุณนายคะ เธอชื่อ มิยาวากิ ซากุระค่ะ”
แม่บ้านรีบบอกชื่อทันทีที่ได้ยินก่อนหันกลับมาหวังจะขอบคุณแต่ต้องตกใจ สะดุ้งทำโทรศัพท์หลุดมือ เพราะคนที่บอกชื่อคือตัวเจ้าของชื่อนั่นเอง แถมเธอยังอยู่กับคุณหนูของเธอเสียด้วยสิ

แชยอนหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเห็นเป็นเบอร์แม่ของตัวเองก็ส่ายหัวก่อนจะกรอกเสียงลงไปที่โทรศัพท์บอกปลายสาย

“เดี๋ยวแชนวิดีโอคอลไปหาแม่นะ อยากรู้อะไรก็ถามได้เลย”


เจ้าของเรือเดินมานั่งที่เก้าอี้ที่พักของตัวเอง เด็กสาวแขกของเขาเดินตามมานั่งด้วย เธอเห็นเขาทำหน้าหงุดหงิด คงเพราะแม่ของเขาใช้ให้แม่บ้านรายงานนี่ล่ะมั๊ง

“ให้ชั้นอยู่ด้วยไหมตอนคุณคุยกับแม่ เหมือนท่านจะอยากรู้เรื่องชั้น”

คนแก่กว่าถอนหายใจ ทำไมเขาจะไม่รู้ว่าแม่คิดอะไร แต่นี้มันเกินไปแล้ว ไม่จำเป็นต้องให้แม่บ้านรายงานเลย ถามเขาเองก็ได้

“ไม่เป็นไร เธอไปเปลี่ยนชุดเถอะ ถ้าถึงที่ที่น่าจะปลอดภัย มีปลา จะได้พร้อมลง”
แชยอนส่งยิ้มให้กับคนตรงหน้า เดี๋ยวเรื่องแม่เขาจัดการเองน่าจะดีกว่า
.
.
.
.
.
.
.
.
“วันนี้อายูไม่ไปทำงานหรอคะ”
เด็กสาวถามขณะล้างจานอยู่ นี่ก็สายแล้วเขาดูไม่ทีท่าว่าจะไปไหน แถมยังใส่ชุดอยู่บ้านอีก

“อื้อ พักร้อนเหลือเยอะ แล้ววันนี้จะไปทำเรื่องพาสปอร์ตเลยไหม”
ร่างโปร่งจิบกาแฟ รู้สึกแปลกๆจะทำตัวยังไงดี กลัวว่าหากเขากลับไปเป็นคนเดิมของเด็กนี่ แล้วเขาจะไม่สามารถกลับมาเป็นแบบนี้ได้แล้วน่ะสิ

เขาใช้เวลาตั้งหลายเดือนกว่าจะเปลี่ยนได้ ถึงแม้ว่าจะเปลี่ยนคู่นอนไปเรื่อยทำให้เจอคนมากขึ้น แต่สุดท้ายก็ไม่อยากสานต่ออยู่ดี

ขณะที่กำลังปล่อยให้ความคิดในสมองตีกัน จู่ๆเขาก็รู้สึกถึงสัมผัสเบาจากมือบางกดนวดอยู่ที่ต้นคอของเขา

“พาสปอร์ตให้เลขาจัดการอยู่ค่ะ แต่ว่าวันนี้อาพานยองไปดูหนังได้ไหม นยองอยากไปเดท”
ร่างโปร่งเริ่มรู้สึกหายใจไม่ทั่วท้อง สองสัปดาห์นี่คงหนักพอตัว
.
.
.
.
.
ร่างโปร่งจัดการอบป๊อปคอร์นสำเร็จรูปด้วยไมโครเวฟ แล้วเดินเอามายื่นให้เด็กสาวที่นั่งกอดอก ทำปากยื่นพองแก้ม เหมือนแต่ก่อนตอนเขาขัดใจ ร่างโปร่งยิ้มก่อนจะนั่งลงข้างๆ ยกมือขึ้นโอบไหล่อีกคนแล้วกระชับวงแขนให้ร่างบางขยับเขามาชิดตัวเขา

