เพราะชีวิตไม่ง่ายอย่างที่คิด
สุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ผมได้เดินทางไปงานศพพ่อของเพื่อนสนิทคนหนึ่ง ซึ่งเราเรียนกันมาตั้งแต่ชั้นมัธยม รวมระยะเวลาก็ปาไปกว่า 16 ปีเศษได้ที่เรารู้จักกัน และแน่นอนประโยคที่ผู้หลักผู้ใหญ่เคยบอกไว้ว่า ยิ่งโตขึ้น ยิ่งพบกันยากขึ้น โอกาสที่เราจะเจอกันก็มักจะเป็นงานบวช งานแต่ง และงานศพ หากไม่คิดมากจนเกินไป นี่ก็เป็นช่วงเวลาที่พวกเรารู้สึกกันอย่างที่ผู้ใหญ่เขาว่ากันจริงๆ  

เพื่อนหลายคนที่หายหน้าหายตากลับปรากฏอยู่ตรงหน้า และโผเข้าสวมกอดเพื่อนที่เพิ่งสูญเสียพ่อไปอย่างกะทันหัน การเห็นเพื่อนร้องไห้ในอ้อมกอดของเพื่อนนั้นมันยากเกินกว่าจะใช้คำใดมาปลอบนอกเหนือจากการตบบ่าแล้วบอกว่าชีวิตต้องไปต่อ และดูแลกับชีวิตที่เหลือให้ดีที่สุด

ขณะนั่งรอพิธีประชุมเพลิง เพื่อนๆ ต่างคุยถึงเวลาที่เดินหน้าผ่านไปอย่างรวดเร็ว ความทรงจำที่ยังสดใสในชีวิตมัธยมเหมือนเพิ่งผ่านไปได้ไม่นานมานี้เอง

เราต่างรื้อฟื้นความทรงจำถึงเพื่อนแต่ละคนและถามสารทุกข์สุขดิบกันไป โดยไล่เรียงจากความจำของเลขที่ในใบรายชื่อสมัยเรียน มีเพื่อนบางคนที่หลายคนยังติดต่อและติดตามเส้นทางชีวิตว่าปัจจุบันทำอะไร ในขณะที่บางคนต่างหายสาปสูญชนิดที่ไม่มีใครสามารถติดต่อได้

มีหลายเรื่องที่เราคุยกันมากมาย แต่เรื่องหนึ่งที่ผมชอบใจคือประโยคของเป็ปซี่เพื่อนในกลุ่มที่บอกว่า ทำไมไม่มีใครเคยเตือนเราเลยว่าชีวิตมันยากกว่าการทำข้อสอบตอนเรียน ไม่เช่นนั้นจะได้ตั้งใจเรียนรู้วิชาจากโลกข้างนอกให้เยอะกว่านี้ ผมกับเพื่อนอีกหลายคนหัวเราะและตบเข่าทำนองเห็นด้วยกับสิ่งที่เพื่อนพูด

เป็ปซี่เป็นเพื่อนคนหนึ่งที่ชีวิตไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ ในทางตรงกันข้ามกลับโดนหนามกุหลาบทิ่มแทงมากกว่าเพื่อนคนอื่นๆ ด้วยซ้ำ เพราะตอน ม.6 ในเช้าวันหนึ่งเราตกใจกับข่าวจากอาจารย์ที่ปรึกษาที่มาแจ้งว่า บ้านเป็ปซี่ไฟไหม้ พวกเราจึงระดมความช่วยเหลือทั้งเรื่องเงินและเครื่องนุ่งห่มเท่าที่จะช่วยได้

เป็ปซี่ยอมรับว่าเหตุการณ์นั้นเปลี่ยนชีวิตเป็นอย่างมาก เพราะตอนนั้นตัดสินใจแล้วว่าจะยอมตายในกองเพลิง เหตุเพราะไม่สามารถออกจากห้องไปได้เลย แต่แม่ของเขาบอกว่ายังไงต้องเอาชีวิตรอดไปให้ได้ สุดท้ายทั้งคู่ตัดสินใจพังหน้าต่างจากชั้น 2 แล้วกระโดดลงมาจึงรอดชีวิตทั้งคู่

