มุมที่มองไม่ทันเห็น
เคยมีคนบอกว่าเราจะไม่มีทางเข้าใจคนอื่นอย่างถ่องแท้ หากไม่ได้มายืนในจุดจุดเดียวกัน และเจอสถานการณ์เดียวกัน แต่เราว่ามันไม่ถูกเสียทีเดียว

ต่อให้เราได้อยู่ในจุดเดียวกัน สิ่งที่เรารับรู้ มองเห็น สัมผัสก็ต่างกันอยู่ดี เพราะความเข้าใจของคนเราไม่ได้ขึ้นอยู่กับข้อมูลความจริงเท่านั้น แต่ขึ้นอยู่กับประสบการณ์และการให้ค่ากับสิ่งนั้นด้วย ซึ่งอย่างหลังก็กินเปอร์เซ็นต์เป็นส่วนใหญ่เสียด้วย

ณ จุดที่เรายืนอยู่ เรามองตรงไปด้านหน้า เราหันซ้าย หันขวา เงยหน้า ก้มหน้า กลับหลังหัน และกลอกตามองไปรอบๆ เราคิดว่านั่นรอบแล้ว แต่มันมีอยู่มุมหนึ่งที่เราไม่ทันเห็น...มุมที่บนใบหน้าของเราเอง 

เราไม่เคยเห็นมันแน่นอน ถ้าเราไม่ส่องกระจก... อ้าว! งั้นก็ไปส่องกระจกสิ ก็เห็นแล้ว... เอาจริงๆ ในหนึ่งวันเราส่องกระจกกี่ครั้ง? และส่องนานแค่ไหน? บ่อยและนานพอที่จะเห็นทุกซอกทุกมุมหรือเปล่า

มุมที่มองไม่ทันเห็นบนหน้าเรานี่เอง ที่เราลืมว่ามันมีสิ่งที่เราไม่ทันเห็นอยู่ ...ไม่ใช่อย่างอื่นข้างนอก แต่บนหน้าเรานี่เอง และเราก็ไม่ค่อยได้ส่องกระจกมองดูตนเองเท่าไหร่หรอก เรามักจะยุ่งวุ่นวายอยู่กับสิ่งภายนอก คนอื่น สิ่งอื่น ที่นอกเหนือไปจากตัวเรา เรามักบอกใครๆว่าถ้าไม่ได้ยืนอยู่จุดเดียวกันไม่มีทางเข้าใจ เพราะไม่ได้เห็นกันทุกมุมทุกด้านที่เจอ จริงๆแล้วเราเองก็ยังไม่มุมที่มองไม่เห็นของตัวเองเหมือนกัน ก่อนจะเข้าใจคนอื่นหรือจะให้คนอื่นมาเข้าใจ เราน่าจะต้องเข้าใจตนเองให้ครบทุกซอกทุกมุมเสียก่อน โดยเฉพาะมุมที่ไม่ทันเห็นนั้น เรามักจะละเลย...แต่การที่ไม่เห็น ไม่ได้แปลว่าไม่มี 

มุมบางมุม เราอาจต้องสำรวจให้มาก เพื่อที่จะเข้าใจตนเองมากขึ้น และเมื่อเราเข้าใจตนเอง เราจะพบว่าคนอื่นๆ ก็ไม่ได้ต่างจากเราเลย ทุกคนต่างมีมุมที่มองไม่ทันเห็นเหมือนกัน และเราก็จะเห็นใจกันมากขึ้น

เพราะฉะนั้น มันไม่สำคัญเลยว่าเราต้องเจอแบบเดียวกัน เพื่อจะเข้าใจกันขอเพียงแค่อยู่บนความจริงที่ว่าเราทุกคนต่างมีมุมที่มองไม่ทันเห็น และเรียนรู้ที่จะสำรวจมุมนั้นของเราเองก็น่าจะช่วยได้มากแล้ว
SHARE
Written in this book
ช้อนตะกอน

Comments