จะยังไงก็ช่างเถอะ ก็แค่สองสัปดาห์เอง ทำๆให้มันผ่านๆไป แค่นั้นเอง

คนถูกโอบตกใจเล็กน้อยกับการกระทำแบบไม่คาดคิดจากอีกคน ถึงแม้ก็แค่โอบแต่ก็ทำให้ใจเธอเต้นแรง เหมือนตอนนั้น ตอนที่เขาขยับเข้ามาใกล้เพื่อคาดเบลท์ให้เธอครั้งแรก

“ดูหนัง ดูที่บ้านก็ได้ ออกไปข้างนอกมันวุ่นวาย”
เขาบอกเบาๆพร้อมกอดถังป๊อปคอร์นไว้

ร่างโปร่งให้อีกคนเป็นคนเลือกหนังที่อยากดู เขาจะนั่งดูเป็นเพื่อน เธอเลือกเสร็จ ก็ปล่อยให้เขาจัดแจงเรื่องป๊อปคอร์นกับเครื่องดื่ม จนมานั่งดูอยู่ด้วยกันนี่แหละ

วอนยองหยิบป๊อปคอร์นเข้าปากเรื่อยๆขณะดูหนัง จนครึ่งเรื่องเธอเพิ่งสังเกตว่าอีกคนไม่ได้แตะป๊อปคอร์นในถังเลย

อ่า..เพราะแขนข้างนึงโอบเธอไว้อยู่ ส่วนอีกข้างก็กอดถังป๊อปคอร์นไว้ให้เธอหยิบนี่เอง

มือเล็กหยิบป๊อปคอร์นยื่นจ่อปาก คนแก่กว่าเหล่มองเล็กน้อยก่อนจะอ้าปากงับ เคี้ยว สายตายังคงมองดูทีวีอยู่ เขาจะรู้ไหมว่าวันนี้คนข้างๆนี้มีความสุขขนาดไหน

“นึกว่าจะนั่งกินคนเดียวไม่เผื่อแผ่คนอื่น”
ไม่วายบ่นเธอเบาๆ

“ก็ไม่รู้นิคะว่าอาจะนั่ง กอด อยู่แบบนี้ตลอด แต่แบบนี้ก็ดีนะคะ นยองชอบ”
เธอตั้งใจเน้นคำว่ากอด เพื่อสื่อความหมายถึงแขนอีกข้างของเขา

“อื้อ หวงกิน กลัวโดนแย่งรึไง”
ร่างโปร่งเบะปากใส่เหมือนแบบที่อีกคนชอบทำ คนเด็กกว่ายักคิ้วตอบ แล้วขยับตัวไปซุกชิดเขายิ่งกว่าเดิม ก็เธอน่ะ คิดถึงกอดของเขาที่สุดเลย
.
.
.
.
.
.
.
“แจ..ยน~ เปลี่ยนใจไม่ลงแล้วได้ไหม”
เด็กสาวเอ่ยเสียงสั่น  เมื่อเรือจอดนิ่งๆกลางทะเล จุดนี้เป็นจุดที่แชยอนเลือกและชอบที่สุดตั้งแต่เคยดำน้ำมา

“อ้าว ทำไมล่ะ”

“ก็มันน่ากลัวอ่ะ ไม่ลงแล้วได้ไหม”
เด็กสาวทำหน้าเบะเหมือนเด็กจะร้องไห้ แชยอนส่งยิ้มอ่อนเผลอยกมือขึ้นลูบหัวอีกคน

“มันไม่มีอะไรน่ากลัวเลย เดี๋ยวแจยนลงไปด้วย โอเคมั๊ย”
คำพูดที่เธอไม่เคยคิดว่าจะได้ยิน ทำเอาหน้าเธอร้อนไปจนถึงหู ทำได้เพียงก้มหน้างุดแล้วพยักหน้าเบาๆ

“งื้อ”

แชยอนเข้าห้องพักไปเปลี่ยนชุดพร้อมดำน้ำ ตอนแรกเขากะแค่พาเด็กนี่มาดำน้ำแล้วเขาจะนั่งชิลบนเรือเฉยๆ สุดท้ายก็ต้องลงไปด้วยอยู่ดี เห็นอยากจะมาเสียเต็มประดา พอมาถึงกลับกลัวเสียอย่างนั้น แล้วจะเห็นความสวยงามของธรรมชาตินี่ได้อย่างไรเล่า