เป็ปซี่ย้อนความหลังให้ฟังว่า ไฟไหม้ครั้งนั้นไม่เหลืออะไรเลยนอกจากชุดนอนที่ติดในคืนนั้น ส่วนแม่ของเขาได้รับบาดแผลจากไฟไหม้จนต้องเข้ารับทำกายภาพบำบัดฟื้นฟูผิวและกล้ามเนื้อ

สิ่งสำคัญกว่านั้นคือ เป็ปซี่มีแม่เพียงคนเดียวที่เป็นคนสำคัญในชีวิต การเหลือคนสำคัญอยู่ในชีวิตเพียงคนเดียวที่เหลืออยู่ เขาจึงอยากสร้างชีวิตที่ดีที่สุดเท่าที่เขาจะทำได้ให้แม่ได้รับ

ในความทรงจำของเพื่อนๆ เป็ปซี่เป็นนักเรียนที่หัวดีและขยันในชั้นเรียน ผมจำได้ว่าหลังเลิกเรียนเขาจะไปทำงานพิเศษด้วยการเป็นพนักงานแมคโดนัลด์ และบางครั้งมีประชุมกิจกรรมในวันเสาร์อาทิตย์ เขาก็จะมาประชุมกับเพื่อนในชุดพนักงานแมคโดนนัลด์

เมื่อมองย้อนกลับไปแล้ว ผมจึงไม่แปลกใจว่าทำไมตอนนั้นเป็ปซี่ถึงเป็นเพื่อนที่มีมุมมองและความคิด ความอ่านในชีวิตก้าวไกลกว่าเพื่อนในรุ่นมากทีเดียว

ปัจจุบันเป็ปซี่เป็นพนักงานในบริษัทญี่ปุ่นที่เดินทางไปทำงานต่างประเทศบ่อยมาก และกำลังปลูกบ้านให้แม่ที่เชียงใหม่ ที่ซึ่งมีญาติๆ ของแม่อยู่ด้วยโดยรอบ พร้อมกับสวนผลไม้นานาพรรณ

ในวันที่มรสุมเกิดขึ้นในชีวิต แม้มันจะทำลายให้ชีวิตเสียสมดุลไปบ้าง แต่เรื่องราวของเป็ปซี่สอนให้ผมหัดมองว่า อะไรคือสิ่งที่หลงเหลืออยู่ แล้วเราควรจะอยู่กับสิ่งที่หลงเหลืออยู่ให้ดีขึ้นได้อย่างไร

บาดแผลจากเพลิงไหม้ในคืนนั้นย่ำเตือนเป็ปซี่ว่าชีวิตไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ก็ใช่ว่าทุกอย่างจะเป็นไปไม่ได้ถ้าเขามุ่งมั่นอยากทำให้คนที่เขารักที่สุดในชีวิตมีความสุข

เย็นวันนั้นเป็นอีกวันที่ทำให้ผมรู้สึกได้อีกครั้งว่า ชีวิตมันไม่ง่ายอย่างที่เป็ปซี่ว่าไว้จริงๆ และความจริงอีกข้อหนึ่งที่ผมเชื่อว่าเพื่อนๆ ในรุ่นอยากให้เกิดขึ้นก็คือ การทำลายคำทำนายอย่างที่ผู้ใหญ่เขาว่าไว้ว่า ยิ่งโตขึ้น ยิ่งพบกันยากขึ้น โอกาสที่เราจะเจอกันก็มักจะเป็นงานบวช งานแต่ง หรืองานศพเท่านั้นเอง
SHARE
Writer
Ohmsiri
Writer
Page CreativeSalary / Books: สิ่งที่เจ้านายไม่เคยบอก / เปิดเทอมใหญ่วัยทำงาน / Podcaster ออฟฟิศ 0.4 / คอลัมนิสต์ aday Bulletin

Comments

Nu_Bell
3 months ago
ชีวิตมันไม่ง่ายจริงๆๆ
Reply
chamrkp
3 months ago
ไม่ง่ายแต่ก็ไม่ยาก พอเข้าใจอะไรๆ มันก็ง่าย : )
Reply