เจ้าของเรือเตรียมอุปกรณ์เรียบร้อยทั้งของตัวเองและอีกคนแล้ว เขาลงน้ำก่อนเด็กสาวที่อยากมา เมื่อทั้งคู่อยู่ในน้ำแล้วไม่นานแชยอนก็พาซากุระดำน้ำลงไป ดูธรรมชาติใต้น้ำ ไม่นานก็มีแขกรับเชิญแหวกว่ายมาทักทายเป็นฝูงโลมานั่นเอง แรกๆเด็กสาวตกใจกลัว แต่เพราะอีกคนยื่นมือมาจับ บีบมือเธอเบาๆให้รู้ว่าปลอดภัย เธอถึงโอเคขึ้น

นานเท่าไหร่ไม่รู้ที่เด็กสาวเพลินกับธรรมชาติใต้น้ำ เธออยากจะมาดำน้ำดูธรรมชาติมานานแล้วติดที่คุณพ่อของเธอไม่อนุญาต และไม่มีเวลาพาเธอไป

เวลาแห่งความสุขมักผ่านไปเร็วเสมอ จู่ๆก็มีมือของอีกคนมาจับที่มือเธอดึงขึ้น พร้อมส่งสัญญาณให้ขึ้น

“พอได้แล้ว เดี๋ยวอากาศหมด”
เจ้าของเรือถอดสน็อคเกิ้ลออกบอกอีกคนเมื่อโผล่ขึ้นเหนือน้ำ

“อ่า แต่ว่า..”

“ไว้ไปดูโลมาจากบนเรือก็ได้”
เห็นเด็กสาวทำหน้าหงอยก็อดเอ็นดูไม่ได้

พอขึ้นมาจากดำน้ำแล้ว แชยอนบอกให้ซากุระรีบไปอาบน้ำเปลี่ยนชุด ส่วนเขาหันไปสั่งแม่บ้านให้เตรียมอาหารไว้ได้เลย เดี๋ยวอีกคนคงหิวโซ ก่อนจะไปจัดการตัวเองเช่นกัน

แดดร่ม ลมพัดอ่อนๆตอนบ่ายแก่ๆ ทำให้บรรยากาศบนเรือยอร์ชของแชยอนน่าเอนกายพักผ่อน แม่บ้านจัดเตรียมอาหารให้พร้อมสรรพ ขาดแต่คนร่วมรับประทานอาหารด้วย แชยอนหยิบแท็บเล็ตมาเปิดดูรูปที่ถ่ายใต้น้ำไปเรื่อยระหว่างรอ

ไม่นานเด็กสาวที่หายไปอาบน้ำก็ออกมา เธอสวมเสื้อยืดตัวเล็กสีขาวกับกางเกงขาสั้น ปล่อยผมที่ไดร์แห้งเรียบร้อยแล้ว

“หูววว น่าทานทั้งนั้นเลย หูววว ทะเลก็สวย อากาศก็ดี”
เด็กสาวยังตื่นเต้นกับสิ่งตรงหน้า แชยอนเหลือบมองแปปนึงก่อนจะยื่นแท็บเล็ตให้อีกคนดูรูป ดูเหมือนรูปจะถูกใจเธออย่างมาก ดูไปยิ้มไป พร้อมกับทานอาหารไปด้วย

หลังจากทานอาหารเสร็จฟ้าเริ่มครึ้มอย่างเร็ว แชยอนขมวดคิ้วก่อนจะรีบเดินไปหาคนงานที่ขับเรือ เด็กสาวมองตามอย่างงงๆ แต่ก็ไม่ได้สนใจ เพราะฝูงปลาโลมาที่แหวกว่ายมาใกล้ๆเรือ

“แย่แล้วล่ะ พายุเข้ากระทันหัน เราอาจจะเข้าฝั่งไม่ทัน”
เจ้าของเรือเดินมาบอกข่าวร้ายกับอีกคนที่สนใจปลาอยู่

“แถวนี้มีเกาะเพื่อนพ่อชั้นอยู่ เดี๋ยวแวะพักก่อน พรุ่งนี้ถึงจะได้กลับ เธอโอเคไหม”
แชยอนหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาจะกดโทรหายูจินเรื่องต้องให้หลานของเขาพักที่นี่ก่อน เด็กสาวมีสีหน้าวิตก เขาจึงเก็บโทรศัพท์แล้วหันไปสนใจคนตรงหน้า

“ไม่มีอะไรน่ากลัวหรอก เธอน่ากลัวกว่าพายุอีก”
คนแก่กว่าพูดกวนๆ แหย่คนที่กำลังวิตก ทำให้คนฟังหันมากแยกเขี้ยวใส่
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
ครืดดด~ ครืดดด~

โทรศัพท์ในกระเป๋ากางเกงสั่น ทำให้เจ้าของเครื่องที่นั่งดูหนังอยู่ต้องเอาถังป๊อปคอร์นวางที่โต๊ะแล้วหยิบมันออกมาดู

///  พายุเข้า พาหลานแกกลับพรุ่งนี้นะ ///

-ชาร์ล-

ข้อความสั้นๆคิดว่าอาจจะเพราะอยู่กลางทะเลอาจจะไม่ค่อยมีสัญญาณ ปกติเวลาเจ้านั้นไปออกทะเลดำน้ำก็ไม่เคยจะติดต่อได้อยู่แล้ว ถ้าซากุระอยู่กับแชยอนก็คงไม่มีอะไรน่าห่วงเท่าไหร่

“สาวๆ คู่นอนส่งข้อความมาเรียกหรือคะ?”
คนที่ซุกตัวอยู่ที่อกถามขึ้น

“ป่าว แชยอนน่ะ ติดพายุ จะพาซาจังกลับพรุ่งนี้”
ร่างโปร่งตอบเสียงเรียบ แต่ก็แอบเห็นอีกคนอมยิ้ม

“อืม แต่อีกเดี๋ยวดูหนังจบก็คงได้เวลาออกไปที่บาร์แล้วล่ะนะ”
ร่างโปร่งทำทีเป็นดูนาฬิกา ทำให้อีกคนทำหน้างอ

“ไม่ได้นะคะ อายูจินน่ะ เป็นของนยองคนเดียว”
ร่างบางซุกตัวพร้อมกอดเอวร่างโปร่งเหมือนเด็กหวงของ

“นี่ ประธานจางเป็นแบบนี้หรอกหรอ”

“ก็เป็นแค่กับอาเท่านั้นแหละ คืนนี้นอนกอดนยองทั้งคืนได้ไหมคะ”
คำขอแฝงด้วยน้ำเสียงอ้อนวอนหน่อยๆ ทำให้คนถูกขอต้องหลับตา เหมือนใช้ความคิด

“อืม”

------------------------------------------------------------
.
.
.
.
หวานพอไหม ใจดีแล้วนะ

ขอพักแปป เบาหวานขึ้นค่ะ ขอเช็คน้ำตาลในเลือดก่อน 555555


SHARE
Written in this book
INTO STEP [Yujin x Wonyoung]

Comments

Hao
1 year ago
ดีใจจังค่ะ มาอัพแล้ว
Reply
Hao
1 year ago
ขอให้สร้างผลงานดีๆแบบนี้ตลอดไปนะค่ะ สงสารนยองมากเลย ขอให้คืนดีเร็วๆนะนยอง
Reply
BlackSunDae
1 year ago
คุณหมอ: เสียใจด้วยค่ะคุณเป็นโรคเบาหวาน 
ดิฉัน: ขอถามสาเหตุหน่อยได้รึเปล่าคะ เพราะดิฉันก็ไม่ได้ทานของหวานทุกช่วงตลอดขนาดนั้น
นะคะ
คุณหมอ: ก็จากนิยายที่คุณอ่านนั่นเเหละค่ะ เบาหวานชนิดนี้ อาการเเบบนี้ เรียกว่า Annyeongz Side นะคะ ขอให้คนไข้ลดการอ่านนิยายอันยองจึด้วยนะคะ
กลับจากรพ.
อะ เฮือกกกกกกก!!!! ชั้นทนไม่ด้่ายยยยยยยย
Reply